
'กทม.'เล็งทำโพลถามคนกรุงปม'BTS'
"กทม." เล็ง ดึงคนกรุงเป็นพวก ด้วยการทำโพลถามปม "บีทีเอส" สวน "ดีเอสไอ" จ้องชง "บีทีเอส" ขึ้นคดีพิเศษ หวังยื้อสำนวนถึงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.สมัยหน้า เพื่อดิสเครดิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 55 แหล่งข่าวจากฝ่ายบริหาร กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า กทม.เตรียมทำโพลสำรวจความคิดเห็นชาวกรุงเทพฯ กรณีจัดจ้างบริษัท ระบบขนส่งกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี จ้างเดินรถไฟฟ้าเป็นเวลา 30 ปี ที่กำลังเป็นประเด็นการเมืองอยู่ในขณะนี้ เพื่อต้องการความเห็นของคนกรุงเทพฯ ว่ามีทิศทางบวก หรือลบในโครงการดังกล่าว เนื่องจากเกรงระทบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ต้นปีหน้า
แหล่งข่าวระบุอีกว่า สำหรับการทำโพลครั้งนี้จะทำการสำรวจในประเด็นว่า ชาวกรุงเทพฯ รับทราบข้อมูลข่าวสารตามที่ กทม.ชี้แจงผ่านสื่อต่างๆ ช่วงก่อนหน้านี้หรือไม่ ที่สำคัญเชื่อว่า กทม.ภายใต้การบริหารโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหาของทางพรรคเพื่อไทย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือไม่
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า มีการนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะมีในอีกไม่กี่เดือนแล้ว ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทจะต้องรับรู้ความเห็นของชาวกรุงเทพฯ ต่อกรณีนี้ หากโพลออกมาว่าคนกรุงเทพฯ ยังไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดอยู่ กทม.จะได้มีเวลาที่จะหามาตรการใดที่จะทำให้ชาวกรุงเทพฯ เข้าใจให้เร็วที่สุด
"หากผลโพลออกมาในทางที่ดี คือ ชาวกรุงเทพฯ ไม่เห็นว่า กทม.ทำผิดอะไร ก็จะเป็นเรื่องดี ว่าหากดีเอสไอพิจารณาไม่ยุติธรรมออกมา ก็ต้องหาเหตุผลชี้แจงประชาชนชาวกรุงเทพฯ ให้ได้"
สวน "ดีเอสไอ" จ้องชง "บีทีเอส" ขึ้นคดีพิเศษ หวังยื้อถึงเลือกตั้งผู้ว่าฯ สมัยหน้า
จากกรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงข่าวถึงการที่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือตอบกลับข้อซักถามของดีเอสไอใน 2 ประเด็น 1. โครงการระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ได้ดำเนินการเมื่อปี 2535 เป็นกิจการเกี่ยวกับรถรางซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยอนุมัติให้สัมปทานตามประกาศคณะปฏิบัติที่ 58 ดังนั้น การที่ กทม.ทำสัญญาจ้างบริษัท กรุงเทพ ธนาคม จำกัด (เคที) เข้าบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชน ต่อมาได้ทำสัญญาจ้างบริษัทขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงเป็นเวลา 30 ปี เป็นการดำเนินการที่มีลักษณะเป็นกิจการรถราง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 แต่ไม่ปรากฏว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เคยอนุญาต หรือให้สัมปทานเกี่ยวกับสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ดังนั้นจึงถือว่าการต่อสัญญาทั้ง 2 ฉบับเป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่ของกทม.
นายอัศวัชร์ อภัยวงศ์ ที่ปรึกษานายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ยืนยันอีกครั้งว่า กทม.ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ในการว่าจ้าง เคที บริหารระบบสาธารณูปโภค และจ้างบริษัทบีทีเอสเดินรถไฟฟ้าได้ ยืนยันไม่ได้แตะ หรือไม่ได้ต่อสัญญาสัมปทาน หากกรณีนี้เกี่ยวข้องกับสัมปทานต้องขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแน่นอน เพราะเป็นอำนาจโดยตรง แต่การจ้างเดินรถไฟฟ้าสามารถใช้อำนาจของผู้ว่าฯ กทม.บริหารงานได้ ทั้งนี้ เมื่อดีเอสไอได้รับหนังสือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะเสนอเรื่องกลับไปยังประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นกคพ.ชุดใหม่ เนื่องจากชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 7 ก.ย.นี้
"ผมเข้าใจอธิบดีดีเอสไอที่ต้องพยายามทำเรื่องบีทีเอสเป็นคดีพิเศษให้ได้ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ใกล้ฤดูโยกย้าย ขอตั้งข้อสังเกตว่า มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง และอาจจะดึงเรื่องนี้ลากยาวไปจนถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยหน้า เพื่อดิสเครดิต"



