ข่าว

ระทึก!พบกระเป๋าอาวุธเพียบหมอชิตใหม่

ระทึก!พบกระเป๋าอาวุธเพียบหมอชิตใหม่

05 ส.ค. 2555

ระทึก!พบกระเป๋าต้องสงสัยหมอชิตใหม่ ปืนอาก้า กระสุนปืน ระเบิดเพียบ บขส.ตื่นสั่งคุมเข้มตรวจกระเป๋าสัมภาระ ขณะที่คนแห่กลับกทม.หลังหยุดยาว

              เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 5 สิงหาคม  ร.ต.อ.ยุทธศักดิ์ ไข่ทา รองสารวัตรกลุ่มงานเก็บและตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บช.น. รับแจ้งเหตุพบกระเป๋าเดินทางต้องสงสัยวางซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บสัมภาระของรถโดยสารราชสีมาทัวร์ หมายเลขทะเบียน 10-4810 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างนครราชสีมา-กทม.ซึ่งจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ชานชลาที่ 59 (ขาออก) ภายในสถานีขนส่งหมอชิตใหม่
   
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถทัวร์คันดังกล่าวได้รับผู้โดยสารจาก จ.นครราชสีมา เดินทางมา กทม. แต่เมื่อถึงบริเวณอนุสรณ์สถาน ถนนวิภาวดีรังสิต ปรากฏว่าเครื่องยนต์เสีย พนักงานขับรถจึงต้องเรียกรถอีกคันมารับผู้โดยสารและสัมภาระไปส่งที่หมอชิต ต่อมาเมื่อช่างเดินทางมาตรวจซ่อมรถคันดังกล่าวจนใช้การได้ จึงเคลื่อนย้ายเข้ามาจอดบริเวณชานชาลาผู้โดยสารด้านหลังสถานีหมอชิต พนักงานประจำรถก็พบกระเป๋าต้องสงสัยจึงแจ้งตำรวจสายตรวจ 191 ให้มาตรวจสอบ
   
              จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนอาก้า 211 นัด แม็กกาซีน 2 อัน ลูกระเบิดแบบลูกเกลี้ยง 1 ลูก เอ็ม 26 จำนวน 3 ลูก เอ็ม 67 จำนวน 2 ลูก เอ็ม 61 จำนวน 2 ลูก ระเบิดแบบ Type 67 ผลิตจากประเทศจีน จำนวน 2 ลูก ระเบิดแบบ 82/2 จำนวน 1 ลูก ทุนสังหารบุคคลชนิดเอ็ม 14 จำนวน 4 ลูก และระเบิดแบบ Md 82 จำนวน 1 ลูก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำโดยมีหมอน 2 ใบปิดอยู่ 
   
              พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ ผกก.สน.บางซื่อ กล่าวว่า คนร้ายใช้หมอน 2 ใบรองใต้ถุงผ้าเพื่อกันระเบิดกระแทกกับช่องเก็บสัมมภาระ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีสายรายงานว่าจะมีการขนอาวุธมาทางรถทัวร์เข้ามาที่สถานีขนส่งหมอชิต แต่คนร้ายไหวตัวทันลงจากรถก่อนที่จะเข้ามายังหมอชิต และตอนนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำคนขับรถทัวร์ และจะประสานไปยังตำรวจนครราชสีมา เพื่อให้ตรวจสอบว่าผู้โดยสารคนใดเป็นเจ้าของถุงผ้าดังกล่าว

               พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ตรวจยึดอาวุธดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ประชาชนที่เดินทางเข้าออกสถานีขนส่งหมอชิตสบายใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้เป็นเจ้าของวัตถุระเบิดทั้งหมดประกอบด้วย ปืนอาก้า 1 กระบอก กระสุนปืนราว 200 นัด และระเบิดกว่า 10 ลูก ซึ่งพบว่าเป็นอาวุธเก่าซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำลังตรวจสอบว่าเป็นวัตถุระเบิดที่มีการเบิกออกมาจาหน่วยใด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บระเบิดและอาวุธสงครามดังกล่าวไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว
   
               อย่างไรก็ตามผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้กำชับไปยังตำรวจทุกท้องที่ให้เข้มงวดกวดขันตรวจสอบเฝ้าระวังการพกพาอาวุธสงครามวัตถุระเบิดในพื้นที่รับผิดชอบให้มากขึ้นพร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชนเนื่องจากขณะนี้มีการตรวจพบวัตถุระเบิดและอาวุธสงครามบ่อยครั้งขึ้น



บขส.ตื่นสั่งคุมเข้มตรวจกระเป๋าสัมภาระ


             นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) กล่าวว่า ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทราบแล้ว ซึ่งเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่นานนักส่งผลให้บขส. ต้องใช้มาตรการคุมเข้มตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารทุกรายให้มากขึ้นก่อนที่จะขึ้นรถทัวร์เพื่อความปลอดภัยโดยวันที่ 6 ส.ค.จะมีการเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องวางมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดต่อไป



สภาพการจราจรโคราชคนแห่กลับกทม.

               รายงานสภาพการจราจร ช่วงขาล่องมุ่งหน้าเข้า กทม. ผ่านพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ประตูหน้าด่าน เข้าสู่ 19 จังหวัด ภาคอีสาน บนเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 2ถ.มิตรภาพ เมื่อช่วงบ่ายวันที่  5 ส.ค.  หลังหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน พบมีปริมาณยานพาหนะเริ่มมีการสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นรถส่วนบุคคลมากกว่ารถโดยสาร บริเวณทางร่วม ทางแยกชุมชนขนาดใหญ่ แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ โดยใช้ความเร็วได้ตามปกติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บรรเทาปัญหาเตรียมเปิดช่องทางพิเศษ ให้รถแล่นสวนเลนได้ หากมีปริมาณรถสะสมจำนวนมาก คาดการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันนี้

               บรรยากาศ ที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 หรือ บขส.ใหม่ ริม ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จุดผ่าน และ ต้นทางของรถโดยสารสาธารณะ ในเขต 19 จังหวัดอีสาน จำนวนทั้งหมด84 เส้นทาง และ มีรถโดยสารแล่นผ่านเข้า-ออก ต่อวัน ไม่ต่ำกว่า 1,600 เที่ยวต่อวัน ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมา พบพี่น้อง ประชาชน จำนวนนับพันคน ต่างทยอยเดินทางมาใช้บริการ ซื้อตั๋วรถโดยสาร ส่วนใหญ่จะใช้บริการรถร่วมโดยสารปรับอากาศ สาย 21นครราชสีมา-กทม. ผู้ประกอบการได้พยายามจัดรถให้เพียงพอกับความต้องการ ขณะนี้เริ่มมีจำนวนตกค้างนับพันคน จึงพากันนั่งรอในเต๊นท์ และใต้ร่มไม้ ที่มีการบริการน้ำเย็น เปิดโทรทัศน์ให้รับชมตลอดเวลา จนท.ขนส่ง ได้บรรเทาปัญหา โดยใช้รถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถเลขทะเบียนหมวด 30 มาช่วยเสริม การซื้อตั๋ว จนท.ได้ขายให้ผู้ประสงค์จะเดินทาง ซึ่งมีแต่เพียงจำนวนเที่ยว แต่ไม่ได้ระบุหมายเลขข้างรถ แล้วให้ผู้โดยสารนั่งรอการประกาศเที่ยวรถตามเที่ยวรถที่ระบุในตั๋ว

               นายฐาปนา รัตนานุสรณ์ อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในเขต กทม. กล่าวว่า นอกจากทุกช่วงเทศกาล ที่จะต้องประสบปัญหาเช่นนี้แล้ว ในช่วงวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน ก็ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา หรือมีการพัฒนา จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรรถโดยสารบริการในช่วงเทศกาลเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ โดยปฏิบัติควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางด้านจราจรด้วย เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ตลอดเวลา

               ด้านนายชาติชาย ยุวชิต หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้บรรเทาปัญหา ผู้โดยสารตกค้าง โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถขนส่ง เตรียมสำรองรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถหมวดเลขทะเบียน 30 จำนวน 50 คัน เพื่อรองรับการให้บริการเสริม รวมทั้งรถร่วมโดยสารปรับอากาศ สาย 21 ที่ส่งผู้โดยสารปลายทางที่ กทม. แล้ว ให้ดำเนินการตรวจสภาพระบบช่วงล่างของรถ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องยนต์ โดยเฉพาะสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ หากมีความพร้อมให้ตีรถเปล่า หรือพาสรถมารับที่สถานีขนส่งนครราชสีมา ได้ทันที เป็นการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยจะไม่ให้ผู้โดยสารรอรถนานเกิน 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะด้านข้อมูลเกี่ยวกับตารางเวลาเดินไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีการอำนวยความสะดวกจัดเต็นท์ เก้าอี้ และน้ำดื่ม บริการผู้โดยสาร เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดในขณะรอขึ้นรถ คาดว่าช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไปสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย