ข่าว

'พระเทพฯ'ทรงย้ำสตรีไทยดำรงความดีไว้

'พระเทพฯ'ทรงย้ำสตรีไทยดำรงความดีไว้

06 ส.ค. 2555

สมเด็จพระเทพฯ ทรงย้ำสตรีไทยดำรงคุณค่าและความดีไว้

          ขณะที่ข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงบางส่วนยังคงถูกทำร้ายยังมีให้เห็นอยู่เนืองๆ อีกภาคส่วนหนึ่งก็ยังมีหน่วยงานที่ทำงานเพื่อยุติความรุนแรงในสตรีอีกทั้งพยามผลักดันให้มนุษย์เพศแม่ได้ลุกขึ้นมามีบทบาทในสังคมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็น "วันสตรีไทย" สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาฯ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จึงได้จัดงาน "10 ปีวันสตรีไทย" ขึ้น เพื่อเป็นแรงใจให้สตรีไทยคำนึงถึงบทบาทของตัวเองในสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ควบคู่กับการพัฒนาสถานภาพให้เป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ณ อิมแพค เมืองทองธานี
 
          ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ทรงเปิดงาน และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่นจำนวน 180 คนจากทั่วประเทศ  พร้อมกับมีพระราชดำรัสแก่ผู้ร่วมงานในครั้งนี้ ใจความว่า

          "เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ในปัจจุบันสตรีไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นกำลังสำคัญในงานพัฒนาตั้งแต่ระดับพื้นฐานในบ้าน ในครอบครัวของตนขยายไปถึงชุมชน ตลอดไปจนถึงประเทศชาติ ด้วยสตรีไทยมีความคิดอ่านก้าวหน้าและทันสมัยมากขึ้น ในระดับครอบครัวนอกจากจะดูแลให้สมาชิกครอบครัวมีความสุขสบาย อบรมบุตรธิดา ให้เป็นคนดี มีความประพฤติเหมาะสม ยังสามารถช่วยในด้านเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะมีความรู้ความสามารถที่จะประกอบอาชีพได้ ในระดับชุมชนสตรีไทยหลายท่านเป็นผู้นำที่มีความสามารถและดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ตลอดจนช่วยธำรงรักษาจารีตประเพณีอันดีงามของชุมชน ส่วนในระดับประเทศชาติ สตรีไทยปัจจุบันดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ๆ ของชาติ หรือ      มีความรู้ ความสามารถในเชิงธุรกิจ มีผลงานเกื้อกูลต่อความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมืองเป็นที่ยกย่องทั่วไป สตรีไทยจึงควรภาคภูมิใจในคุณค่าของตนที่มีส่วนช่วยงานพัฒนาในทุกระดับ และควรจะต้องดำรงคุณค่าและความดีงามของตนไว้ พร้อมรู้จักปรับปรุงตนเอง หมั่นขวนขวายหาความรู้ติดตามข้อมูลข่าวสารให้ทันโลก ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ รวมถึงฝึกฝนตนเองในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ พร้อมที่จะช่วยสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน"
 
          ทั้งนี้ช่วงเช้าหลังพิธีอาเศียรวาท เปิดกรวยดอกไไม้ถวายพระพร และพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น และมอบเกียรติบัตรรางวัล "สุดยอดเพชรน้ำหนึ่ง" ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้แสดงปาฐกถาในหัวข้อเรื่อง “เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 80 พรรษา" โดยเล่าว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่พิธีสถาปนา สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 กระทั่งถึงวันนี้ ทรงเคียงคู่แบ่งเบาพระราชภาระต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะการสังคมสงเคราะห์ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในชนบท
 
          นอกจากนี้ รองราชเลขานุการในพระองค์ ยังได้เล่าอีกว่า เมื่อปี พ.ศ. 2522 เคยมีพสกนิกรทูลฯ ถาม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่าไม่ทรงเหนื่อยบ้างหรือ ที่ต้องทรงทำงานอยู่ทุกวันนี้ทั้งสองพระองค์
 
          "ครั้งนั้นทรงรับสั่งว่า เหตุที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวิ่งไปช่วยพัฒนานี่เพราะเหตุว่าเหนื่อยไม่ได้  พวกเราเหนื่อยไม่ได้ เพราะว่าบ้านเมืองของเรานี้ยังมีคนที่ยากจนและรอความช่วยเหลืออีกมากมายก่ายกอง เพราะฉะนั้นเมื่อใครทำอะไรได้เราก็ควรจะทำ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ประเทศชาติและรัฐบาลมีความมั่นคงยิ่งขึ้น แปลว่า ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยที่ไม่เกี่ยงกันช่วยกันทำความดี"  ท่านผู้หญิงภรณี กล่าวปิดท้าย