ข่าว

หึ่งจัดฉาก!พบระเบิดรถทัวร์หมอชิต

หึ่งจัดฉาก!พบระเบิดรถทัวร์หมอชิต

07 ส.ค. 2555

ตำรวจโคราชคาดมีผู้ร่วมขบวนการมาส่งคนร้ายซุกระเบิดรถทัวร์โคราช-กรุงเทพฯ ขอภาพกล้องวงจรปิดเพิ่ม หลังผลตรวจกล้องวงจรปิด 6 มุม ยังไร้เงาผู้ต้องสงสัย วงในตำรวจวิเคราะห์ฟันธงจัดฉากสร้างผลงาน

              7ส.ค.2555 ความคืบหน้ากรณีพบกระเป๋าซุกระเบิดและเครื่องกระสุนจำนวนมาก บนรถโดยสาร สายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ ของบริษัทราชสีมาทัวร์จำกัด หมายเลขทะเบียน 10-4810 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ชานชาลาที่ 59(ขาออก) ภายในสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น  ล่าสุดพ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์ สว.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้เชิญนางณัฐพร หัสครบุรี พนักงานบริการประจำรถโดยสาร มาชี้ตัวผู้ต้องสงสัยจากภาพกล้องวงจรปิด บริเวณจุดขายตั๋ว ซึ่งนางณัฐพรระบุว่า เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงประมาณ 170-175 เซนติเมตร เส้นผมหยักศกไว้ผมรองทรง สวมกางเกงยีนส์ ใส่เสื้อสีเขียว

              เบื้องต้นก็มีผู้ต้องสงสัยอยู่ 3 คน ที่เข้าข่ายเป็นผู้นำกระเป๋าใบดังกล่าวมาที่สถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 แต่นางณัฐพรก็ยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นคนร้ายตัวจริง เนื่องจากรูปพรรณสัณฐาน ยังไม่ชัดเจน ประกอบกับวันดังกล่าวก็มีผู้โดยสารแต่งกายลักษณะใกล้เคียงกันจำนวนมาก รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอมาตรวจสอบมีเพียง 6 มุมเท่านั้น จึงไม่สามารถเห็นบริเวณจุดที่คนร้ายวางกระเป๋าได้ชัดเจนนัก

               อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ติดต่อประสานงานกับทางสถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 เพื่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมทั้งหมดที่มีอยู่ มาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณจุดมาส่งผู้โดยสารด้านหน้าสถานีฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าอาจจะมีผู้ร่วมขบวนการมาส่งคนร้าย 2 คนนี้ด้วย ส่วนหมายเลขระเบิดและอาวุธสงครามนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามาจากหน่วยงานใด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 1 สัปดาห์คาดว่าน่าจะรู้ผล


ยันไม่พันบึ้มรีสอร์ทปากช่อง

               พ.ต.อ.บุญเลิศ  ว่องวัจนะ  รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าวว่า  สำหรับการเชื่อมโยงการซุกระเบิดพบที่สถานีขนส่งหมอชิต และการเกิดเหตุระเบิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคมที่โรงแรมธาราคีรี เพลสนั้น  จากการตรวจสอบไม่มีความเชื่อมโยงกันแต่อย่างใด โดยหลังจากที่เกิดเหตุมีเสียงดังคล้ายระเบิดแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ปากช่อง ได้รับแจ้งจากทางโรงแรมจึงเดินทางไปตรวจสอบห้องพักที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นได้ประสานให้พนักงานโรงแรมโยกย้ายลูกค้ารายอื่นที่อยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุไปพักห้องอื่น เพื่อความปลอดภัย และความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่

               อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวตำรวจนายหนึ่งตั้งข้อสังเกตุกรณีพบกระเป๋าซุกระเบิดและกระสุนจำนวนมากว่า จากการวิเคราะห์เชื่อว่าระเบิดและกระสุนทั้งหมดไม่ได้มาจากพื้นที่ จ.นครราชสีมา หรือมีการขนมาจากชายแดนภาคอีสานแต่อย่างใด แต่ระเบิดและกระสุนทั้งหมดอยู่ในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว  โดยตั้งข้อสังเกตว่าระยะนี้ตำรวจนครบาลได้กวดขันจับกุมเรื่องอาวุธอย่างเข้มข้น   ทำให้คนร้ายที่เก็บอาวุธไว้ปล่อยขายได้ยาก  ประกอบกับมีความเป็นไปได้ว่ามีความพยายามของเจ้าหน้าที่บางคนที่ต้องการสร้างผลงาน จึงอาจมีการสร้างสถานการณ์ขึ้น

               “จากการประเมินของตำรวจที่อ้างว่าอาวุธปืนอยู่ในสภาพค่อนข้างเก่า ระเบิดสามารถใช้งานได้แต่มีจำนวนไม่มาก   จึงเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะขนจากโคราชเข้ากรุงเทพ  การขนส่งด้วยการซุกอยู่ในกระเป๋าเดินทางก็ไม่มีใครเขาทำกันเพราะเสี่ยงเกินไป     หากตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอาวุธที่ขโมยมาจากคลังแสงในจังหวัดนครราชสีมาก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะอาวุธที่พบมีเพียงเล็กน้อย  ทหารคงไม่ทำให้เสียชื่อหรือหากจะลักลอบขนอาวุธจริงทหารขนขึ้นรถของเขาก็ไม่มีใครตรวจสอบได้ " แหล่งข่าวกล่าว

               แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า หากฟังจากการให้สัมภาษณ์จะพบว่าตำรวจมีรายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายหลายเรื่องสามารถเล่าเป็นฉากๆได้ ซึ่งคนที่ทำงานเป็นนักสืบจนได้ตามประกบตัวผู้ต้องสงสัยจะมีข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งรูปร่าง  หน้าตา ผิวพรรณ  ตำหนิ  ซึ่งข้อมูลต่างๆนี้ ทั้งลูกน้อง  ตลอดถึงผู้บังคับบัญชาจะมีข้อมูลรายละเอียดเท่ากัน  คนร้ายต้องอยู่ในสายตาของตำรวจตลอดเวลาไม่มีทางที่จะรอดพ้นการจับกุมได้  ซึ่งข้อมูลรายละเอียดตลอดจนมีการตามประกบผู้ต้องสงสัย  แต่กลับปล่อยให้คนร้ายหายไปได้ ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่เองหรือไม่  เพราะระยะนี้ทางตำรวจนครบาลได้เร่งระดมกวาดล้างอาวุธเถื่อน อาวุธสงครามอย่างเข้มข้น   จึงมีความเป็นไปได้ที่ตำรวจจะเป็นคนสร้างสถานการณ์เพื่อทำผลงานเอง”   แหล่งข่าวกล่าว

               แหล่งข่าวคนเดิมเพิ่มเติมว่า หากมีหลักฐานทั้งพยานและกล้องวงจรปิดให้ติดตามคนร้าย  แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่า คนที่จับมาจะเป็นแพะหรือไม่  เพราะถึงตอนนี้ข้อมูลบางเรื่องก็คลุมเครือ ไม่มีความชัดเจน  การติดตามคนร้ายตัวจริงจะทำได้ยากขึ้น     


บขส.โคราชเพิ่มรปภ.ตรวจเข้มกระเป๋าเดินทาง

               ด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจสอบกระเป๋าและสัมภาระขนาดใหญ่ของผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่อาจจะมีสิ่งกีดขวาง หรือเสีย เพื่อส่งซ่อมให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
 
               นายสุวรรณ ขอเหนี่ยวกลาง หัวหน้า รปภ. สถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 เปิดเผยว่า หลังจากที่พบการซุกอาวุธสงครามในรถทัวร์เกิดขึ้น นายศรรบ หล่อธราประเสริฐ ผู้จัดการทั่วไป สถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 ก็ได้สั่งการให้เพิ่ม รปภ.มากขึ้น จากเดิมเข้างานชุดละ 10 คน เป็น 15 คน พร้อมทั้งสั่งให้ตรวจสอบกระเป๋า และสัมภาระขนาดใหญ่ของผู้โดยสารทุกคนอย่างเข้มงวด ก่อนนำขึ้นรถโดยสาร ส่วนกล้องวงจรปิดในสถานีฯ มีอยู่ทั้งหมด 48 ตัว ขณะนี้ใช้การได้ทั้งหมด ซึ่งครอบคลุม 80% ของพื้นที่สถานีฯ ทั้งหมด โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยนั่งเฝ้าดูอยู่หน้าจอตลอด 24 ชั่วโมง หากพบกระเป๋า หรือวัตถุต้องสงสัย วางอยู่ในตำแหน่งเดิมนานกว่า 30 นาที ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลัง แต่ทั้งนี้ก็ยอมรับว่าการตรวจสอบให้ทั่วถึง ค่อนข้างจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีผู้โดยสารมาใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน จึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้ เพื่อความสบายใจของผู้โดยสารทุกคน
  
               นางสิริกาญจน์ จันทาพูล ประชาชนที่มาใช้บริการรถโดยสารที่กำลังจะเดินทางไปกรุงเทพมหานคร ด้วยรถโดยสารของบริษัทราชสีมาทัวร์ กล่าวว่า หลังจากที่ข่าวการซุกอาวุธสงครามในรถทัวร์ ก็ทำให้ตนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อมาใช้บริการในสถานีขนส่งแห่งนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นมาตรการเข้มงวดของสถานีฯ โดยเฉพาะการตรวจกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสารทุกคน ก่อนนำขึ้นรถ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ 100% หากเป็นไปได้ อยากให้มีเครื่องแสกนหาวัตถุระเบิดมาใช้เหมือนสนามบิน ก็จะเพิ่มความมั่นใจได้มากกว่านี้