ข่าว

9ส.ค.'ศาล-ตร.'ห้ามแดงเข้าพื้นที่

9ส.ค.'ศาล-ตร.'ห้ามแดงเข้าพื้นที่

07 ส.ค. 2555

สั่งจับตามือที่3ป่วนชุมนุมเสื้อแดงหน้าศาลอาญา “อธิบดีศาลอาญา”แจงกองอำนวยร่วมศาล-ตร.เห็นพ้องห้ามแนวร่วมเสื้อแดงเข้าศาล 9 ส.ค. อ้างเหตุต้องการป้องกันความวุ่นวาย

                7ส.ค.2555 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการการรับมือการชุมนุมวันที่ 9 ส.ค. ว่า นครบาลใช้แผนปฏิบัติการการชุมนุมประท้วงบริเวณศาลอาญา ในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยจากการข่าวในขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือที่ 3 หรือกระทั่งกลุ่มมวลชนที่มีความเห็นต่าง อาทิ กลุ่มเสื้อเหลือง หรือกลุ่มเสื้อหลากสี ว่าจะเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ที่เสื้อแดงมาชุมนุมให้กำลังใจแต่อย่างใด

                พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้จับตาความเคลื่อนไหวทุกๆด้าน ดูแลบุคคลที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมไปถึงจับตาดูมือที่ 3 ทั้งนี้ สั่งการให้ตำรวจไปแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยสอดส่องหาข่าว ไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย รถเข็น ตลอดจนร้านค้า บริษัทในย่านศาลอาญา ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการจับตามองบุคคลแปลกหน้า ต้องสงสัย ที่อาจมาก่อเหตุปั่นป่วน เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะคุ้นเคยพื้นที่มาก เห็นอะไรแปลกปลอมก็จะจับสังเกตุได้ แต่จากการข่าวตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าห่วง


เห็นพ้องห้ามแนวร่วมแดงเข้าศาล9ส.ค.

                นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการดูแลความเรียบร้อยภายในบริเวณศาล ในวันนัดสอบถาม 24 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ 9 ส.ค.นี้ กรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องพิจารณาถอนประกันว่า ในวันที่ 9 ส.ค. ที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ผู้สนับสนุนทางเดินเข้ามาฟังการพิจารณาในบริเวณศาล เนื่องจากในการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารศาลอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 และ สน.พหลโยธิน แล้ว เห็นว่าหากปล่อยให้มวลชนเดินทางเข้ามาภายในศาลอาญาจำนวนมาก อาจเกิดปัญหาอย่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเคยเจอมาแล้วหลายกรณี จึงกำหนดให้ผู้สนับสนุนอยู่ภายนอกบริเวณศาลท่านั้น
 
                “มาตรการรักษาความปลอดภัยลักษณะนี้ ศาลอาญาเคยทำมาแล้วในวันที่มีการพิจารณาคดีของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ กับพวก เมื่อ 2 - 3 ปี ที่แล้ว ที่อนุญาตให้คู่ความและทนายความเท่านั้นสามารถเข้าห้องพิจารณาคดีได้ และห้ามไม่ให้ผู้สนับสนุนเข้ามาบริเวณศาลซึ่งทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างราบรื่น และสะดวกต่อการรักษาความปลอดภัย จึงต้อขอความเห็นใจจากผู้สนับสนุนด้วย” นายทวี กล่าว และว่า เมื่อพิจารณาข้อดีข้อเสียของการเปิดให้ผู้สนับสนุนเข้าหรือให้ผู้สนับสนุนอยู่ด้านนอกแล้ว ก็ต้องเชื่อฝ่ายรักษาความปลอดภัยเพื่อความสบายใจในการทำงานของทุกฝ่าย แม้เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นก็ตาม

                เมื่อถามว่าหากผู้สนับสนุนเดินทางมาจำนวนมาก อาจทำให้มีการปิดการจราจรบนถนนรัชดาภิเษกทั้งขาเข้าและข้าออกไปโดยปริยาย นายทวี กล่าวว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมการดูแลไว้แล้ว หากมีผู้สนับสนุนจำนวนมากจนกระทบก่อให้เกิดปัญหาการจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจพิจารณาปิดถนน อาจจะมีการอนุญาตให้ตั้งเต็นท์ชั่วคราวได้ในบริเวณที่มีความเหมาะสมปลอดภัย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะประสานนำรถสุขาเคลื่อนที่มาคอยอำนวยความสะดวก ส่วนจะมีการถ่ายทอดเสียงการพิจารณาคดีออกมาด้านนอกอาคารศาลอาญาให้กลุ่มผู้สนับสนุนได้ร่วมรับฟังด้วยหรือไม่ ต้องปรึกษากับกองอำนวยการร่วมฯอีกครั้ง โดยศาลอาญาจะพยายามทำให้ดีที่สุดและจะสื่อสารให้ทราบเป็นระยะ

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดความพร้อมดูแลรักษาความเรียบร้อยภายในบริเวณศาลอาญานั้น วันนี้กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยวันที่ 9 ส.ค. ได้นำแผงเหล็กจำนวนมาก มาเตรียมเป็นแนวกั้นตั้งแต่จุดหน้าสำนักงานธนาคารออมสิน เรื่อยมาจนถึงหน้าอาคารศาลอาญาและสถานีปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ระยะทางประมาณ 300 เมตร โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ( รปภ.) ศาล เตรียมที่จะเคลียร์รถที่มาติดราชการและรถเจ้าหน้าที่ศาลที่อยู่บริเวณดังกล่าวออกจากพื้นที่ให้หมดภายใน เวลา 18.00 น.วันนี้ ซึ่งโดยปกติบริเวณดังกล่าวสามารถจอดรถได้ประมาณ 100 คน ส่วนผู้ที่จะต้องมาติดราชการศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ ขอความร่วมมือในการจอดรถยนต์ตั้งแต่บริเวณหน้าโรงอาหารศาล ยาวไปจนถึงแนวหน้าศาลแพ่ง และศาลอื่นฯ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

                ทั้งนี้นายประยุทธ์ ศิริล้น ผู้อำนวยการ สำนักงานประจำศาลอาญา กล่าวว่า การจัดเตรียมสถานที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยดังกล่าวเป็นตามมาตรการของที่ประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย


“ปชป.”สั่งเดินเกมรุกจี้ลูกพรรคใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียให้เป็นประโยชน์

                นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังการประชุมส.ส.ของพรรคว่า ในช่วงสัปดาห์นี้คงจะมีเรื่องเร่งด่วนที่สภาฯ ต้องพิจารณาคือ การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ซึ่งกมธ.วิสามัญได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้มีการตัดลดงบลงกว่า 22,000 ล้านบาท โดยทางพรรคเห็นว่าเนื้อหาในการพิจารณาวาระ 2 จะอยู่ที่การใช้งบประมาณประจำปีกับงบกลางที่ซ้ำซ้อน กรณีความชัดเจนงบฟื้นฟูน้ำท่วม ความมีประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ

                นายณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีการพูดถึงทิศการทำงานทางพรรค โดยจะเน้นให้สมาชิกพรรคมีการใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียให้มากขึ้น เพื่อชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ เนื่องจากในช่วงหลังมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียตอบโต้ประเด็นมาก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยมีการเปลี่ยนตัวผอ.พรรค ทำให้มีการใช้โซเชี่ยลมีเดียเพิ่มมากขึ้น และยังให้ข้อมูลบางอย่างที่คลาดเคลื่อน ส่วนในการประชุมสภาฯ ในวันพรุ่งนี้ ส.ส.ของพรรคได้มีการเสนอญัตติด่วนเรื่องสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราคิดว่าเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข นอกเหนือจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ นอกจากนี้ การเลื่อนวาระการประชุมขึ้นมาพิจารณาก่อน 10 ฉบับนั้น ทางพรรคคาดว่าวันพรุ่งนี้คงจะพิจารณาได้ประมาณ 5 ฉบับ โดยทางพรรคยืนยันว่าพร้อมให้การสนับสนุนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ที่เราคัดค้านคือ ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.เงินกู้ 2ฉบับที่ผ่านมา

                รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ตนอยากเสนอว่าในช่วงเวลาแบบนี้หากรัฐบาลจะมีการปรับครม.คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ต้องรอให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นก่อน เพราะทางเราก็ยังไม่ได้กำหนดวันชัดเจน เนื่องจากต้องเตรียมข้อมูลให้รัดกุม ยืนยันว่าไม่ใช่การเอาข่าวตามหนังสือพิมพ์หรือเล่นการเมืองโดยเอาเรื่องส่วนตัวมาอภิปรายอย่างแน่นอน แต่เราจะเน้นอภิปรายที่เป็นเรื่องผลงานของรัฐบาล ความล้มเหลาวการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมากกว่า