ข่าว

ปชป.จ่อซักฟอกรบ.-จองกฐิน'ยิ่งลักษณ์'

ปชป.จ่อซักฟอกรบ.-จองกฐิน'ยิ่งลักษณ์'

03 ส.ค. 2555

'เทพไท' เตรียมซักฟอกรัฐบาล ลั่นจองกฐิน 'ยิ่งลักษณ์' ชี้เป็นหน้าที่ตามรธน. ปัดรังแก จวก 'คนเสื้อแดง' อย่าผูกขาดเป็นเจ้าของสี

                          3 ส.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า แม้ขณะนี้จะมีสื่อบางฉบับพยายามตีกันและกล่าวหาว่าฝ่ายค้านรังแกรัฐบาลนั้น ถือเป็นการช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล เพราะการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่ได้รังแกรัฐบาลหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ฝ่าฝืนบทบัญญัตติของรัฐธรรมนูญ ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบการบ้านให้สมาชิกพรรคไปรวบรวมข้อมูลที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งได้มีการจองกฐิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แม้สมัยประชุมสภานี้รัฐบาลจะปรับครม.หนี เอารัฐมนตรีที่เป็นแผลออก แต่อย่างไรก็ต้องมีนายกฯ อยู่ในตำแหน่งต่อไป เป้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงต้องตกอยู่ที่นายกฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จึงต้องอภิปรายนายกฯ ด้วย

                          “ พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา แม้จะยังไม่กำหนดว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ เพราะมีเวลาในสมัยประชุมสภาฯ นี้ถึง 4 เดือน จึงต้องรอดูความพร้อม และเงื่อนไขเวลาในการยื่นญัตติ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมตัวรับการตรวจสอบจากพรรคฝ่ายค้าน เชื่อว่ามีประเด็นมากมายที่สามารถจะยื่นอภิปรายนับตั้งแต่ภาวะผู้นำของนายกฯ ความล้มเหลวนโยบายประชานิยมต่าง ๆ การทุจริต การเรียกหัวคิวสูง 30-35% โครงการป้องกันน้ำท่วม โครงการจำนำข้าว” นายเทพไท กล่าว

 

'เทพไท' จวก 'เสื้อแดง' อย่าผูดขาดเป็นเจ้าของฝ่ายเดียว

                          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาระบุว่าการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวมเสื้อสีแดงขึ้นเวทีผ่าความจริงเป็นการบิดเบือนเจตนารมย์ เพราะการสวมเสื้อแดงอยู่ที่อุดมการณ์ว่า สีแดงเป็นสีที่คนไทยมีสิทธิใส่ทุกคน แต่ที่ผ่านมาคนไทยส่วนใหญ่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในการใส่ เพราะถูกคนบางกลุ่มจับจองเป็นเจ้าของสีแดง ที่แกนนำคนเสื้อแดงออกมาอ้างว่าเรื่องอุดมการณ์ในการใส่เสื้อแดง โดยเฉพาะที่มีตรานปช.นั้น อยากถามว่ามีอุดมการณ์อย่างไร เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงแต่ละกลุ่มล้วนแล้วแต่มีอุดมการณ์ต่างกันมากมาย

                          เช่น กลุ่มแดงสยาม แดงล้มเจ้า แดงคอมมิวนิสต์ แดงคอร์รัปชั่น แดงเผาบ้านเผาเมือง แต่สิ่งที่เราเรียกร้องให้คนไทยใช้เสื้อสีแดงได้ เพราะเชื่อว่าคนไทยมีอุดมการณ์ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสีหนึ่งในธงชาติ จึงไม่อยากให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาบิดเบือนหรือผูกขาดความเป็นเจ้าของสีแดง

 

'เทพไท'ขอบคุณ'รบ.ฟังเสียงท้วงติงไม่ประกาศเคอร์ฟิวทั้งหมด

                          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การที่รัฐบาลมีแนวคิดจะประกาศเคอร์ฟิวทำให้มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ท้วงติง ซึ่งทำให้รัฐบาลมีท่าทีอ่อนลง และอาจจะประกาศเคอร์ฟิวแค่บางพื้นที่นั้น ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่รับฟังความเห็นของประชาชน เพราะหากยังดันทุรังเอาชนะกันทางการเมืองความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งอยากให้รัฐบาลไตร่ตรองให้รอบคอบ เนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวคือ การจำกัดสิทธิประชาชนที่อาจจะกระทบความเป็นอยู่ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ทางพรรคยืนยันว่ารัฐบาลสามารถใช้กฎหมายและองค์กรที่มีอยู่ในการแก้ปัญหาได้ หากรัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา ล่าสุดก็มีการเผาโรงเรียนมาอีก เกิดเหตุรายวัน แต่ผู้รับผิดชอบก็บอกว่าเกิดเหตุน้อยกว่ารัฐบาลชุดก่อน ทั้งที่หากไปดูตัวเลขหรือสถิติแล้วจะพบว่ารัฐบาลชุดนี้เกิดเหตุความไม่สงบมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนแน่นอน

 

'เทพไท'หนุน'ศาลอาญา'สั่งห้าม'เสื้อแดง'ชุมนุมให้กำลังใจ'จตุพร'

                          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญาออกคำสั่งห้ามคนเสื้อแดงชุมนุมหน้าศาลในวันที่ 9 ส.ค. 55 นั้น ตนสนับสนุนคำสั่งของศาลอาญา ซึ่งความจริงควรมีคำสั่งเช่นนี้มาตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.55 ซึ่งมีการไต่สวนการถอนประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นครั้งแรก เพราะมีพฤติกรรมละเมิดศาลอย่างชัดแจ้ง ทั้งการปิดถนน ใช้เครื่องเสียง จำหน่ายสิ่งของ ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

                          ดังนั้นแกนนำจะต้องแจ้งให้คนเสื้อแดงรับทราบเกี่ยวกับคำสั่งของศาล โดยไม่ควรปลุกระมให้คนเหล่านี้มาชุมนุม อย่าสร้างเงื่อนไขเพื่อเรียกร้องความสนใจ เช่น นายจตุพร ประกาศจะอดข้าวประท้วงถ้าถูกถอนการประกันตัว เป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้คนเสื้อแดงมาชุมนุมหน้าศาลอาญา ทั้งที่ศาลก็มีความเมตตากับคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด พิจารณาได้จากการนัดไต่สวนในวันที่ 8 ส.ค.ซึ่งตรงกับสมัยประชุมสภา ทำให้ 4 คน คือ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นพ.เหวง โตจิราการ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ใช้เอกสิทธิความเป็น ส.ส.ไม่ไปศาลได้ ทั้งที่หากศาลนัดไต่สวนในช่วงปิดสมัยประชุมแล้วเกิดมีการถอนประกันตัวจนต้องติดคุกแม้จะเพียงชั่วโมงเดียว คนเหล่านี้จะขาดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ทันที

 

'เทพไท'ชี้รบ.ซื้อเวลาตั้ง คกก.11 คน ศึกษารธน.ล็อคสเป็ค-รับคำสั่งดูไบ

                          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดองว่า พรรคเพื่อไทยพยายามตีกันคนที่เห็นต่าง โดยกล่าวหาว่าต้องการล้มรัฐบาลนั้น ต้องย้ำว่าเงื่อนไขที่เกิดขึ้นพรรคเพื่อไทยสร้างเองไม่มีใครต้องการล้มรัฐบาลแต่ต้องการประกาศว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถ้าไม่ต้องการให้เป็นประเด็นทางการเมือง ก็ควรถอนพ.ร.บ.ปรองดองในทันที แต่ทำไมไม่ทำ ทั้งที่เป็นช่องทางที่จะปลดล็อคได้ แต่ขณะนี้กลับซื้อเวลาด้วยการตั้งคณะกรรมการ 11 คน ล็อคเสป็คอย่างน้อย 7 คน รู้คำตอบว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร โดยทั้งหมดจะทำตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณกดรีโมทสั่งจากดูไบได้ทันที จึงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตบตาประชาชน จะทำอย่างไรให้ฟันธงออกมา เพื่อให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต่อสู้ทางด้านความคิดได้ชัดเจน

 

ปชป.ปัดแทรกแซงเลือก'ปธ.วุฒิ'-เตือนเลือกคนเป็นกลาง

                          นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งประธานวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิกวุฒิสภาออกมาวิเคราะห์ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ และพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนอยากชี้แจงว่าพรรคไม่เคยแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานวุฒิสภา ทุกอย่างเป็นไปโดยอิสระและเป็นดุลพินิจของวุฒิสภา การพาดพิงมาที่พรรคประชาธิปัตย์ว่าเมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้วประธานวุฒิสภาก็เปลี่ยนขั้วได้นั้น ตนเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาจะเลือกใครก็ได้ พรรคยอมรับมติของวุฒิสภา แต่อยากให้ส.ว.ตั้งสติ เพราะตำแหน่งประธานวุฒิสภาถือเป็นสภาสูงควรได้คนที่เป็นธรรม มีความเป็นกลาง น่าเชื่อถือ ถ้าให้พรรคการเมืองบางพรรคเข้าไปแทรกแซง เป็นคนของรัฐบาล การเมืองจะย้อนยุคเหมือนปี 2548 ก่อนการเกิดรัฐประหารคือ รัฐบาลสามารถแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ และวุฒิสภาจะถูกกล่าวหาเป็นสภาทาสเหมือนปี 2548 จึงอยากให้ส.ว.เห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 

'ถาวร' เผยปชป.เห็นด้วยแก้ รธน.บางประเด็น

                          นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า เมื่อครั้งที่พรรคเป็นรัฐบาลได้เคยตั้งให้นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นประธานประธานพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งมีอยู่ 6 ประเด็นที่พรรคเห็นว่าควรจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น 1.เรื่องโทษการยุบพรรคการเมือง ในกรณีที่กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หรือส.ส.ไปทำผิดกฏหมาย ซื้อเสียง หรือมีส่วนร่วมรู้เห็น เดิมให้มีโทษสั่งยุบพรรคนั้น ก็อาจแก้ไขให้เป็นเรื่องของส่วนตัวที่ต้องรับผิดชอบรับโทษไป ไม่ต้องยุบพรรค

                          2. กรณีมาตรา 265 และ 266 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันระบุไม่ให้ส.ส.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือประสานงานจากหน่วยงานราชการของรัฐได้ ก็แก้ไขให้ทำได้ รวมถึงการที่ให้ส.ส.สามารถเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีเพื่อเรียนรู้งานในกระทรวงได้ 3.กรณีมาตรา 190 ว่าด้วยการตกลง ทำสัญญาของรัฐมนตรี รัฐบาล ที่ต้องนำเอาเรื่องต่างๆ มารายงานต่อที่ประชุมรัฐสภา ก็แก้ไข ขอขยายกรอบให้กว้างขึ้น ต้องระบุให้ชัดเจน 4. อำนาจของส.ว.ซึ่งปัจจุบัน เห็นว่าส.ว.มีอำนาจมากโดยเฉพาะการแต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า ส.ว.เลือกตั้งส่วนใหญ่มีพรรคการเมืองสนับสนุนหรือสังกัดพรรคกลาย ๆ เช่นกัน ดังนั้นจึงควรพิจารณาปรับปรุงเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ของส.ว.ใหม่ เป็นต้น เพราะต้องหารือในรายละเอียดด้วย แต่ไม่ใช่การยกร่างแก้ไขทั้งฉบับอย่างที่รัฐบาลนี้กำลังผลักดันทำอยู่ในเวลานี้

                          ในส่วนของการเลื่อนวาระพิจารณาของร่างพรบ.ปรองดองในสภาจากวาระแรกมาเป็นวาระที่ 11-14 ทั้ง 4 ร่างนั้น ตนยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่ชัดเจนคือ รัฐบาลต้องถอนร่างปรองดองทั้ง 4 ฉบับออกจากวาระการพิจารณาของสภาเท่านั้น เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ที่จะมารับรองว่า เรื่องนี้จะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา เนื่องจากการกระทำที่เห็นอยู่คือ อยู่วาระแรก เขาก็ขอมติเสียงข้างมากเลื่อนไปอยู่วาระที่ 11-14 ได้ เพราะขณะนี้กระแสสังคม คนส่วนใหญ่รู้เท่าทัน และไม่เอาด้วยทั้งมีประชาชนจำนวนมากต่อต้าน ไม่เช่นนั้นพรรคก็ไม่ร่วมสังฆกรรมใดๆ แน่นอน ซึ่งหากมีการถอนร่างปรองดองออกไปแล้ว ค่อยมาหารือกันว่า เราจะเดินร่วมกันเพื่อจับมือปรองดองอย่างไร ให้ถูกต้อง เป็นธรรม สอดคล้องกับหลักกฏหมาย รักษาไว้ซึ่งนิติรัฐ ไม่ใช่อ้างคำว่า ปรองดองเพื่อล้างผิดช่วยคนโกง ขอเงินคืนแล้วให้ลิ่วล้อออกมาตะแบงบิดเบือนสร้างความสับสนให้ชาวบ้านอย่างที่เป็นอยู่