ข่าว

ตำรานอกห้องเรียนหนุนชุมชนยั่งยืน

ตำรานอกห้องเรียนหนุนชุมชนยั่งยืน

08 ส.ค. 2555

ตำรานอกห้องเรียน หนุนชุมชนยั่งยืน

                        ด้วยแรงขับเคลื่อนทางสังคมจากคนหัวคิดใหม่ๆ ได้มีการถูกกระตุ้นมากขึ้นจึงเกิดโครงการไอเดียดีมากมายที่จะพัฒนาสังคมให้ไปในทิศทางที่ดีได้ และอีกครั้งกับการ "ประกวดผลสำเร็จโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน" ที่เพิ่งปิดฉากลงไปไม่นานมานี้ โดยมีเหล่านิสิตนักศึกษาจากรั้วสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศที่มีจิตอาสาพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ร่วมเข้าประกวดถึง 26 แห่ง กับคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย ไปร่วมการแข่งขัน 2012 เอสไอเอฟอี เวิลด์ คัฟ  ชิงชัยกับตัวแทนจากประเทศต่างๆ 39 ประเทศทั่วโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.  สหรัฐอเมริกา โดยมีการประกาศผลผู้ชนะเลิศไปแล้ว บริเวณมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เมื่อวันก่อน

                        ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานมูลนิธิรากแก้ว ผู้บริหารโครงการ เอสไปเอฟอี ไทยแลนด์ เผยว่า มูลนิธิรากแก้ว ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยใช้พลังของทุกภาคส่วน ในการผลักดันโครงการต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในชุมชน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจาก เอสไอเอฟอี (SIFE)  องค์กรระดับโลกที่มีเครือข่ายนักศึกษากว่า 57,000 คน จากกว่า 1,600 มหาวิทยาลัยใน  39 ประเทศทั่วโลก ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสา นำองค์ความรู้ต่างๆ มาใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการครองชีพของคนในชุมชน และยังช่วยลดปัญหาช่องว่างด้านความเหลื่อมล้ำในสังคม

                        ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก กับ โครงการ มัช -รูม คอมมูนิตี้ (Much - Rooms Community) โดย ไตรสรณ์ หมวกแก้ว เป็นตัวแทน กล่าวถึงการดำเนินงานว่า จากเดิมที่ชาวบ้านอำเภอท่าชัย จังหวัดนครนายก มีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านเดิม และกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมา เพราะถูกเวนคืนที่ดินจากเหนือเขื่อนขุนด่านปราการชล ทางทีมจึงได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ลดความขัดแย้ง เริ่มจากแก้ปัญหาความยากจนโดยการให้ความรู้ชาวบ้านผลิตก้อนเชื้อเห็ด ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านการบริโภค เพราะนำเห็ดที่ได้มารับประทาน

                        จากนั้นยังสามารถนำมาขายเป็นผลผลิตในครัวเรือน และยังส่งผลไปสู่การแก้ปัญหาสังคม ที่ชาวบ้านจะร่วมมือ ร่วมใจ แก้ไข และพัฒนา สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้แก่ชุมชน เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และยังช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการนำก้อนเชื้อเห็ดที่เสื่อมสภาพสามารถนำมาใช้เองหรือจำหน่ายได้อีกทาง