
จากบทเรียนจริง...สู่แผนคุมม็อบ
จากบทเรียนจริง...สู่แผนคุมม็อบ : สารพันตำรวจ
แม้ว่าช่วงนี้ ดีกรีความขัดแย้งของการเมืองต่างขั้วยังไม่มีแนวโน้มของการชุมนุมที่ยืดเยื้อหรือรุนแรง แต่ "ตำรวจ" หน่วยที่คอยเป็นหนังหน้าไฟคอยห้ามทัพสารพัดม็อบ ยังขะมักเขม้นเตรียมความพร้อมในการป้องกันและดูแลความปลอดภัยในสถานการณ์การชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้!!
กว่า 1 เดือนแล้วที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ในสังกัด บช.ก.12 กองบังคับการ 2 กองร้อยกว่า 500 นาย ได้ฝึกซ้อมกองร้อยควบคุมฝูงชน ให้พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ และทุกขั้นตอนการฝึกฝนจะนำบทเรียนจริงที่เคยสัมผัสมาออกแบบยุทธวิธีในการรับมือ
"การซ้อมจะมีการป้อนสถานการณ์จริงเข้าไปในการฝึกซ้อมในรูปแบบต่างๆ ทบทวนใช้อุปกรณ์ปรับรูปขบวน ที่มีการยืนแบบใหม่ๆ มีการดีไซน์การฝึกจากประสบการณ์จริงที่ผ่านมา เพื่อให้รัดกุม ให้ปลอดภัย ลดการปะทะ ผลักดันแบบลดการบาดเจ็บ" พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.กก.ปพ.บก.ป. ผู้ควบคุมการฝึกซ้อม แจงแผนการฝึกซ้อม
นอกจากการฝึกซ้อมในขั้นพื้นฐานแล้ว ยังมีการฝึกควบคุมฝูงชนขั้นสูง ซึ่งจำแนกการฝึกเป็น 2 ประเภท คือ การฝึกเพื่อประจันหน้าม็อบ เพื่อพิทักษ์พื้นที่ และการฝึกเพื่อยึดพื้นที่คืน การเข้าจับกุมแกนนำการนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากพื้นที่ชุมนุม โดยส่วนนี้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาช่วย เช่น รถฉีดน้ำ รถยิงแก๊สน้ำตา รวมถึงเครื่องแอลแรด (LRAD) ซึ่งเป็นการส่งคลื่นเสียงรบกวนกลุ่มผู้ชุมนุม และในปีนี้ สตช.สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์เต็มที่ทั้งชุดเกราะ กระบองยาง โล่ หมวกกันแก๊สรุ่นใหม่ที่นานาชาติเขาใช้ กระสุนยางที่ใช้ในการควบคุมฝูงชน
พ.ต.อ.อธิป อธิบายถึงหลักการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ว่า ต้องดูจากสถานการณ์ขณะนั้นว่ารุนแรงแค่ไหน ถ้าดูแล้วไม่มีความรุนแรงอะไรก็จะใช้แต่เสื้อเกราะเครื่องป้องกันตัวอย่างเดียว เอาไหล่ดันกันไม่ให้ม็อบเข้ามาตามแนวที่กำหนดไว้ แต่ถ้าหากมีการใช้ความรุนแรง เริ่มตั้งแต่เอาคันธงมาเป็นอาวุธ ก็จะเอาโล่ เอากระบองมา แต่ยังไม่ได้สั่งตีทันทีทันใด จะมีวิธีตีตามขั้นตอน เมื่อม็อบเข้ามาประชิดตัว และหากรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมก็จะใช้เครื่องแอลแรดส่งเสียงไล่ออกไป เอาน้ำฉีด หากยังเข้ามาอีกก็ยิงแก๊สน้ำตาและหากรุนแรงจนเอาไม่อยู่ก็จะต้องใช้กระสุนยางยิงผลักดันออกไป โดยมีระยะหวังผลอยู่ที่ 20 เมตร
สำหรับการสาธิตครั้งนี้ ได้จำลองการเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณรัฐสภา รวมถึงระดับมาตรการที่จะนำมาใช้ ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงสุด อาทิ การใช้กองกำลังผลักดันด้วยโล่ การใช้รถปล่อยสัญญาณคลื่นเสียง การใช้รถฉีดน้ำ ไปจนถึงการใช้แก๊สน้ำตา เป็นต้น โดยมีการเตรียมกองกำลังชุดป้องกันและชุดจับกุม รวมถึงหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมรับมือในสถานการณ์การก่อการร้ายอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย
"ทุกอย่างเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะทุกอย่างเป็นระเบียบเป็นระบบที่อยู่ในหลักของมาตรฐานสากล” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. เดินทางมาเยี่ยมชมการสาธิตวิธีการควบคุมฝูงชนของกำลังพลในครั้งนี้ เอ่ยชมการฝึกซ้อม และอยากให้รักษาระดับในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีศักยภาพเหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ยังแสดงความเป็นห่วงหน่วยปฏิบัติการชุดใหม่ที่เพิ่มเข้ามา อยากให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ให้มากที่สุด และจะเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอเพิ่มอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีศักยภาพต่อไป
.......
(หมายเหตุ : จากบทเรียนจริง...สู่แผนคุมม็อบ : สารพันตำรวจ)



