
ต้นปาล์ม ณ ชายขอบแอนตาร์กติกา
เวิลด์วาไรตี้ : ครั้งหนึ่งยังมีต้นปาล์ม ณ ชายขอบแอนตาร์กติกา
การศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศโลกในช่วงเริ่มแรกของอีโอซีน ยุคที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถือกำเนิดเมื่อประมาณ 53 ล้านปีก่อนเพื่อเพิ่มความเข้าใจสภาวะเรือนกระจกในอดีต เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ เพราะช่วยให้สามารถคาดเดาถึงผลกระทบจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันได้
อีโอซีนยุคแรก หรือที่มักเรียกว่า อีโอซีน กรีนเฮ้าส์ เป็นช่วงเวลาที่ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูงถึงอย่างน้อย 600 ส่วนต่อล้านส่วน (พีพีเอ็ม) หรือสูงกว่ากว่านั้น ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันที่ 390 พีพีเอ็ม
การเปลี่ยนสภาพเป็นธารน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาเมื่อ 34 ล้านปีมาแล้ว ทำให้ชั้นตะกอนที่จะเป็นเบาะแสคลี่ปมสภาพอากาศในอดีตหายไป เป็นซากโบราณใต้ชั้นน้ำแข็งหลายกิโลเมตรปกคลุม แต่ปัจจุบันนี้ ด้วยโครงการขุดเจาะมหาสมุทรแบบบูรณาการ (ไอโอดีพี) ในสหรัฐ ที่ลงลึกถึงพื้นล่าง ช่วยให้ได้ภาพแอนตาร์กติกาสมัยอีโอซีนนั้นเป็นอย่างไร
จากการใช้แท่งขุดทะลุทะลวงลงไปในน่านน้ำ ห่างประมาณ 4 กิโลเมตรนอกเกาะวิลเคส ทางชายฝั่งตะวันออกของแอนตาร์กติกา ณ ความลึก 1 กิโลเมตร ทำให้ได้ตัวอย่างดินตะกอนจากยุคอีโอซีน ซึ่งมาพร้อมกับเกสรและสปอร์จากต้นปาล์ม และวงศ์วานของต้นเบาบับ กับแมคคาเดเมียแบบในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญตะกอนเหล่านั้นยังประกอบด้วยซากสัตว์เซลล์เดียวที่เรียกว่า อาร์เคีย
ผนังเซลล์จุลินทรีย์ชนิดนี้จะแสดงการเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลเล็กน้อยไปตามอุณหภูมิของดินรายรอบเมื่อครั้งยังมีชีวิต และยังคงโครงสร้างเดิมหลังจากเซลล์ตาย ดังนั้น พวกมันก็คล้ายเทอร์โมมิเตอร์จิ๋วที่ถูกฝังมาตั้งแต่ 53 ล้านปีก่อนนั่นเอง
ข้อมูลทั้งหมดบ่งชี้ว่า แม้แต่ในยุคมืดมิดที่สุดของฤดูหนาวแอนตาร์กติกา อุณหภูมิที่นั่นไม่ได้ลดต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส และเวลากลางวันในฤดูร้อนอยู่ในช่วง 20 องศา พื้นที่แถบชายฝั่งเคยมีต้นปาล์ม เมื่อเลยเข้าไปในแผ่นดินเล็กน้อย เนินเขาเต็มไปด้วยป่าบีชและป่าสน
นักวิจัยกล่าวว่า หากเทียบกับโลกปัจจุบัน อีโอซีนแสดงถึงช่วงที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในระดับสูง ที่โลกยุคนี้จะยังไปไม่ถึงในเร็ววันและอาจจะไม่มีทางไปถึงก็ได้หากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง
ความรู้ที่ได้จากยุคอีโอซีน ช่วยสนับสนุนการทำแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ประเมินความอ่อนไหวของสภาพภูมิอากาศโลกต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปริมาณจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้แบบจำลองที่ใช้ประเมินการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกในระยะ 2-3 ศตวรรษข้างหน้าไม่สูงจนเกินไปหรือไม่ต่ำจนเกินไป
--------------------
(เวิลด์วาไรตี้ : ครั้งหนึ่งยังมีต้นปาล์ม ณ ชายขอบแอนตาร์กติกา)



