ข่าว

แจงวุ่นปมชง'กกต.'เพิ่มเงินเดือนให้จนท.

แจงวุ่นปมชง'กกต.'เพิ่มเงินเดือนให้จนท.

06 ส.ค. 2555

"เลขาฯกกต."แจงวุ่น ปมชงกกต.เพิ่มเงินเดือนให้จนท.กกต. ลั่นทุกอย่างทำตามกม.และเพื่อขรก.กกต. ท้าใครอยากฟ้องเชิญ ชี้พร้อมสู้ทุกศาลหากผิดจริง

             ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ 6 ส.ค.  นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงกรณีเงินเพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ กกต. ตามที่ได้เสนอเรื่องกับกกต.ทั้ง 5 คน ว่า ขณะนี้ กกต. ได้ออกระเบียบเงินเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวจริง โดยเป็นตามมาตรา 32 ของ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ให้ กกต. มีอำนาจออกระเบียบเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงาน เนื่องจากที่ผ่านมาพนักงานของสำนักงาน กกต. ไม่มีเงินเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนนี้เหมือนกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักงาน ปปช. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

               ตนในฐานะที่ทำงานอยู่ที่สำนักงาน กกต. มานาน จึงเห็นว่าควรที่จะเพิ่มเงินประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจในการทำงาน โดยเงินส่วนนี้จะได้เฉพาะพนักงาน กกต. ลูกจ้าง กกต. ตั้งแต่ระดับรองเลขาธิการ กกต. ลงมาจนถึงลูกจ้าง กกต. เท่านั้น ส่วน กกต.ทั้ง 5 คนและเลขาธิการ กกต. จะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ซ้ำรอยกับความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างแน่นอน

               นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการประเมินว่าใครจะได้รับเงินส่วนนี้ จะต้องมีหลักเกณฑ์การทำงานที่ชัดเจน จึงส่งผลให้ภาพรวมในการทำงานช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มาทำงานแต่เช้า ขยันทำงานกันมากขึ้น ลางานและขาดงานน้อยลง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ กกต. จะต้องมีการผลัดเปลี่ยนเวรกันในการทำงานหลังจากเวลา 16.30 น. รวมถึงวันเสาร์-อาทิตย์ เจ้าหน้าที่ก็ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำงานเพื่อรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ด้วย โดยที่จะไม่มีการเบิกค่าล่วงเวลาใดๆ ทั้งนี้เงินส่วนนี้เป็นเงินที่อยู่ในงบประมาณของ กกต. ที่รับการอนุมัติจากสำนักงบประมาณผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ไม่ใช่งบที่เหลือจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด

               "ยืนยันว่าเรื่องนี้ทำโดยความบริสุทธิ์ใจ และเป็นไปตามกฎหมาย หากมีคนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนี้ไม่ถูกต้อง ก็สามารถยื่นฟ้องผมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผมพร้อมที่จะสู้ทุกศาล และชี้แจงเหตุผลในการดำเนินการต่างๆ เพราะทุกสิ่งที่ทำก็เพื่อพนักงานและลูกจ้าง กกต. ทุกคน"เลขาฯกกต. กล่าว

               เมื่อถามว่า มี กกต. 1 คน ได้แสดงการทักท้วงกับเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม นายภุชงค์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามี กกต. 1 คน ที่ทักท้วง ซึ่งเราก็ได้อธิบายถึงข้อเสนอว่า เราทำตามมาตรา 32 ของ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงทำตามกฎหมาย และ กกต. คนนั้นก็เข้าใจกับเรื่องนี้ เพราะ กกต. ทั้ง 5 และเลขาธิการ กกต. ไม่มีส่วนที่จะรับเงินส่วนนี้แม้แต่บาทเดียว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบดังกล่าวมีชื่อว่าระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดีของพนักงานและลูกจ้างประจำของสำนักงาน กกต. พ.ศ. 2555 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 30 มี.ค. 2555 ลงนามโดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในประกาศ โดยมีอัตราเงิน เช่น ผู้บริหารระดับสูง จะได้รับเงินเพิ่มประสิทธิภาพ 15,000 - 17,500 บาท ผู้บริหารระดับกลาง จะได้รับเงินเพิ่มประสิทธิภาพ 12,500 - 14,000 บาท พนักงานปฏิบัติระดับกลาง จะได้รับเงินเพิ่มประสิทธิภาพ 7,500 - 13,500 บาท พนักงานปฏิบัติระดับต้น จะได้รับเงินเพิ่มประสิทธิภาพ 3,500 - 9,000 บาท และลูกจ้างประจำ จะได้รับเงินเพิ่มประสิทธิภาพ 2,000 - 4,000 บาท โดยเงินส่วนนี้มีการจ่ายมาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน

               รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งว่า สำหรับพนักงาน ข้าราชการ ในองค์กรอื่นๆ ก็ได้มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนอื่น หรือเงินในลักษณะเช่นเดียวกันกับ กกต. ไปแล้ว เช่น ศาลปกครอง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ปปช. ได้มีจ่ายเงินไปแล้วเมื่อปี 2542 ศาลยุติธรรม ในปี 2543ศาลรัฐธรรมนูญ ในปี 2544 และล่าสุดปี2555 รัฐสภา กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ กกต. ได้มีอนุมัติปีนี้

               แหล่งข่าวจากกกต.แจ้งว่า จากรณีที่กกต.อนุมัติให้ออกระเบียบเงินเพิ่มประสิทธิภาพกับพนักงานกกต.เพื่อเป็นขวัญกำลังใจนั้น มีเจ้าหน้าที่ในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งบางคนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นว่าการอนุมัติเงินจะเป็นข้อผูกพันกลายเป็นสัญญาทาส พนักงานกกต.จังหวัดก็ต้องเอาใจผอ.กต.จว.  เพื่อให้อนุมัติเงินให้อาจทำไปสู่การประพฤติมิชอบกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะสั่งอะไรก็ต้องทำถ้าอยากได้เงิน ส่วนผอ.กต.จว.เอง ก็ต้องเข้าหาเลขาธิการกกต.ให้เห็นหน้าตลอด ถึงจะได้เงินเพิ่มประสิทธิภาพตรงนี้ แล้วถามว่าจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน อีกทั้งเงินของเจ้าหน้าที่กกต.ก็มากพออยู่แล้วทั้งเงินเดือนเงินประจำตำแหน่ง หรือค่าตอบแทนต่างๆ จึงไม่รู้ว่าจะเอาเพิ่มอะไรอีก ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานของรัฐที่ออกระเบียบเพื่อเพิ่มเงินให้ตัวเองมีปัญหาทุกที่ เพราะผิดระเบียบการเงินการคลัง เงินส่วนนี้จะเป็นเงินเหลือจ่ายจากกาเลือกตั้ง ต้องส่งคืนไม่ใช่เอามาแบ่งกันอย่างนี้

               แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ตนจะรอดูว่าจะมีการเบิกเงินไปใช้กันหรือไม่ เพราะเห็นถ้ามีการเบิกเงินไปใช้แล้ว สักระยะหนึ่งตนจะเป็นผู้ไปฟ้องกับศาลปกครอง ว่า การออกระเบียบดังกล่าวนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตนเองทำหนังสือแสดงความจำนงค์ไม่รับเงินดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ากรณีดังกล่าวผิดตั้งแต่ต้น กกต.ออกระเบียบที่เกินอำนาจของตัวเอง อีกทั้งเลขาธิการกกต.ที่เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ก็เป็นเพียงพนักงานจ้าง ตามสัญญาจ้างของสำนักนายรัฐมนตรี และในกรณีนี้ไม่สามารถนำไปเทียบเคียงกับกรณีศาลปกครองได้ เพราะที่ศาลปกครองมีการประเมินกันอย่างจริงจัง มีกฎหมายรองรับถูกต้อง อีกทั้งองค์กรศาลเป็นองค์กรที่สังคมให้การยอมรับ แตกต่างกับที่กกต.ทำหากมีการประเมินจริงแต่เป็นการอบรมแล้วสอบเท่านั้น ทำกันเองภายในสำนักงาน แต่คนภายนอกไม่สามารถจะตรวจสอบหรือรับรู้ได้ และการดำเนินการดังกล่าวได้มีการเบิกจ่ายไป 2 เดือนแล้ว