ข่าว

ห่วงผู้ฝากเงิน กนง.ไม่ลดดอกเบี้ย ชี้รายได้ดบ.ฝากวูบ7.6หมื่นล.-ธ.กรุงเทพยอมหั่นขากู้

ห่วงผู้ฝากเงิน กนง.ไม่ลดดอกเบี้ย ชี้รายได้ดบ.ฝากวูบ7.6หมื่นล.-ธ.กรุงเทพยอมหั่นขากู้

21 พ.ค. 2552

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ห่วงกระทบผู้ฝากเงิน ระบุดอกเบี้ยเงินฝากลงเยอะกว่าเงินกู้ รายได้เงินฝากทั้งระบบหายไป 7.6 หมื่นล้าน จี้แบงก์พาณิชย์อธิบายส่วนต่างดอกเบี้ยแท้จริงกู้ฝากห่างกันมาก ด้านแบงก์กรุงเทพนำร่องลดดอกเบี้ยกู้ขาเดียว 0.125%

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ย (อาร์/พี 1 วัน) ไว้ที่ 1.25% ต่อปี เนื่องจากผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังเริ่มมีความชัดเจนขึ้น และที่ผ่านมานโยบายการเงินได้ผ่อนคลายลงมากแล้ว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงทั้งจากภายในประเทศและภายนอกประเทศอยู่ ซึ่งจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป

 ทั้งนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของ กนง. ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 รวมทั้งหมดในอัตรา 2.50% คงต้องรอดูผลกระทบที่จะตามมาอีกระยะหนึ่ง ที่สำคัญการให้ยาก็ไม่ใช่ว่าจะให้มากเท่าไรก็ได้โดยไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งหนึ่งในผลกระทบคือ ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากลดลงต่ำมาก ดังนั้น ธปท.จึงต้องพิจารณาถึงผลกระทบด้านรายได้ของผู้ฝากเงินด้วย

 "ดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้รายได้ดอกเบี้ยของผู้ฝากทั้งระบบหายไป 76,000 ล้านบาท โดยดอกเบี้ยเงินฝากลดลงมาประมาณ 70% ของดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้ลงมา 50% และทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงอยู่ที่ 0.15% ต่อปี ซึ่งแตกต่างจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงที่อยู่ที่ 7.05% ธปท.ต้องขอคำอธิบายจากธนาคารพาณิชย์ถึงเหตุผลที่ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากห่างกันมากกว่าค่าธรรมเนียมความเสี่ยงที่คิดจากผู้กู้สมเหตุสมผลหรือไม่ และต้องรอระยะเวลาว่าประสิทธิภาพของการลดดอกเบี้ยนโยบายต่อธนาคารพาณิชย์เป็นอย่างไร" นางอัจนากล่าว

 ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.125% โดยมีผลวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ โดยการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารเป็นความพยายามปรับลดเท่าที่จะทำได้ และเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงขาเดียวเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก่อนการประชุมกนง. และถือว่าต่ำที่สุดในระบบตั้งแต่การประชุม กนง.ครั้งก่อน จนกระทั่งครั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารก็ยังลดลงไปอีก
 
"การพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพียงอย่างเดียวครั้งนี้ ยอมรับว่าธนาคารนำความต้องการของสังคมและผลที่ได้หารือร่วมกับ ธปท.มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาด้วย ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้น ธนาคารพยายามที่จะไม่ปรับลดลงอีก เนื่องจากเข้าใจความเดือดร้อนของผู้ฝากเงิน" นายโฆสิต กล่าวและว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคต แต่โดยส่วนตัว ไม่เห็นด้วยกับการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเห็นด้วยกับรัฐบาลเกาหลีที่ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้