ข่าว

เผยระเบิดซุกรถทัวร์รัศมี15เมตร

เผยระเบิดซุกรถทัวร์รัศมี15เมตร

06 ส.ค. 2555

เผยอานุภาพระเบิดซุกกระเป๋าซ่อนรถทัวร์หมอชิต ทำลายล้างระยะหวังผล 15 เมตร ยันไม่พันก่อเหตุ 3 จว.ชายแดนใต้ ผบช.น.สั่งขยายผล ตรวจกล้องวงจรปิดสถานีขนส่งต้นทางและปลายทางแต่ยังคว้าน้ำเหลว สอบเด็กรถยังไม่สามารถชี้ตัวเหตุผู้โดยสารจำนวนมากช่วงวันหยุด

              6สิงหาคม2555 ความคืบหน้ากรณีพบกระเป๋าซุกระเบิดและกระสุนจำนวนมาก บนรถโดยสารสายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ ของบริษัทราชสีมาทัวร์ จำกัด หมายเลขทะเบียน 10-4810 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ชานชาลาที่ 59 (ขาออก) ภายในสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. กล่าวว่า วัตถุระเบิดที่ตรวจพบนั้นอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ รัศมีการทำลายล้างแต่ละลูกประมาณ 15 เมตร

              "ส่วนอาวุธปืนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากสภาพค่อนข้างเก่า แต่มีหมายเลขอยู่ ของกลางที่ตรวจพบมีทั้งที่ใช้ในหน่วยงานราชการตำรวจด้วยส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งไม่มีใช้ อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลว่าจะนำมาจำหน่ายให้กับใครหรือนำมาก่อเหตุความวุ่นวายหรือไม่รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการขนส่งเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้" พ.ต.อ.กำธร กล่าว

ผบช.น.สั่งขยายผลหาที่มาระเบิด-อาวุธสงคราม

              พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พร้อมตำรวจ 191 แถลงข่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่จ.นครราชสีมา ขยายผลติดตามจับกุมตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนอาวุธทั้งหมดนี้พร้อมตรวจกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ ภายในสถานนีขนส่งต้นทางว่ามีใครเป็นเจ้าของกระเป๋าดังกล่าว รวมถึงส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจสอบอาวุธทั้งหมดว่ามีที่มาอย่างไรมีการเบิกมาจากหน่วยงานไหนคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ ตำรวจไม่ทิ้งประเด็นมือซุกระเบิดหมอชิตอาจเกี่ยวพันเหตุระเบิดปากช่อง

              ด้าน พ.ต.อ.ณภัทร จุลละบุษปะ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191) กล่าวว่า ตำรวจ สน.บางซื่อกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบสถานีขนส่งหมอชิต และพื้นที่เกี่ยวข้อง หลังพบเบาะแสว่า ขณะที่รถโดยสารคันดังกล่าวเสียบริเวณอนุสรณ์สถาน คนร้ายอาศัยช่วงเวลานี้หลบหนี ซึ่งอาวุธที่ตรวจพบนั้นเป็นอาวุธที่คาดว่าใช้งานในหน่วยราชการตำรวจและทหาร เป็นอาวุธที่พร้อมใช้งานโดยเฉพาะวัตถุระเบิดมีศักยภาพในการทำลายล้างรัศมี 15 เมตร ส่วนคนร้ายจะเอาไปใช้ก่อเหตุที่ใดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

              พ.ต.อ.ณภัทร กล่าวต่อว่า คาดว่าอาวุธดังกล่าวน่าจะนำมาเพื่อซื้อขายกันเอง ไม่น่าจะนำส่งไปยังกลุ่มก่อความไม่สงบ 3 ชายแดนใต้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นอาวุธที่ตรวจพบน่าจะมีสภาพที่ใหม่กว่านี้ และการขนส่งน่าจะเป็นระบบมากว่านี้ สำหรับลูกระเบิดที่ตรวจพบ เวลานี้ได้ส่งให้ทางกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดไปตรวจสอบ ในส่วนของคนร้ายนั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมที่ลุกรี้ลุกรน อีกทั้งยังมีการทิ้งของกลาง จึงคาดว่าน่าจะเป็นมือใหม่ไม่ใช่พวกมืออาชีพแต่อย่างใด สันนิษฐานว่าน่าจะถูกว่าจ้างให้นำอาวุธไปส่งยังจุดต่างๆ

              ขณะที่ พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผู้กำกับการ สน.บางซื่อ กล่าวว่า จากการสอบสวนคนขับรถทัวร์คันดังกล่าว ทราบว่า คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ใส่เสื้อแจ็กเกตสีดำคลุม และขอลงจากรถก่อนที่รถจะเข้าเทียบท่าที่หมอชิต 2 เหมือนจะไหวตัวก่อนถึงที่หมาย จึงไม่ได้นำเอาอาวุธดังกล่าวไปด้วย

              ด้านพ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รองผกก.สส.สน.บางซื่อ กล่าวว่า ส่วนของสน.บางซื่อ เวลานี้ได้เรียกตัวคนขับรถทัวร์รวมไปถึงกระเป๋ารถมาสอบปากคำ แล้วทั้งหมด 3 ปาก จากการสอบสวนทราบว่ารถทัวร์ดังกล่าวหลังจากที่รถจอดเสียอยู่สักพัก รถที่ออกตามมาทีหลังจึงจอดรับผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่จนเกือบหมดคัน เหลือผู้โดยสารตกค้างอีกเพียง 3 คน หลังจากนั้นก็มีรถทัวร์บริษัทเดียวกันอีกหนึ่งคันมาจอดรับผู้โดยสารไปอีก 2 คน จนกระทั่งเหลือเพียงผู้ต้องสงสัยอยู่เพียงคนเดียวพร้อมกระเป๋าเดินทาง

              หลังจากนั้นรถทัวร์ บริษัทราชสีมาทัวร์ หมายเลขข้างรถ 21-124 ได้จอดรับผู้ต้องสงสัยขึ้นรถมา พร้อมกระเป๋าเดินทาง แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ต้องสงสัยกลับทิ้งกระเป๋าแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณโดยสารสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อติดตามตัวเจ้าของกระเป๋ามาดำเนินคดีต่อไป


ตำรวจโคราชเปิดวงจรปิดยังหาตัวมือซุกบึ้มไม่เจอ

              เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้เชิญนางณัฐพร หัสครบุรี อายุ 20 ปี พนักงานบริการประจำรถโดยสารคันดังกล่าว และเป็นพยานที่เห็นหน้าตาของคนร้ายที่เป็นเจ้าของกระเป๋าซุกระเบิด ไปตรวจสอบดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ซึ่งขณะนี้พยานและชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ แต่เนื่องจากวันที่เกิดเหตุเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลเข้าพรรษา และมีผู้โดยสารไปใช้บริการภายในสถานีขนส่งเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบ

              เบื้องต้นพยานยืนยันว่า คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงประมาณ 170-175 เซนติเมตร ผมหยักศก ไว้ผมรองทรง สวมกางเกงยีนส์ แต่จดจำลักษณะเสื้อไม่ได้ โดยคนร้ายได้เดินลากกระเป๋าเดินทางซุกระเบิดไปวางไว้ที่บริเวณข้างรถโดยสาร ก่อนที่คนร้ายจะเดินไปซื้อตั๋วที่ช่องขายตั๋ว และก็เดินกลับมาที่กระเป๋า โดยก่อนขึ้นรถโดยสารมีชายอีกคนสวมเสื้อเชิร์ตลายสก็อตแขนสั้นเดินเข้ามาพูดคุยกับคนร้ายด้วย ซึ่งคนร้ายได้ให้พนักงานประจำรถยกกระเป๋าที่มีระเบิดเข้าไปเก็บไว้ในช่องเก็บของใต้รถ หลังจากนั้นคนร้ายก็ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งหมายเลข 8D ของรถโดยสาร ทั้งนี้หากตรวจสอบพบภาพใบหน้าของคนร้ายแล้ว ตำรวจก็จะทำการสอบปากคำพยานก่อนจะรวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับคนร้ายตามภาพจากวงจรปิดต่อไป

ไม่ทิ้งประเด็นพันเหตุระเบิดปากช่อง

              พ.ต.ท.ภูมิ  ทองโพธิ์ สวส. สภ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เบื้องต้นพบภาพชายต้องสงสัย 4-5 คน แต่เมื่อให้พยานซึ่งเป็นพนักงานบนรถมาดูภาพแล้ว ให้การว่ายังไม่สามารถชี้ตัวได้ชัดเจนนัก เนื่องจากวันนั้นเป็นเทศกาลเข้าพรรษา ในสถานีขนส่งมีผู้คนพลุกพล่าน ประกอบกับกล้องวรจรปิดเป็นภาพมุมกว้างทั่วไปของสถานีขนส่ง ซึ่งไม่พบภาพของคนร้ายลากกระเป๋าผ่านหน้ากล้องแต่อย่างใด
 
              ทั้งนี้ในส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับคดีเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ธาราคีรี เพลส ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่นั้น เบื้องตันยังไม่พบความเชื่อมโยงกันของคดี แต่ทางตำรวจไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง อยู่ระหว่างการติดตามหาตัวคนร้ายหรือมีพยานพบเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ก็น่าจะกระจ่างขึ้น