ข่าว

มติครม.ตรึงVAT7%อีก2ปี

มติครม.ตรึงVAT7%อีก2ปี

07 ส.ค. 2555

ครม.ไฟเขียวขยายเวลาคงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อีก 2 ปีก่อนปรับขึ้นเป็น 9% ขณะที่ กบง. 'เบรกน้ำมันแพง' ลดเงินเข้ากองทุน บรรเทาค่าใช้จ่าย

              น.ส. ศันศนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงผลการประชุม​คณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามที่กระทรวงการคลัง  เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา

               ทั้งนี้​สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว กำหนดให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 6.3 สำหรับการขยายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดชอบในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557

              อย่างไรก็ตาม กำหนดให้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 9 สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดชอบในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป

 

กบง. 'เบรกน้ำมันแพง' ลดเงินเข้ากองทุน บรรเทาค่าใช้จ่าย       

 

               นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ในอัตรา 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 และอี 85 จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีก 50 สตางค์ต่อลิตร เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ขณะที่ในส่วนของน้ำมันดีเซล ก็ให้มีการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลง 30 สตางค์ต่อลิตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

              "การปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับลดลงจากวันละ 31 ล้านบาท เหลือเพียงวันละ 9 ล้านบาท แต่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยจะทำให้ราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์ลดลง และราคาน้ำมันดีเซลไม่ปรับเพิ่มขึ้น" นายอารักษ์กล่าว

              ด้านนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัท ฟอสเตอร์ วีลเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขยายความสามารถในการรับจ่ายแอลพีจีระยะที่ 1 เพื่อการขยายระบบคลังและท่าเรือนำเข้าที่คลังก๊าซเขาบ่อยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับรับเรือนำเข้าแอลพีจีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศให้มีกำลังนำเข้าก๊าซสูงสุด 2.5 แสนตันต่อเดือน จากเดิม 1.32 แสนตันต่อเดือน และ ปตท.จะดำเนินการขยายระบบคลังจ่ายก๊าซบ้านโรงโป๊ะ รวมทั้งคลังก๊าซภูมิภาคให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการแอลพีจีของประเทศ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2558