
ฉายแวว 'ดาวรุ่ง' ตั้งแต่อนุบาล
"มุมานะ มีพยายามสูง เขารู้ว่าแม่ลำบาก..." คำพูดแทนใจแม่ อมรรัตน์ ศิริแก้ว
"มุมานะ มีพยายามสูง เขารู้ว่าแม่ลำบาก..."
คำพูดแทนใจแม่ อมรรัตน์ ศิริแก้ว หลังลูกสาว 'แต้ว' พิมศิริ ศิริแก้ว นักกีฬายกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย สามารถคว้าเหรียญเงิน 'ลอนดอนเกมส์ 2012' ที่ประเทศอังกฤษ กลายเป็นฮีโร่โอลิมปิกคนล่าสุด
'แต้ว พิมศิริ' วัย 22 ปี เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2533 ที่โรงพยาบาลมัญจาคีรี อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ที่ 15 ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น จบมัธยมศึกษาตอนต้นและปลายที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี โดยปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ สถาบันการพลศึกษาวิทยาลัย วิทยาเขตชลบุรี
'แต้ว' เป็นลูกสาวคนเล็กของ 'พ่อคำปุ่น' และ 'แม่อมรรัตน์' มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อ พงศกร ศิริแก้ว อายุห่างกัน 1 ปี ปัจจุบันพี่ชายทำงานอยู่ที่จังหวัดระยอง
'อมรรัตน์' แม่ของแต้ว เล่าความหลังถึงลูกสาวจอมพลังว่า แต้วเป็นคนเลี้ยงง่าย กินอยู่ง่าย เป็นคนตลก สร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัวอยู่เสมอ เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่ชั้นอนุบาล ในงานกีฬาสีของโรงเรียน ชื่อของเด็กหญิงพิมศิริ เป็นนักกรีฑาที่วิ่งเข้าเส้นชัยคนแรกทุกครั้ง ซึ่งเป็นที่ประทับใจและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้แข่งขันจนกลายเป็นเรื่องเล่าขาน
และที่จดจำมากที่สุด คือการแข่งขันวิ่งม้าก้านกล้วย ที่แต้วมีทั้งท่าทางและความเร็ว ครั้งนั้นเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานทั้งผู้แข่งขันและผู้ชมที่เห็นม้าน้อยตัวเล็กควบเข้าเส้นชัย แบบไม่เห็นฝุ่น
"การแข่งกีฬาสีโรงเรียนอนุบาล แต้วลงสนามอีก เมื่อเข้าจุดปล่อยตัวครั้งแรกฟาวล์ พอครูปล่อยตัวอีกครั้ง เขาก็ยืนนิ่ง แต่เพื่อนวิ่งไปเกือบครึ่งสนามแล้ว จนครูต้องเข้าไปบอก จากนั้นแต้ววิ่งไล่จนทันเพื่อน แล้วเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก หรือแข่งกีฬามหาสนุก แข่งในหมู่บ้าน วิ่งกระสอบแบบครอบครัว เขาวิ่งต่อจากแม่ ลูกสาวตัวเล็กเวลาเขาวิ่งก็เลยดูเหมือนกระสอบวิ่งเพราะบังมิดจนมองไม่เห็นคน ก็เห็นเป็นกระสอบวิ่งเข้าเส้นชัยที่ 1 จนคุณครูแซวว่า นั่นลูกใครเหมือนมะขามข้อเดียว ทำไมวิ่งเก่งจัง จนเป็นที่รู้กันว่าเจ้ามะขามข้อเดียวมาวิ่งแข่งกับเขาทีไร ไม่เคยแพ้สักครั้ง"
แม่ของแต้วชี้ให้ชมภาพถ่ายสมัยชั้นประถมศึกษา เคยเป็นทั้งผู้ถือป้ายโรงเรียน ดรัมเมเยอร์ และรำบายสี ซึ่ง 'แต้ว' จะทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนไม่เคยขาด กลายเป็นเด็กกิจกรรมและนักกีฬามาตั้งแต่เยาว์วัย
"เห็นอย่างนั้น เขารำสวยนะ รำเป็น แต่พอถือป้ายเสร็จ รำเสร็จ เปลี่ยนชุดไปลงแข่งวิ่งต่อ ผมก็ยังเป็นกระบัง หน้าตาก็ยังแต่งอย่างนั้น เป็นนักกีฬาหน้าสวยลงสนามแข่งวิ่งทุกครั้ง ถ้ามีแต่งหน้าทำผมมาวิ่งอย่างนี้ ต้องเป็นคนที่ได้ที่หนึ่งแน่นอน" แม่เล่าด้วยดวงตาเป็นประกายแห่งความสุข
น่าสนใจว่า ผู้ผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจให้ 'ด.ญ.แต้ว' เล่นกีฬาอย่างเต็มตัว คือตาของเธอ โส โพธิ์พัฒน์ สนับสนุนให้หลานสาวเข้าโรงเรียนกีฬาที่จังหวัดชลบุรี เพราะเห็นแววความเป็นดาวรุ่งของหลานสาวที่แข่งขันวิ่งครั้งไหน ก็ไม่มีใครมาลบสถิติได้
"ลูกทั้งสองคนติดพ่อแม่ ถ้าเขาไม่เห็นก็ร้องไห้ แต่คนที่แต้วจะอยู่ด้วยไม่ร้องไห้คือคุณตา ที่ถือว่าเป็นผู้เลี้ยงดู และเห็นแววด้านการกีฬาของหลานสาวมาตั้งแต่แรก ทุกครั้งที่แต้ววิ่งแข่งขันได้ที่ 1 แต้วจะวิ่งมาหาตา ขอค่าอัดฉีดครั้งละ 100 บาท ตาก็จะให้เป็นของขวัญหลานสาว และยังเป็นผู้สนับสนุนให้แต้วเข้าเรียนในโรงเรียนกีฬาที่จังหวัดชลบุรี เพราะเห็นว่าหากหลานไปด้านนี้ น่าจะมีอนาคตไกล ช่วงหลังคุณตาตัดสินใจบวช แต่ก็ยังกำชับให้พี่ชายซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของแต้ว ให้ช่วยพาหลานไปสมัครเรียนให้ได้ จนได้เข้าเรียนสมใจ แต่ระยะนั้นตาป่วยเข้าโรงพยาบาลพูดไม่ได้แล้ว แต้วก็ไปหาตา ตายิ้มอย่างมีความสุขสมใจ จนเขาไปเรียนได้ไม่นาน ตาก็จากไป เหมือนหมดห่วงหลานแล้ว"
ถามว่า วิธีการเลี้ยงดูลูกของแม่น้องแต้วเป็นอย่างไร แม่ฮีโร่เหรียญเงินลอนดอนเกมส์ บอกว่าใช้วิธี 'รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี' เพราะต้องการให้เขาได้ดี ก็ต้องอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด เขาเป็นเด็กดี เชื่อฟังมาโดยตลอด ไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวังหรือเสียใจ สิ่งที่กำชับให้ลูกแต้วทำอยู่เสมอคือ การทำบุญตักบาตรทุกครั้งที่มีโอกาส
"ช่วงเขาไปเรียนที่จังหวัดชลบุรี แม่เป็นคนเก็บกระเป๋าให้เขา แล้วก็สั่งสอนให้เขาเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ซึ่งไว้ใจเขาได้ แต้วเขาเป็นเด็กที่มีความมุมานะ พยายามสูง เขารู้ว่าแม่ลำบาก ต้องทำงานหาเงินส่งให้เขาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 500 บาท ตอนที่อยู่โรงเรียนกีฬา แม่ให้หนังสือบทสวดชินบัญชรกับลูกไป เพื่อเวลาเขาท้อแท้ ไม่สบายใจ คิดฟุ้งซ่าน ให้อ่านบทสวดจะได้มีสมาธิ และกำชับให้เขาทำบุญตลอด เพราะพ่อกับแม่เป็นคนเข้าวัดทำบุญ เขาจึงซึมซับเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวเราอยู่ในศีล นุ่งขาวห่มขาว ภูมิใจมากที่ลูกสาวเป็นคนดีสมใจ ไม่เคยทำให้แม่ผิดหวัง"
คืนวันชิงชัย (30 กรกฎาคม) เสียงเชียร์ "เจิร์กแต้วเจิร์ก" ส่ง 'แต้วจอมพลัง' จากมัญจาคีรี ขึ้นแท่นรับเหรียญเงินแรกให้กับทัพนักกีฬาไทย จึงเป็นวันประวัติศาสตร์ชาวกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี ส่งเสียงโห่ร้องยินดี พร้อมจุดพลุที่เตรียมไว้ฉลองชัยอย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตาม หลัง 'แต้ว พิมศิริ' รับเหรียญเงินจากการแข่งขันแล้ว ได้เปิดเผยกับสื่อว่าอยากขอทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเงินที่ทำได้ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านกีฬาเป็นอย่างมากด้วย



