
จับหนุ่มเซียร์ราลีโอนแชทตุ๋นเงินสาวไทย‏
ตำรวจตามจับหนุ่มเซียร์ราลีโอนแก๊งเงินดำแชทตุ๋นเงินสาวไทย
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 ส.ค.ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม นายโคโรม่า ไอดริซ่า (KOROMA IDRISA)หรือเคน หรือเควิน หรือเดวิด หรือสมศักดิ์ อายุ 34 ปี สัญชาติเซียร์ราลีโอน ตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 336/2555 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2555 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่ร้านอาหาร “บ้านมิสเตอร์แซนวิช”เลขที่ 374/11 หมู่ 10ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังร่วมกับพวกแก๊งเงินดำหลอกเหยื่อชาวไทย 7 รายจนหลงเชื่อเสียเงินหลักหมื่นถึงแสนบาทให้ผู้ต้องหาที่อ้างว่าจะนำไปซื้อน้ำยาพิเศษสำหรับเปลี่ยนกระดาษเป็นธนบัตรดอลลาร์
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก น.ส.สุวิมล(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง หนึ่งในผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ป.ว่า ถูกชาวต่างชาติซึ่งติดต่อกันทาง ไฮไฟฟ์ (Hi5) เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง และโปรแกรมสนทนาออนไลน์ของยาฮูจนสนิทสนมกันเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลอกว่าส่งของขวัญมาให้ทางพัสดุไปรษณีย์แต่ต่อมาผู้ต้องหาอ้างว่าภายในเป็นธนบัตรดอลลาร์ มูลค่า 1 ล้านเหรียญสหัรฐ เข้ามาในประเทศไทยเพื่อนำมาซื้อบ้านพักอาศัย แต่จะขอยืมเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมดำเนินการและภาษีในการนำพัสดุเข้าประเทศเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท เมื่อได้รับพัสดุแล้วจะคืนเงินให้แต่เมื่อถึงนัดหมายก็เงียบหายไป
ขณะที่หญิงสาวผู้เสียหายอีกราย (ขอสงวนนาม) ก็ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกในลักษณะเดียวกันแต่มีการข่มขู่โดยอ้างว่าพัสดุที่ภายในเป็นธนบัตรดอลลาร์นั้นลงทะเบียนเป็นชื่อผู้เสียหาย ซึ่งการนำเงินสดเข้าประเทศเป็นมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นต้องรีบนำพัสดุนี้ออกมาก่อนถูกตรวจสอบพบแต่ต้องเสียค่าดำเนินการต่างๆ ทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะมีความผิดจึงโอนเงินไปให้ และผู้เสียหายบางรายถูกหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อน้ำยาพิเศษที่สามารถนำมาเปลี่ยนกระดาษที่อยู่ในพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาจากต่างประเทศให้เป็นธนบัตรดอลลาร์ได้
หลังตำรวจรับเรื่องจึงทำการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับหญิงสาวชาวไทย1 คน และคาดว่ามีชาวต่างชาติยังไม่ทราบสัญชาติอีก 1 คนกระทำผิด โดยใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของนายจรูญ ไม้สน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นคนรู้จักของผู้ต้องสงสัยที่เป็นหญิงสาวชาวไทยมาใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากเหยื่อโดยพบว่าในบัญชีเงินฝากดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนเข้าออกบัญชีแล้วกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อประมาณ 7ราย โดยรายหนึ่งแจ้งความไว้ที่ สน.ท่าข้าม และมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ไว้แล้วจึงนำหมายจับศาลไปติดตามจับกุมตัวมาได้
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อ้างตัวเป็นชาวอเมริกัน อิตาเลี่ยน เพื่อหลอกตีสนิทกับผู้เสียหายแต่อ้างว่ากระทำผิดคนเดียว และไม่ยอมให้การใดๆเพิ่มเติม จึงนำตัวส่ง สน.ท่าข้าม ดำเนินคดี อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยถูกตำรวจ บก.ป.จับกุมข้อหา หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีพฤติการณ์ต้องสงสัยเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินเหยื่อ



