ข่าว

'เทพไท'ระบุ'มาร์ค'ลงใต้ไม่ได้แย้งซีน'ปู'

'เทพไท'ระบุ'มาร์ค'ลงใต้ไม่ได้แย้งซีน'ปู'

06 ส.ค. 2555

"เทพไท" ระบุ "มาร์ค" ลงใต้ไม่ได้แย่งซีน "ปู" เตรียมส่งซีดีบันทึกข้อเสนอดับไฟใต้ ให้ "รัฐบาล - เพื่อไทย" ป้อง "มาร์ค" ตอบ 10 คำถามแทน ระบุเป็นเรื่องไร้สาระ

          วันที่ 6 ส.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พยายามเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาไปแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลไม่รับฟัง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมข้อเสนอใส่แผ่นซีดี เพื่อส่งไปให้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ให้ดำเนินการตามที่พรรคเคยเสนอ เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ปิดหูปิดตา ไม่ยอมรับฟังความจริง ตนจึงอยากเรียนว่า ข้อเสนอที่สำคัญที่สุดของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ขอให้ฝ่ายการเมืองแสดงความรับผิดชอบและลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทั้งนี้การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในวันเดียวกันนี้ (6 ส.ค.) ไม่ได้เป็นการแย่งซีนรัฐบาลแต่อย่างใด แต่เห็นว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ลงพื้นที่เลย นายอภิสิทธิ์ จึงต้องลงไปเยี่ยมประชาชน

 

"เทพไท" ป้อง "มาร์ค" ตอบ 10 คำถามแทน


          นายเทพไท   กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถาม 10 ข้อก่อนที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน ถือว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ทำไมพรรคเพื่อไทยออกมาตีโพยตีพาย  นอกจากนี้แต่ละคำถามล้วนแต่ไร้สาระ และไม่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งคำถามทั้ง10 ข้อนี้ตนตอบแทนก็ได้ เช่น 1.ถามว่านายอภิสิทธิ์หาใบสด.9 ได้แล้วหรือยัง ตนขอตอบแทนมีอยู่แล้ว ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีในศาล   2.ถามว่าฟ้องพล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม หรือยัง ก็ยืนยันว่าไม่ต้องรีบฟ้อง เพราะอายุความยังไม่หมดง่ายๆ รอให้มีการรวบรวมหลักฐานก่อน   3.ถามว่ามียศทางทหารเหตุใดไม่ใช้ยศนำหน้านั้น นายอภิสิทธิ์ได้ทำเรื่องสละยศไปแล้ว   4.ส่วนเหตุใดถึงใช้รถกันกระสุน ยืนยันว่าใช้สิทธิในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่สรภ.ได้อนุญาตเรียบร้อย
 
          นายเทพไท กล่าวว่า 5.ที่นายพร้อมพงษ์ตั้งคำถามว่ามีข่าววงในบอกว่าไม่มีเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แนบท้ายญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทางพรรคประชาธิปัตย์แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย เราเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แน่นอน แต่การอภิปรายของพรรคเพื่อไทยในสมัยที่เป็นฝ่ายค้านอยากถามได้เสนอชื่อใคร เสนอชื่อคนของพรรคตัวเองหรือไม่ รวมทั้งยังมีการแย่งชิงการนำการอภิปราย คนพูดเปิดอภิปรายเป็นอีกคน ส่วนคนพูดปิดอภิปรายก็เป็นอีกคนหนึ่ง  6.มีการถามว่าครม.เงาของพรรคใช้เครื่องหมายครม.จริงหรือไม่นั้น ก็ไม่รู้ว่านายพร้อมพงษ์ไปหลับหูหลับตาอยู่ที่ไหน เพราะครม.เงาของพรรคใช้สัญลักษณ์รูปพระแม่ธรณี  7.ส่วนที่ถามว่าเรื่องดับไฟใต้ 99 วันนั้น ก็เป็นเรื่องของนโยบายที่มีการออก พ.ร.บ.ศอ.บต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
          8.ถามว่าให้นายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไปฟ้องที่ศาลอาญาระหว่างประเทศในคดีการฆ่าตัดตอน เพื่อเป็นการแก้เกี้ยวหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าไม่ใช่การแก้เกี้ยวแต่อย่างใด แต่ฟ้องตามข้อเท็จจริงตามคำแนะนำของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษาและวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไป ปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียงและทรัพย์สินของประชาชน (คตน.)  ที่มีการระบุในรายงานว่าความผิดเรื่องฆ่าตัดตอนเข้าข่ายมูลฐานความผิดที่ศาลอาญาระหว่างประเทศจะรับไว้พิจารณาได้   9.ถามว่านายอภิสิทธิ์ถือสัญชาติอะไร ยืนยันว่าถือสัญชาติไทยชัดเจน  และ10.ถามว่านายอภิสิทธิ์คสวมเสื้อแดงขึ้นเวทีผ่าความจริงมีเจตนารมย์อย่างไรนั้น ก็ไม่รู้ว่าได้ฟังการปราศรัยหรือไม่ เพราะมีเจตนารมย์ชัดว่าสีแดงเป็นสีของคนไทยทุกคน เป็นสีในธงชาติไทยไม่ควรมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้อภิสิทธิ์ยึดสีแดงเป็นของตัวเอง
       
          นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนที่นายนพดล ปัทมะ  ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่คำนึงถึงผลโพลล์ที่มีถึง 52% ไม่สนับสนุนให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอ้างผลโพลล์กับการทำงานหน้าที่เป็นคนละเรื่องกัน หากพรรคเพื่อไทยยึดผลโพลล์ในการทำงานจริง อยากถามว่าทำไมผลโพลล์ที่ระบุว่าให้ถอนร่างแก้ไขรัฐธณรมนูญและถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดองออกสูงถึง77.9% เพราะคิดว่าไม่อาจส่ร้างความปรองดองได้ และเห็นว่า 68%เห็นว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง ทั้งนี้ หากเคารพผลโพลล์จริงทำไมไม่ถอนออกไป การหยิบยกเอาผลโพลล์เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจแสดงว่าพรรคเพื่อไทยเอาแต่ได้ เอาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมาสร้างความชอบธรรมให้พรรคตัวเอง