ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ลั่นไม่มีประกาศเคอร์ฟิว

'ยุทธศักดิ์'ลั่นไม่มีประกาศเคอร์ฟิว

07 ส.ค. 2555

'ยุทธศักดิ์' ระบุ ไม่มีประกาศเคอร์ฟิว จว.ชายแดนใต้ ชี้เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติจะเสนอเข้ามา เชื่อปรับแผนภาคใต้ช่วยบูรณาการงานเป็นเอกภาพ

               เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ได้มีการชี้แจงแนวทางปฏิบัติว่าแต่ละหน่ยวจะมีการร่างแบบแผนอย่างไร ยืนยันว่าหลังจากมีศูนย์นี้ จะมีการพัฒนาเรื่องการข่าวที่จะไปในทิศทางเดียวกัน มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับการเร่งรัดติดตามงบประมาณในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวกับภาคใต้จะกระจายอย่างทั่วถึง ทั้งนี้การปฏิบัติการดังกล่าวจะมีแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้เป็นคนดูแล

               พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการประกาศเคอร์ฟิวส์นั้น ตอนนี้ยังไม่มี และเป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติจะเสนอเรื่องเข้ามา ส่วนกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกฯ และอดีตรอง ผอ.รมน. เสนอให้ปรับยุทธวิธีจัดการกับผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ว่า ถือเป็นเรื่องที่ต้องรับฟังจากผู้มีประสบกาณณ์ แต่การจะปรับยุทธวิธีขึ้นอยู่กับความเห็นของที่ประชุมที่จะพิจารณาความเหมาะสม

 

เชื่อปรับแผนภาคใต้ช่วยบูรณาการงานเป็นเอกภาพ

              พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงร่วมประชุมเพื่อหารือถึงการแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ วันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้เชิญทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มาชี้แจงแผนที่จะประชุมเชิงปฎิบัติการที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ทั้งหมด โดยเป็นการให้ในแต่ละหน่วยงานกำหนดรายละเอียดว่ามีการร่างแผนงานอย่างไรบ้าง รวมถึงจะมีการประสานให้มีแผนการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นจะมีการร่างแผนขึ้นมาใหม่เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ และจะนำมาประชุมกันในครั้งต่อไป

             ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนงานที่จะเกิดขึ้นภายหลังการตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า  อย่าให้ตนพูดตอนนี้ เพราะนายกฯยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ หากนายกฯให้ความเห็นชอบแล้วจะชี้แจงให้ทราบ อย่างไรก็ตาม แผนที่ร่างขึ้นนี้จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฎิบัติ ยกตัวอย่างในเรื่องการข่าวเราจะมีการข่าวที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และในระดับศูนย์กลางจะมีส่วนประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้ทราบถึงขั้นตอนต่างๆที่เป็นข่าวเดียวกันและรวดเร็วขึ้น การดำเนินการข่าวระหว่างในพื้นที่กับศูนย์ข่าวที่อยู่ในกรุงเทพฯจะมีการประสานงานและติดต่อกันด้วยความรวดเร็ว ส่วนการทำงานของหน่วยเหนือหรือหน่วยงานสำคัญต่างๆ เช่น กระทรวงต่างๆ ที่หน่วยปฎิบัติยังประสานงานหรือขอร้องไม่ได้ ทางศูนย์จะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆให้อีกครั้งเพื่อให้เกิดความกระชับและรวดเร็ว พร้อมให้ทุกหน่วยงานลงไปอยู่ในพื้นที่พร้อมๆกันอย่างที่เคยทำ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ต่อไปจะต้องเข้ามาทำงานมากขึ้น เพราะขณะนี้เรื่องสถานการณ์ข่าวในจังหวัดภาคใต้เราทราบว่าเป็นที่สนใจและติดตามในต่างประเทศมาก ต่อไปนี้กระทรวงการต่างประเทศต้องเข้ามาเป็นปากเป็นเสียงของประเทศไทย เป็นผู้ชี้แจงแทนรัฐบาล เป็นต้น ทั้งนี้เป็นการทำงานให้เกิดการบูรณาการและกระชับยิ่งขึ้น

             พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้มีการมองเรื่องงบประมาณของแต่ละกระทรวงที่ขอไว้ในการทำงานในภาคใต้ด้วย เพราะเราจะไม่ให้งบประมาณถูกเปลี่ยนแปลงในงบประมาณปลายปี หรือใช้นอกพื้นที่ หากกระทรวงไหนของบประมาณมาสำหรับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องใช้ให้หมด ถ้าไม่หมดก็ต้องผูกพันไว้ หากไม่ผูกพันก็ต้องตัดงบประมาณเพื่อนำมาใช้เลย อย่างไรก็ตาม งบประมาณของแต่ละกระทรวงที่จะใช้ในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีอยู่แล้ว แต่เมื่อก่อนจะใช้ไม่หมดในบางครั้ง เมื่อเหลือก็จะปรับเป็นงบประมาณปลายปี แต่ปีนี้เราจะเชิญสำนักงบประมาณมาตรวจสอบเรื่องงบประมาณด้วย

             ทั้งนี้หลังจากที่นายกฯสั่งการในการประชุมวันที่ 8 ส.ค.นี้ จะเริ่มไปดำเนินการทันที และจะเริ่มทำงานทันทีเช่นกัน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะเป็นตัวประเมินผลงานแต่ละหน่วยงานที่ลงไปทำงานในพื้นที่ โดยประเมินในแต่ละเดือนและรอบ 3 เดือน ถ้าหน่วยงานไหนยังทำงานไม่เป็น/ไปตามยุทธศาสตร์ร่วมก็จะมีการผลักดัน พร้อมกับขับเคลื่อนไปยังกระทรวงนั้นเพื่อให้ทันกับยุทธศาสตร์ที่วางไว้

         เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอให้ทหารรบรูปแบบกองโจรกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจังหวัดภาคใต้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เป็นแนวความคิดที่ถูกต้อง เพราะท่านผ่านอะไรมากมีประสบการณ์สูง และภาพการดำเนินงานการปฏิบัติก็เป็นลักษณะนี้อยู่ด้วย ใช้วิธีการแบบเก่า ส่วนจะปฎิบัติได้หรือไม่ก็ต้องสอบถามจาก พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัช แม่ทัพภาคที่ 4 เพราะเป็นฝ่ายปฎิบัติ ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ใช้วิธีการที่รุนแรง เพราะมี ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ทำงานด้านการเมือง และการพัฒนาอยู่แล้ว โดยจะมีการใช้ศอ.บต.ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อดึงมวลชนมาอยู่กับฝ่ายเราให้มากขึ้น

             “8-9 ปีที่ผ่านมาไม่มีการใช้แผนนี้ และแผนที่เราจะใช้อยู่นี้คือแผนปิดช่องว่าง เพิ่มความกระชับ มีการเตรียมการผลักดันให้หน่วยได้เข้าไปทำงาน ให้บูรณาการสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้จะให้อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความปลอดภัยภาคใต้ ซึ่งศูนย์นี้จะทำการประเมินการทำงานของแม่ทัพฯ” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

          พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ภาคใต้นั้น เป็นเพียงแนวความคิด ยังไม่ได้ปฎิบัติ การจะประกาศใช้เคอร์ฟิวเป็นเรื่องของหน่วยปฎิบัติที่จะเสนอในการประกาศใช้ แต่หากฝ่ายปฎิบัติไม่เสนอมาสู่ระดับนโยบายก็คงไม่สั่งการลงไป