
แม่ลูกปลอดภัย(แค่)ใส่ใจขับขี่
แม่ลูกปลอดภัย (แค่) ใส่ใจขับขี่ : เรื่อง...วุฒินันท์ ดะนุชนาม
ทักษะการขับขี่เป็นสิ่งต้องฝึกฝน โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ รวมถึงคุณแม่ที่มีลูกน้อยวัยกำลังซน อาจมีความกังวนว่าถ้าประสบอุบัติเหตุระหว่างขับรถ จะมีวิธีไหนบ้างที่สามารถช่วยให้ปลอดภัย เหตุนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป หัวข้อ "วิธีการขับรถปลอดภัยสำหรับคุณแม่และผู้ที่กำลังตั้งครรภ์" เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ พร้อมทั้งสาธิตการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ที่ เคอรีสแอนด์มอร์บายบ้านขนิษฐา เมื่อวันก่อน
อดิศัย สิริสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย เผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อร่วมส่งเสริมการขับรถอย่างปลอดภัย โดยมีเป้าหมายลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องพร้อมทั้งฝึกอบรมการขับขี่จริงจากผู้รู้ อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้ผู้หญิงหันมาใส่ใจความปลอดภัยของตัวเองและลูกมากยิ่งขึ้น
ด้าน ยุรี ยานาเซะ สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ให้ความรู้เรื่องการขับขี่ที่ปลอดภัยว่า สตรีมีครรภ์ควรจะให้ความสำคัญระหว่างขับรถหรือโดยสาร เพื่อลดการสูญเสีย เช่น หญิงที่มีอายุครรภ์ 1-2 เดือน มักจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน จนมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางไกล ควรวางแผนในการหยุดพักอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนไปที่เท้าได้อย่างสะดวก เนื่องจากปกติแล้ว เท้าหรือข้อเท้าของพวกเธอจะเกิดอาการบวมหากนั่งเป็นเวลานาน ช่วงที่ควรระมัดระวังมากคือช่วง 3 เดือนสุดท้าย ไม่ควรขับรถเอง และถ้าจะให้ปลอดภัยควรเลือกนั่งเบาะหลัง หรือหากจำเป็นต้องนั่งด้านหน้า ให้เลื่อนเบาะนั่งไปด้านหลังมากที่สุด หากกรณีเป็นคนขับเองควรปรับเบาะให้ห่างจากพวงมาลัยประมาณ 10 นิ้ว เพื่อลดการกระแทกขณะถุงลมนิรภัยทำงาน
"ควรให้ความสำคัญกับการใช้เข็มขัดนิรภัยด้วย บางคนอาจมีความเข้าใจผิดๆ ว่าการรัดเข็มขัดจะส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ แต่จริงๆ สามารถใช้ได้ เพียงแต่ควรใช้ให้ถูกวิธี คือ พาดเข็มขัดให้อยู่ระหว่างหน้าอกลงมาถึงบริเวณหน้าท้อง ให้อยู่เหนือต้นขาและกระดูกเชิงกราน วางพาดใต้แนวโค้งของท้อง นอกจากนี้สิ่งที่ควรพกติดรถเสมอ เช่น สำเนาระเบียนฝากครรภ์ โทรศัพท์มือถือ และเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์ให้บริการฉุกเฉิน เพื่อง่ายต่อการกรักษาให้ทันท่วงที " แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ชวน
นอกจากนี้ คุณหมอยังแนะนำหากต้องเดินทางไปกับเด็กเล็กด้วยว่า สิ่งแรกควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล และควรหยุดพักอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้เด็กได้รับอากาศบริสุทธิ์ภายนอก รวมถึงได้เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ควรปล่อยให้เด็กนั่งที่ตักของแม่ขณะอยู่ในรถ เพราะจะทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแทก ควรให้เด็กนั่งบนคาร์ซีท (อุปกรณ์เสริมการนั่งในรถสำหรับเด็กเพื่อความปลอดภัย) ตามขนาดช่วงอายุ และที่ลืมไม่ได้คือต้องไม่ทิ้งเด็กไว้ในรถเพียงลำพัง เพราะความร้อนจะส่งผลกระทบต่อเด็ก เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นเร็วมากกว่าผู้ใหญ่ 3 ถึง 5 เท่า อาจทำให้เด็กเป็นลมแดด หากปฏิบัติได้ตามแนะนำก็จะสามารถปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุได้



