
'ยงยุทธ'มั่นใจ'นายกฯ'สู้ศึกซักฟอกได้
'ยงยุทธ' เชื่อ 'ยิ่งลักษณ์' นำฝ่าช่วงอภิปรายไปได้ ยันไม่จำเป็นต้องตั้งขุนพลคุ้มกัน คาดกลางเดือนก.ย.ได้ปลัดกระทรวงคนใหม่
6 ส.ค.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงข่าวการที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่า ตนทราบจากสื่อมวลชนเท่านั้น เรื่องนี้มีการเตรียความพร้อมในส่วนของข้อมูลต่างๆมาโดยตลอด เชื่อมั่นในตัวนายกฯว่าสามารถฝ่าฟันช่วงนี้ไปได้ เนื่องจากนายกเป็นคนคิดเองทำงานเอง และมองว่าไม่มีความจำเป็นจัดตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกฯ แต่จะเป็นนายกฯเสียมากกว่าที่มาเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี
มท.1คาดกลางเดือนก.ย.ได้ปลัดกระทรวงคนใหม่
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยประจำปี พ.ศ.2555 ว่า ในช่วงนี้จะมีการประเมินผลงานของข้าราชการตลอด ในส่วนบุคคลที่เกษียณอายุราชการก็ต้องหาคนมาแทน ในส่วนของคนที่ดำรงตำแหน่งก็ต้องมีการสลับกัน ทั้งนี้เชื่อว่าไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ของเดือน ก.ย.นี้ รายชื่อจะเรียบร้อย การแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ต้องหารือกับนายกฯ รมช.มหาดไทย เลขานุการ ที่ปรึกษา ในส่วนรายชื่อปลัดกระทรวงคนใหม่ต้องเห็นตรงกันกับนายกฯด้วย และเรื่องนี้มีการหารือในภาพกว้างกับนายกฯไปแล้ว
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยจะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่อยากให้พูดไปไกล แต่โดยหลักการต้องพิจารณาจากคนข้างในก่อน และข่าวว่ามีความขัดแย้งกันภายในกระทรวงจนต้องมีการพิจารณาคนนอกมาเป็นปลัดกระทรวงนั้น ตนทราบข่าวมาบ้างแต่ยังไม่ถึงขนาดที่สื่อมวลชนถาม ทั้งนี้ในส่วนของปลัดกระทรวงคนใหม่ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญในสถานการณ์ภาคใต้ แต่ขอให้สนองนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้มีหลายเรื่องที่เห็นว่าเป็นเรื่องหนักๆ เช่น การประท้วงของประชาชน เรื่องการทำประชาเสวนา เรื่องการสอบถามความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาพอใจการทำงานของข้าราชการ
นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า จะพยายามหลีกเลี่ยงการแต่งตั้งโดยเลือกสถาบันเป็นตัวตั้ง ทั้งนี้พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอดโดยให้คิดถึงผลงาน และความรู้ความสามรถมากกว่า
มท.1 วอนปชช.พื้นที่จ.ชายแดนใต้ช่วยสอดส่องร่วมกับจนท.
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมามีการพัฒนาความรุนแรงขึ้น แต่ผู้เสียชีวิตน้อยลง ทั้งนี้อยากให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น คนรุ่นก่อนเขาอาจสงบลง แต่คนรุ่นใหม่อยู่เฉยๆไม่ได้ ก็อาจทำให้มีเหตุรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ ที่นายกฯเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงต่างๆมาหารือ จะมีการเน้นเรื่องการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ โดยมีการหารือเรื่องผลได้ผลเสียต่างๆ ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์เรื่องนี้โดยละเอียด ส่วนตัวอยากลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา แต่อยู่ระหว่าการหาเวลาเหมาะสมและในส่วนของการรายงานข้อมูลตรงมายังรองนายกฯ 3 คนทุกวันนี้กระบวนการก็ยังดำเนินการอยู่ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยกันตลอด
นอกจากนี้นายยงยุทธกล่าวอีกว่า การข่าวในพื้นที่มีการแจ้งมาล่วงหน้า แต่เราไม่ทราบวันเวลาและสถานที่ก่อเหตุ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อความทั่วถึงและรอบคอบ
มท.1 แนะผู้ว่าฯทั่วปท.ให้ความร่วมมือทีมขรก.การเมือง
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย และข้าราชการระดับสูงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
นายยงยุทธ กล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกหวัดทุกจังหวัดต้องรับรู้ปัญหา และแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ต้องมีบทบาทเพิ่มต้องแสดงตัวเป็นผู้รับผิดชอบ แต่บางหน่วยงานยังช้าอยู่ บางทีตนโทรศัพท์ไปสอบถามหา แต่ไม่รับสายบ้างโทรไม่ติดบ้าง เพราะฉะนั้น ผู้ว่าฯต้องทราบเหตุการณ์ก่อนล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นภายในแล้วบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งภายในจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อการชุมนุมประท้วงในหลายจังหวัดที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนอาจไม่ได้ลงพื้นที่บ่อยมากนัก แต่ถ้าหากทีมงานของตน อาทิ เลขานุการรมว.มหาดไทย หรือผู้ช่วยรัฐมนตรีลงพื้นที่ ขอให้อำนวยความสะดวกพร้อมทั้งรายงานผลดำเนินการต่างๆด้วย เพื่อให้การติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
'ยงยุทธ' แนะ ขรก.มหาดไทย ทำผลงาน
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า ใกล้ช่วงที่จะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง จึงเชื่อว่าทุกคน เมื่อมารับราชการก็ต้องการอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับ 2 อย่าง คือ ผู้บังคับบัญชา และตัวเอง ดังนั้น ขอให้ทุ่มเทให้มากกว่าเดิม
'พร้อมพงศ์' ไม่หวั่นศึกซักฟอกมั่นใจรบ.ผ่านฉลุย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 7 ส.ค.พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมส.ส.พรรคในเวลา 14.00 น. โดยจะมีการหารือด้วยกัน 3 เรื่อง เรื่องแรกจะเป็นการหารือเกี่ยวกับการประชุมสภาฯและญัตติต่างๆที่ยังค้างอยู่ในสภาฯ เรื่องที่สองจะเป็นการหารือถึงการทำงานของรัฐบาล ที่ทำงานมาครบ 1 ปีว่าสามารถทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้มากน้อยแค่ไหน และกำหนดทิศทางในการดำเนินงานต่อจากนี้ไปของรัฐบาล และเรื่องที่สามจะหารือถึงการรับมือกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตามข่าวที่ออกมาพรรคประชิปัตย์จะมุ่งเน้นประเด็นที่จะอภิปรายไว้ 5 เรื่อง คือโครงการรับจำนำข้าว การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ปัญหาอุทกภัย และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีที่ไทยเปิดโอกาสให้กัมพูชารับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยต้องเสียเปรียบในกรณีพิพาทเขาพระวิหาร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่า 5ประเด็นอย่างแน่นอน โดยขณะนี้พรรคได้ให้รัฐมนตรีเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อมาชี้แจงในสภาฯและถือเป็นการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า เชื่อมั่นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่น่าเป็นห่วง และไม่น่าจะมีปัญหาอะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะสามารถตอบคำถามของฝ่ายค้านได้ อีกทั้งฝ่ายค้านไม่ต้องกังวลว่านายกฯ จะหลีกเลี่ยงหรือไม่ตอบคำถาม เพราะท่านมีความเป็นผู้นำสูง ไม่ตอบโต้พร่ำเพรื่อ ไม่ใช้โวหารนำมาทำให้เป็นประเด็นการเมืองเหมือนที่พรรคประชาธิปัตย์ชอบทำ และ300 เสียงของรัฐบาลก็พร้อมที่จะสนับสนุน



