
ปปช.ชี้ปัญหา'ทุจริต'ลิดรอนความเจริญ
'ปธ.ปปช.' ชี้ 'ปัญหาทุจริต' ลิดรอนความเจริญ 'ปท.ไทย' แนะฝ่ายการเมืองจริงใจแก้ปัญหา เผยดัชนีชี้วัดปัญหาคอรัปชั่นและความโปร่งใสไทยยังไม่ดีขึ้น
6 ส.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายางานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยในช่วงเช้าได้จัดกิจกรรม “รวมพลคนต้านการทุจริต” ตามโครงการพัฒนาเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาล ขณะที่ในช่วงบ่ายได้เชิญตัวแทนภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย
โดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานปปช. กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความโปร่งใสกับการพัฒนาสังคมไทย” ตอนหนึ่งว่า ความโปร่งใสคือ ความสว่างที่จะมองเห็นทั้งหมด สำหรับประเทศไทยความโปร่งใส จะเน้นไปที่กิจกรรมการบริหารงานภาครัฐ ซึ่งต้องมีความชัดเจน กล่าวคือจะทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสาธารณชนต้องชัดเจน ต้องบอกล่วงหน้าว่าจะทำอะไร มีแนวทาง มีวัตถุประสงค์อย่างไร ใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ รวมถึงมีมาตรการป้องกันความเสี่ยง เกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นด้วย
ประธานปปช. กล่าวว่า หากกระบวนการของความโปร่งใสเกิดขึ้นได้ ผลที่จะตามมาคือความศรัทธา ความไว้วางใจจากประชาชน สังคม ก่อนนำไปสู่การพัฒนาร่วมกัน และความโปร่งใสนี่เองจะเป็นตัวกลาง ที่จะเชื่อมความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน ไปสู่หน่วยงาน เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาประเทศ สังคม
นายปานเทพ กล่าวว่า หลักของความโปร่งใสมีหลักประกันเริ่มต้น ตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญ จากกรณีสิทธิที่จะรับรู้ข่าวสารข้อมูลสาธารณะ ตามมาตรา56 และความโปร่งใสนี้ยังเป็นตัวกลางที่อยู่ในหลักธรรมาภิบาล โดยเป็นหนึ่งในเสาหลักของความมีธรรมาภิบาล ควบคู่กับหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นความเสมอภาคในการใช้กฎหมาย หลักคุณธรรมที่เป็นความถูกต้อง ดีงาม หลักความมีเมตตาธรรม หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ รวมไปถึงความคุ้มค่าด้วย
ประธานปปช.กล่าวว่า สำหรับ ปปช.เองก็มีการออกระเบียบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส มีการวางระเบียบให้มีการเปิดเผยราคากลาง ไว้ในพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ระบุโดยให้หน่วยงานของรัฐไปจัดทำรายละเอียดราคากลาง พร้อมบอกรายละเอียดการคำนวณว่ามาจากส่วนใดบ้าง สามารถให้ประชาชนตรวจสอบได้ ซึ่ง ปปช.เคยเสนอกฎระเบียบไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว แต่ครม.ยังไม่ได้ดำเนินการ
“การทุจริตยังเป็นปัญหาและตัวริดรอนความเจริญของประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่ต้องให้เกิดความโปร่งใส โดยอาศัยความจริงใจจากภาครัฐ เพราะไทยกำลังเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดในเวทีนานาชาติอย่างมีความสง่างาม โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีชี้วัด ปัญหาคอรัปชั่นและความโปร่งใสของไทย ยังไม่มีทิศทางที่ดีขึ้นมาจาการขาดความร่วมมือจากภาคการเมือง” นายปานเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมได้ประกาศเจตนารมณ์ เครือข่ายปปช.จำนวน 3 ข้อได้แก่
1.การส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจเอกชน และทุกภาคส่วนให้ใช้หลักธรรมาภิบาล บรรษัทภิบาล ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริต
2. กล้ายืนหยัดที่จะเฝ้าระวังตรวจสอบการใช้อำนาจ หรือการดำเนินงานของภาครัฐ ชอบธรรม รวมทั้งแจ้งข้อมูลเบาะแส อันจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
3.การถือว่าการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต เป็นภารกิจของทุกคนในชาติ และเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตลอดจนสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อขยายผลเจตนารมณ์ให้กว้างขวางครอบคลุม ทั่วแผ่นดินไทย



