ข่าว

ไฟฟ้าลัดวงจรไฟไหม้บ้านเช่าวอด

ไฟฟ้าลัดวงจรไฟไหม้บ้านเช่าวอด

05 ส.ค. 2555

เพลิงไหม้บ้านไม้ชั้นเดียววอดทั้งหลัง ลุกลามบ้างข้างเคียง เจ้าหน้าฉีดน้ำสกัดเพลิงนาน 30 นาทีจึงสงบ คาดเสียหายเบื้องต้น 5 แสนบาท

          วันที่ 5 ส.ค.55  เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.ต.สหรัฐ จงสุขพัทธี ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนซึ่งอยู่บริเวณกลางซอยท้ายบ้าน 12 ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลนครสมุทรปราการและเทศบาลใกล้เคียงจำนวน 5 คันเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
          ในที่เกิดเหตุได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเลขที่ 13 / 4 ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ได้พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้บ้านหลังดังกล่าวจนใกล้หมดทั้งหลัง และกำลังจะลุกลามไปลุกไหม้บ้านข้างเคียงซึ่งอยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงด้วยความระมัดระวังเนื่องจากกระแสไฟฟ้ายังไม่ได้ตัดมีกระแสไฟช๊อทยามเมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเข้าไป ใช้เวลานานกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ พบว่าเพลิงได้เผาผลาญบ้านหลังดังกล่าวจนวอดหมดทั้งหลัง หลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท
 
          จากการสอบสวน นายชัยยุทธ์ อรัญญกานนท์ อายุ 49 ปี ให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของตนซึ่ง ให้ น.ส.สมคิด วรรณวงศ์ อายุ 37 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 2 ต.ด่าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เช่าพักอาศัย หลังเกิดเหตุ น.ส.สมคิด เพิ่งปั่นรถจักรยานกลับมาจากร้านขายข้าว ได้ให้การว่า ตนทำงานอยู่บริษัท สยามโภชนากร จำกัด ถนนสายลวด ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.30 น. ตนได้ตื่นขึ้นมาและเกิดหิวข้าว จึงได้ปั่นรถจักรยานออกมาที่ร้านอาหารตามสั่ง หลังนั่งกินข้าวเสร็จได้ปั่นจักรยานกลับมาที่บ้าน ได้พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้บ้านที่ตนเช่าอยู่โดยเพลิงได้ลุกไหม้มาจากห้องนอนของตน ด้วยความตกใจ จึงได้ตระโกนเรียกเพื่อนบ้านช่วยกันเอาน้ำดับเพลิง แต่เอาไม่อยู่จึงได้แจ้งตำรวจและรถดับเพลิง
 
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เจ้าของห้องลืมปิดก่อนออกไปนอกบ้าน อย่างไรก็ตามจะได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป