
เมืองหลวงรองเท้าเซเนกัลไม่ต้อนรับชาวจีน
เมืองหลวงรองเท้าเซเนกัล ที่นี่ ไม่ต้อนรับชาวจีน : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ :โดย... อุไรวรรณ นอร์มา ที่มา :เอพี
กว่าที่ช่างทำรองเท้าใน เอ็นกาเย เม็กเค เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรราว 2.5 หมื่นคนในประเทศเซเนกัล แห่งแอฟริกาตะวันตก จะเย็บรองเท้าลำลองปลายแหลมอย่างประณีตไร้ที่ติ จนเป็นที่นิยมชมชอบของเจ้านายในท้องถิ่นสมัยอดีต และกลายเป็นแฟชั่นที่ขาดไม่ได้สำหรับบุรุษเซเนกัลแต่งกายดีในปัจจุบัน ต้องใช้เวลายาวนานหลายชั่วอายุคน
ทว่าจีนใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น ในการลอกเลียนแบบและผลิตคราวละจำนวนมากส่งไปขายในราคาเพียงหนึ่งในสี่ของราคารองเท้าต้นฉบับ
รัฐบาลเซเนกัลไม่เคยกำหนดกฎเกณฑ์การนำเข้าหัตถกรรมเลียนแบบจากจีน ดังนั้น ช่างทำรองเท้าส่วนใหญ่ในเอ็นกาเย เม็กเค จึงคิดหาวิธีแก้เผ็ดกันเอง ด้วยการปฏิเสธขายรองเท้าของพวกเขาให้แก่นักท่องเที่ยวจากแดนมังกร
มัคตาร์ กูเอเย ช่างฝีมือในตระกูลทำรองเท้าเก่าแก่ กล่าวว่า หากผมเจอคนจีน ผมจะแบมือแล้วยกขึ้น อันเป็นสัญลักษณ์สากลบอกให้ "หยุด" "ไม่ใช่ว่าผมกลัวพวกเขา แค่ไม่อยากขายให้เท่านั้น"
เกือบทุกประเทศในกาฬทวีป จีนได้เข้าไปทำโครงการโยธาและสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ตั้งแต่ทำเนียบประธานาธิบดีในกินี เขื่อนผลิตไฟฟ้ามูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ในกาบอง จนถึงการปูถนนความยาวเกือบ 220 กิโลเมตรในประเทศคองโก
แต่การลงทุนย่อมมากับเงื่อนไขผูกติด นั่นคือ โครงสร้างพื้นฐานแลกกับการเข้าถึงแร่ธาตุอันอุดมและตลาดขนาดใหญ่ในแอฟริกา
ทั้งยังกลายเป็นข้อตกลงพิเศษแบบเจ็บแสบสำหรับบรรดาช่างงานฝีมือในภูมิภาคที่นับวันจะน้อยลง ใช่แต่ผู้ผลิตรองเท้าลำลองในเซเนกัลที่กระทบ แต่ยังรวมถึงช่างทอผ้าเคนเต้หลากสีสันของกานา และผ้ามันพิมพ์ลายสีสันจัดจ้านที่ชาวแอฟริกันตะวันตกสวมใส่ ที่ถูกผู้ผลิตจีนนำไปทำเลียนแบบและส่งไปขายราคาถูกกว่า สองพี่น้องมัคตาร์ และมูสซา กูเอเย เล่าว่า ได้เจอกับจีนเป็นครั้งแรก ที่งานแสดงสินค้าในกรุงดาการ์ เมืองหลวงเมื่อ 14 ปีก่อน พ่อค้าจีนคนหนึ่งเข้ามาที่บูธ และพูดชมรองเท้าที่ผลิต จากนั้นก็กลับมาดูอีกหลายเที่ยวโดยไม่ได้ซื้ออะไรไปเลย
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ซื้อชาวจีนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาที่เอ็นกาเย เม็กเค ซึ่งมักถูกเรียกขานว่า เมืองหลวงรองเท้าแห่งเซเนกัล เนื่องจากช่างทำรองเท้าที่นั่นจะตั้งแผงขายสินค้าผลงานของตนเอง เรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายหลักหมายเลข 1
"พวกเขาบอกว่า สนใจซื้อรองเท้าของพวกเรา แต่พวกเขาโกหก ไม่ถึงสิ้นปี ตลาดเต็มไปด้วยรองเท้าแตะที่พวกเขาออกแบบแต่ทำจากพลาสติกจากจีน"
หากเป็นรองเท้าลำลองผลิตในท้องถิ่น จะขายในราคาไม่เกิน 20 ดอลลาร์ ขณะของเลียนแบบจากจีน ราคาเพียง 4 ดอลลาร์
ที่นี่ เราใช้ช่างฝีมือคนหนึ่งทำงานทั้งวันเพื่อเย็บรองเท้าไม่กี่คู่ แต่จีนผลิตได้เป็นพันๆ ในโรงงานหลายแห่งในเอเชีย ก่อนลำเลียงใส่ตู้คอนเทนเนอร์ลงเรือเทียบท่าเซเนกัล
มูสซา กูเอเย พี่คนโตสุดในสามพี่น้องตระกูลทำรองเท้า วัย 56 ปี กล่าวว่า รัฐบาลน่าจะปกป้องเราบ้าง ของพวกนั้นต้องมาเทียบท่าของเราใช่ไหม ทำไมรัฐบาลถึงไม่ควบคุม ปล่อยให้อะไรก็ได้เข้ามา เรื่องที่ทำให้ผมหงุดหงิดคือ คนเหล่านั้นไม่เคยคิดซื้ออะไรที่อยู่เหนือพื้นดิน ซื้อแต่สิ่งที่อยู่ใต้ดิน พวกเขามาเพื่อขายอย่างเดียว
นายไจ๋ ชุน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน เคยโต้เสียงวิจารณ์ที่ว่า อิทธิพลของจีนที่กำลังเติบโตในแอฟริกาคือลัทธิอาณานิคมรูปแบบใหม่ โดยกล่าวว่าการสนับสนุนทางเศรษฐกิจของจีน คือการให้ทางเลือกแก่ประเทศในภูมิภาคที่ไม่เคยมีเคยได้สมัยอยู่ใต้ระเบียบโลกเก่าที่ตะวันตกครอบงำต่างหาก
ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่เพิ่งไปเยือนเซเนกัลเมื่อวันพุธสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ไปพูดที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ว่าการลงทุนของสหรัฐจะยึดโมเดลความเป็นหุ้นส่วนแบบยั่งยืน ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า แทนการสูบออกไปจากแอฟริกา
ถ้อยคำเช่นนี้ไม่ต้องตีความก็รู้ว่า เป็นการแขวะ "โมเดลจีนที่ใช้สาธารณูปโภคแลกแร่ธาตุ" ขณะเดียวกัน ก็เป็นการโยนให้ชาวแอฟริกันได้คิดทบทวนความสัมพันธ์กับจีน ที่อยู่ในสถานะคู่ค้ารายใหญ่แห่งกาฬทวีปแล้ว
การค้าสองฝ่ายในปีที่แล้ว พุ่งสูงทุบสถิติที่ 1.66 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากในปี 2549 ถึงสามเท่า ขณะการลงทุนโดยตรงสูงถึง 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่เวลานี้ ช่างหัตถกรรมในภูมิภาค ยากจะต้านทานการรุกขยายตลาดของจีน
ที่ตลาดเอชแอลเอ็ม ในกรุงดาการ์ มีผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาแบบล่าสุดให้เลือกมากมาย แต่เกือบทั้งหมด ไม่มีชิ้นไหนผลิตในแอฟริกา เจ้าของร้านคนหนึ่งกล่าวว่า ผ้าจากจีนคล้ายคลึงกับของดั้งเดิมแทบทุกอย่าง หากจะต่างก็คือคุณภาพ และราคาที่ถูกกว่ามาก
นายปีเตอร์ ฟาม ผู้อำนวยการศูนย์แอฟริกา แห่งแอตแลนติก เคาน์ซิล มีสำนักงานในวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จริงอยู่ สินค้าที่ถูกลงทำให้คนมากขึ้นมีปัญญาซื้อหา แต่ภาคอุตสาหกรรมแอฟริกาก็อยู่ไม่ได้เพราะแข่งราคาไม่ไหว เฉพาะทางภาคเหนือไนจีเรีย มีคนงานภาคสิ่งทอตกงานถึง 2.5 แสนคน
กลับไปที่เอ็นกาเย เม็กเค โรงทำรองเท้าของสามพี่น้องกูเอเย ยังเปิดทำการตามปกติ แม้โดนรองเท้าเลียนแบบถล่มอย่างหนัก
ทั้งสามเริ่มทำรองเท้าแตะตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยเรียนวิชาจากปู่ นับจากนั้น รองเท้าที่พวกเขาตัดเย็บ ผ่านการสวมใส่โดยประธานาธิบดีเซเนกัล ทั้งมีลูกค้าในระดับอภิสิทธิชนคนชั้นปกครองอีกหลายคน สาเหตุที่ธุรกิจยังไปได้ เพราะลูกค้าชนชั้นสูงในสังคมเซเนกัลนิยมชมชอบคุณภาพที่แตกต่างจากเจ้าอื่น และพร้อมจ่ายเพิ่มสองเท่าเพื่อรองเท้าหนังนุ่มสบาย ใช้พื้นยางพาราอย่างดี และมีสีให้เลือกมากมาย
ชายเซเนกัลนิยมสวมใส่รองเท้าลำลองปลายแหลมในโอกาสพิเศษ อาทิ พิธีศีลจุ่ม หรืองานแต่งงาน นอกจากนี้ ยังมักใส่ในวันศุกร์คู่กับชุดคลุมยาวไปมัสยิด จึงมักเห็นรองเท้าแตะลักษณะนี้ถอดวางเรียงเป็นแถวอยู่ด้านนอก
แต่ช่างทำรองเท้าในเมืองคนอื่นๆ ประมาณ 1,500 คนส่วนใหญ่อยู่ลำบาก หลายคนพยายามถ่ายทอดวิชาให้แก่ลูกชาย แต่ฝ่ายหลังก็มองไม่เห็นอนาคตทางธุรกิจเท่าใดนัก ขณะเดียวกัน ก็พยายามเพิ่มความหลากหลาย อาทิ ทำรองเท้าแตะและรองเท้าสวมส้นเตี้ย
นอกจากไม่ขายให้จีนแล้ว สามพี่น้องตระกูลกูเอเยยังไม่รับซ่อมรองเท้าลอกเลียนแบบ ประเภทใส่แล้วพื้นหลุดหลังซื้อมาเดือนสองเดือน โดยพวกเขาประกาศว่า กฎของพวกเราคือ ไม่ขายรองเท้าให้คนจีน และไม่ซ่อมรองเท้าจีน เพราะนี่คือความอยู่รอดของพวกเรา
.....................................................
(เมืองหลวงรองเท้าเซเนกัล ที่นี่ ไม่ต้อนรับชาวจีน : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ :โดย... อุไรวรรณ นอร์มา ที่มา :เอพี )



