ข่าว

'เต้น'เชื่อแดงรวมตัว9ส.ค.ไม่นอกรอบ

'เต้น'เชื่อแดงรวมตัว9ส.ค.ไม่นอกรอบ

07 ส.ค. 2555

'ณัฐวุฒิ' มั่นใจเสื้อแดงรวมตัว 9 ส.ค.ไม่นอกรอบ ยันน้อมรับคำตัดสิน เย้ย ฝ่ายค้านหากล้มเหลวศึกซักฟอก 'อภิสิทธิ์' ไร้ที่ยืนทางการเมือง

             เวลา 9.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในวันที่ 9 ส.ค.นี้ ที่ศาลได้นัดสอบถาม นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กับพวกแกนนำนปช. จำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้ายรวม 24 คน กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมเดินทางไปให้กำลังใจว่า ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร จะเข้าใจและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกมาตรการที่ศาลกำหนด แต่เพียงว่าต้องขอความเห็นใจกับพี่น้องประชาชนที่จะมาด้วย แกนนำที่จะขึ้นรับการไต่สวนเป็นแกนนำที่ต่อสู้ด้วยกันมาร่วมเป็นร่วมตาย เคียงไหล่ใกล้บ่า กันมาตลอด 5 - 6 ปี พวกเขาเพียงต้องการมาอยู่ใกล้ๆมาให้กำลังใจเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องจะมาก็ความวุ่นวายหนักอกหนักใจให้กับศาล และศาลมีมาตรการอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น แล้วคำวินิจฉัยของศาลจะเป็นอย่างไรพวกตนก็พร้อมที่จะน้อมรับ และเคารพในคำวินิจฉัย

             เมื่อถามว่า จะสามารถคุมมวลชนอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่ามวลชนที่มาจะดูแลตัวเองได้ และมั่นใจในวุฒิภาวะของพี่น้องกลุ่มคนเสื้อแดงมาตลอด ถ้าหากว่าพวกเขาไม่มีความมั่นคงในการต่อสู้จริงชะตากรรมทั้งหลายที่ผ่านมาคงจะทำให้การต่อสู้แตกพ่ายไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นวันที่ 9 ส.ค.นี้ จะเป็นการพิสูจน์วุฒิภาวะของคนเสื้อแดงอีกรอบหนึ่ง


เย้ย ฝ่ายค้านหากล้มเหลวศึกซักฟอก "อภิสิทธิ์" ไร้ที่ยืนทางการเมือง

               นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่โดยพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีว่า ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปประมาท เพียงแต่ว่าตนมั่นใจว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้นประชาชนเห็นความตั้งใจประชาชนเห็นความมุ่งมั่นและความมีสมาธิในการทำงาน ไม่ไปเปิดพื้นที่โต้แย้งทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งก็ชัดเจนเหมือนกันว่าฝ่ายค้านพยายามตลอดเวลาที่จะดึงนายกรัฐมนตรีให้ไปสู่เกมที่พวกเขาถนัด คือเกมสาดโคลนป้ายสีทางการเมืองแต่ว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยที่จะเดินเข้าไปสู่สนามของความขัดแย้งนั้น

              "ผมเห็นว่าเวลานี้ประชาชนเขาเอาใจช่วยนายกยิ่งลักษณ์ให้ทำงานให้สำเร็จ เหมือนกับคนไทยเชียร์น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ในสนามแบตมินตัน แม้ว่าเธออาจจะอายุยังน้อย เธออาจจะยังไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่นัก แต่ว่าความมุ่งมั่นความทุ่มเทและความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ มันเอาชนะใจประชาชนได้” นายณัฐวุฒิ กล่าว

                นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ตนเห็นว่าเป็นหน้าที่เป็นบทบาทปกติ และรัฐบาลก็คงไม่ต้องไปเตรียมการอะไรเพิ่มเติมก็ทำอย่างที่ทำอยู่ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ว่าที่สังเกตดูคนในพรรคฝ่ายค้าน ดูยังคิดไม่ตรงกันอยู่ล่าสุดเห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านได้กล่าวว่าจะยังไม่รีบร้อนและรอดูไปก่อน ทั้งเรื่องงบประมาณและการแถลงผลงานของรัฐบาล และพวกที่ออกมาตีปี๊ปโหมโรงตั้งแต่ต้นล้วนแล้วแต่เป็นพวกไม่ได้มีหน้าที่อภิปรายเช่น โฆษกพรรคบ้าง หรือ สส. ที่ไม่ได้เป็นขุนพลนักอภิปรายบ้าง พวกนี้พูดเอามันเข้าว่าโดยไม่นึกเลยว่าตอนที่ตัวเองพูดขู่รัฐบาลนั้น ผู้นำฝ่ายค้านเป็นฝ่ายสะดุ้งเอง

                 “นายอภิสิทธิ์รู้ดีว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้จะเป็นเวทีสุดท้าย ถ้าหากว่าล้มเหลวเหมือนการคุมเกมในสภาจนลูกน้องสร้างความวุ่นวาย ล้มเหลวเหมือนการเปิดเวทีนอกสภาจนเป็นที่วิพากวิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบจ่าประสิทธิ์ เรื่องสวมเสื้อแดง ถ้าล้มเหลวในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก คุณอภิสิทธิ์ ก็คงจะไม่เหลือที่ยืนในบทบาททางการเมืองฝากบอกพรรคประชาธิปัตย์ว่าให้คุยกันให้ดี ว่าพวกโฆษณาล่วงหน้าเป็นพวกที่ไม่ต้องแบกรับความกดดันอะไร แต่ตัวนายอภิสิทธิ์ รู้จึงบอกว่าเรื่องนี้ต้องรอก่อน" นายณัฐวุฒิ กล่าว

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรี จะสามารถตอบคำถามเองได้ทั้งหมดหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มั่นใจ ตั้งแต่ตนทำงานกับนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นในสนามหาเสียงเลือกตั้งจนถึงในคณะรัฐมนตรี เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีศักยภาพพร้อมทุกด้าน เพียงแต่ด้านที่คนไม่เคยเห็นก็คือด้านที่เผชิญหน้าทางการเมืองเพราะเป็นสิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ต้องการแต่เมื่อต้องทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลในการชี้แจงต่อประชาชนนั้นตนเชื่อว่าจะไม่มีความชัดเจนและไม่เป็นปัญหา

                เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่จำเป็นต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้าเกี่ยวข้องพาดพิงกับหน่วยงานใดที่รับผิดชอบ ก็เป็นปกติที่หน่วยงานนั้นต้องชี้แจง แต่คงไม่มีการจัดตั้งเป็นกองกำลังพิทักษ์ปกป้องใดๆ ผลงานความทุ่มเทของนายกรัฐมนตรีจะเป็นองครักษ์ปกป้องนายกรัฐมนตรีอย่างดีที่สุด
      
                ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายจำนำข้าวที่ถูกโจมตีว่าล้มเหลวและเป็นประเด็นที่จะถูกอภิปรายจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าโครงการนี้เดินหน้าอย่างประสบความสำเร็จหากจะมีข้อบกพร่องบ้างก็เป็นข้อบกพร่องในการปฏิบัติในการดำเนินงาน ไม่ใช่ข้อบกพร่องในตัวนโยบายหรือเจตนาทุจจริตจากฝ่ายบริหารนี่เป็นเรื่องปกติของการทำงาน การที่เราทำโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นผลิตผลสำคัญของประเทศและเกิดอุปสรรคบ้างประชาชนเข้าใจได้ เทียบกับโครงการชั่งไข่เป็นกิโลขายและม่ประสบความสำเร็จเลยตนคิดว่าต่างกันเยอะ

               ทั้งนี้เมื่อถามถึงผลการสำรวจความเห็นที่ระบุว่าประชาชนตัดสินผลงานรัฐบาลแค่คาบเส้นนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องเดินหน้ากันต่อไปเราเคารพในความคิดเห็นของประชาชน แต่นโยบายต่างๆที่เดินไม่ว่าจะเป็นของที่ประกาศไว้ตอนหาเสียงหรือของเดิมที่เอามาต่อยอดก็ยังต้องใช้เวลาที่พัฒนากันต่อ แม้ว่าประชาชนจะให้ความพอใจจากผลที่ออกมาว่าคาบเส้นคือสอบผ่านในปีแรก แต่ก็ยังมีเวลาในการพัฒนาต่อไป