
ท่อง'โครงการพระราชดำริ'แม่ฮ่องสอน
ท่อง'โครงการพระราชดำริ'แม่ฮ่องสอน แวะลุ่มน้ำปายสัมผัสกลิ่นอาย'ปางตอง' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่กลางหุบเขาติดกับชายแดนประเทศพม่า พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีที่ราบน้อย การคมนาคมไม่สะดวก ผู้คนที่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ได้แก่ ม้ง มูเซอ ลีซอ กะเหรี่ยง ลัวะ ไทยใหญ่ จีนฮ่อ ในอดีตเต็มไปด้วยไร่ฝิ่น กัญชา และการทำไร่เลื่อนลอย หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยราษฎรและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และได้พระราชดำริให้มีการจัดตั้ง "ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ" ขึ้นในปี 2522 หรือที่รู้จักในนาม "ศูนย์ท่าโป่งแดง" ส่งผลให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ
เนื่องในเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษามหาราชินี "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดยประธานที่ปรึกษาโครงการฯ "สายเมือง วิริยะศิริ" และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ "สุภาพร พิมลลิขิต" ไปดูความก้าวหน้าของกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ จ.แม่ฮ่องสอน เริ่มจากศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามแนวพระราชดำริ ต.ผาบ่อง อ.เมือง ถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาอาชีพแบบเบ็ดเสร็จของสำหรับคนพื้นที่สูง
หลังจากฟังบรรยายสรุปจาก "สุทัต ปินตาเสน" ผู้จัดการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ จากนั้นก็ลงพื้นที่ดูกิจกรรมจากจุดต่างๆ ท่ามกลางสายฝนพรำ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 9 ฐานเรียนรู้ เริ่มจาก "ฐานเรียนรู้ด้านพืช" ดูกิจกรรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ป่าเอื้อแซะ ธนาคารอาหารในแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร อาทิ การแปรรูปกาแฟ มะคาเดเมีย
"ฐานเรียนรู้ข้าว" ดูการสาธิตแปลงเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตข้าว การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการจัดการแปลงและการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพ "ฐานเรียนรู้ด้านดินและปุ๋ย" มีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกผักอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยพืชสด การผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ "ฐานเรียนรู้ปศุสัตว์" ดูการวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์ปีก "ฐานเรียนรู้ด้านประมง" ดูการเพาะเลี้ยงปลาสะแงะ ในแม่น้ำสาละวิน ปลาคัง จ.แม่ฮ่องสอน การเพาะเลี้ยงกบและเขียด และ "ฐานเรียนรู้ด้านไฟป่า" การทำแนวป้องกันไฟป่า แปลงปลูกไผ่หวายและการอบรมเตาใบไม้และประหยัดพลังงาน
ระหว่างนำเยี่ยมชม สุทัตยังชี้ให้ดู "ฐานการจัดการฟาร์ม" ดูการผลิตกุหลาบตามพระราชเสาวนีย์ สมุนไพรและรวบรวมภูมิปัญญาชนเผ่า การปลูกไม้ดอกไม้ประดับและการแปรรูป ส่วน "ฐานเรียนรู้ด้านป่าไม้" มีการสาธิตการผลิตพลังงานชีวมวล การสร้างเตาถ่านทนความร้อนสูงและได้ถ่านปริมาณมาก โครงการธนาคารฟืน อาทิ ถ่านผลไม้ดูดกลิ่น ถ่านอัดแท่ง น้ำส้มควันไม้ และมีแปลงเพาะกล้าไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ
สุดท้ายก็เป็น "ฐานเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำ" เป็นการเชื่อมโยงน้ำกับการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่ต้องบริหารจัดการทั้งลุ่มน้ำเพื่อการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างยั่งยืนและที่พลาดไม่ได้เรายังได้เยี่ยมชมเรือนพักแรมที่ประทับสำหรับเวลาทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ยังมีการให้บริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติติดลำน้ำปายอีกด้วย
จากนั้นไปดูกิจกรรมของศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามแนวพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2522 เช่นกัน ซึ่ง วรฉัตร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์ บอกว่า เป็นศูนย์ที่เน้นเรื่องป่า น้ำ ดิน การเกษตรและความมั่นคงบนพื้นที่สูง โดยกิจกรรมเด่นของที่นี่ได้แก่ พระตำหนักปางตอง แปลงกาแฟ มะคาเดเมีย การผลิตผักปลอดภัย การปลูกหญ้าแฝก การเลี้ยงแกะ ผ้าทอขนแกะ และยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวหมู่บ้านในเครือข่ายการพัฒนา อาทิ หมู่บ้านธนาคารอาหารชุมชน หมู่บ้านรวมไทย หมู่บ้านท่องเที่ยวปางอุ๋ง เป็นต้น
ส่วนปัญหาสำคัญของศูนย์แห่งนี้ก็คือ การบริหารจัดการน้ำ กตัญญู ใจชื่น ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปางตอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้สนับสนุนศูนย์ปางตอง และพื้นที่บริเวณรอบศูนย์สนับสนุนการเพาะปลูกของราษฎรทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง
จากนั้นกรมชลประทานก็ได้ดำเนินการก่อสร้างฝายกั้นลำห้วยปางตอง 3 แห่ง คือฝายปางตอง 1 ฝายปางตอง 2 และฝายปางตอง 3 เพื่อใช้ทดน้ำเข้าสู่ระบบในพื้นที่โครงการด้วยระบบท่อเข้ามายังบ่อพักน้ำสำหรับกระจายน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูก และอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีความสมบูรณ์ 100% ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำทั้งในหน้าฝนและหน้าแล้งอีกต่อไป
สนใจเยี่ยมชมกิจกรรมของศูนย์ ติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน เลขที่ 193 หมู่ 5 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โทร.0-5368-4377 ในวันและเวลาราชการ
............................................................
(ท่อง'โครงการพระราชดำริ'แม่ฮ่องสอน แวะลุ่มน้ำปายสัมผัสกลิ่นอาย'ปางตอง' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



