ข่าว

30 ปี องค์กรดับไฟใต้ ศึกนี้ยังยืดเยื้อยาวนาน

30 ปี องค์กรดับไฟใต้ ศึกนี้ยังยืดเยื้อยาวนาน

07 ส.ค. 2555

30 ปี การจัดตั้ง 'องค์กรดับไฟใต้' ศึกนี้ยังยืดเยื้อยาวนาน

ในที่สุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็คลอด 'ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้' เป็นองค์กรเฉพาะกิจรับผิดชอบในระดับนโยบายเพื่อความเป็นบูรณาการ หลังจากที่ กอ.รมน. พยายามเสนอโครงสร้างมานานเกือบ 1 ปี แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสนใจ

 อย่างไรก็ดี การจัดตั้ง 'องค์กรดับไฟใต้' ในลักษณะที่เป็น 'องค์กรพิเศษเฉพาะกิจ' เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต ตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อ 30 ปีที่แล้วนั่นเลยทีเดียว

 โดยองค์กรดับไฟใต้ยุคแรกที่ได้รับการจัดโครงสร้างในลักษณะองค์กรพิเศษ เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 (รัฐบาล พล.อ.เปรม) ตั้งเป็น 2 องค์กรคู่กัน คือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 43 (พตท.43) ทั้งนี้ เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ 2 ขา คืองานพัฒนาและงานปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ สมัยนั้นเรียก 'ขบวนการโจรก่อการร้าย' หรือ ขจก.

 ศอ.บต.และ พตท.43 ทำให้สถานการณ์ร้ายที่ชายแดนใต้ดีขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งมีเหตุรุนแรงไม่ถึงปีละ 10 ครั้งในยุคปลายรัฐบาลนายชวน หลีกภัย (พ.ศ.2543) ก่อนถูกยุบในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2545 โดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 123/2545

 ทว่า เมื่อยุบ ศอ.บต.กับ พตท.43 ได้ไม่นาน สถานการณ์ก็กลับมาปะทุรุนแรงอีก ตั้งแต่วันเสียงปืนแตก คือเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จากนั้นก็ฝุ่นตลบ เกิดเหตุรุนแรงรายวันต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 24 มีนาคม 2547 รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจตั้ง กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ซึ่งเรียกกันติดปากในเวลาต่อมาว่า 'กอ.3 ส.' ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 68 และ 69/2547 มอบหมายให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง (ในขณะนั้น) ทำหน้าที่ประธาน วัตถุประสงค์สำคัญก็เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้เอกภาพของหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร

 แต่เอกภาพก็ยังไม่เกิด จนต้องตั้ง กองอำนวยการนโยบายเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กสชต.) เป็นองค์กรระดับชาติขึ้นมาซ้อนอีกชุดหนึ่งเพื่อคุมนโยบายในภาพรวมทั้งหมด และยังมีการตั้ง คณะกรรมการบริหารจัดการในพื้นที่ตามนโยบายและยุทธศาสตร์เสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กบชต.) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน เพื่อเป็นสะพานเชื่อมงานยุทธศาสตร์ระหว่าง กสชต. และ กอ.สสส.จชต. อีกคณะหนึ่งด้วย

 ต่อมาในยุคหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ฟื้น 'ยุทธศาสตร์ 2 ขา' มาใช้ดับไฟใต้อีกครั้ง แต่งานความมั่นคงมอบให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดูแล โดยออกกฎหมายรองรับอย่างเป็นรูปธรรม คือ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551

 อีกด้านหนึ่งก็ฟื้น ศอ.บต.ที่ถูกยุบไป รวมทั้ง พตท.43 ด้วย แต่ใช้ชื่อว่า กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร หรือ 'พตท.' เฉยๆ

 ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ ได้ออกกฎหมายขึ้นมารองรับโครงสร้าง ศอ.บต.อย่างเป็นทางการ คือพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ยกระดับ ศอ.บต.ให้เป็นองค์กรหลัก รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาและความเป็นธรรมเทียบเท่า กอ.รมน. ที่ดูแลงานด้านความมั่นคง

 กระทั่งถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ กอ.รมน.ได้พยายามชงโครงสร้างองค์กรดับไฟใต้ใหม่ เพื่อให้ กอ.รมน.เป็นหน่วยงานหลักหน่วยงานเดียว โดยอ้างความเป็นเอกภาพ ใช้ชื่อว่า ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศบ.กช.) และภายหลังแตกลูกเป็นบอร์ดระดับนโยบาย กับบอร์ดระดับพื้นที่ แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่ยอมลงนามในคำสั่งที่ กอ.รมน.เสนอขึ้นไป

 ทว่า สุดท้ายก็หนีไม่พ้น ต้องตั้ง 'ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้' ขึ้นมาเป็นองค์กรเฉพาะกิจอีกองค์กรหนึ่ง!