ข่าว

พิรุธคดีเก้าอี้ฟาดหน้า

พิรุธคดีเก้าอี้ฟาดหน้า

03 ส.ค. 2555

พิรุธคดีเก้าอี้ฟาดหน้า : เลียบค่าย โดยช้างพลาย

               คลิปวิดีโอเด็กนักเรียนไทยใช้เก้าอี้ฟาดใบหน้าสุภาพสตรีสูงอายุได้รับบาดเจ็บถูกเผยแพร่ไปเกือบทั่วโลก หลายคนอยากรู้ว่า เหตุใดนักเรียนต้องทำร้ายร่างกายผู้สูงวัยขนาดนี้!!
   
               หลังจาก "คม ชัด ลึก" แกะรอยจนพบจุดที่เกิดเหตุ รวมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด และได้พูดคุยกับเด็กนักเรียนชั้น ม.6/2 แผนกวิทย์-คณิต โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านตลาดน้อย กรุงเทพฯ และป้าซึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาดของบริษัทชื่อดัง
   
               คำบอกเล่าของเด็กนักเรียน โดยสรุปยอมรับว่าโมโหที่ป้าเอานาฬิกาไปแล้วยังขอเงิน ?!!
   
               แต่ "ป้า" บอกโดยสรุปว่า รู้สึกมีอะไรมาติดที่รองเท้าแต่สลัดไม่ออก และพบว่าเป็นนาฬิกาแล้วหยิบถือไว้ จนกระทั่งเด็กนักเรียนมาถามแล้วกำลังคืนให้ก็ถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนเรื่องขอเงินอ้างว่าขอแค่ค่ารถกลับบ้าน
   
               คำบอกเล่ากลายเป็นพิรุธในคดี
   
               ข้อเท็จจริง "ตำรวจ กก.ดส." รู้ดีมากที่สุด เพราะต้นเหตุของเรื่องราวเกิดขึ้นบริเวณปากซอยเกษมสันต์ 1 พยานแวดล้อมในละแวกนั้น ระบุชัดเจนว่าป้ายืนซื้อหมูปิ้งและปลาหมึกปิ้ง เด็กนักเรียนทะเลาะกับแรงงานต่างด้าวทำให้นาฬิกาหลุด ระหว่างนั้นป้าเก็บได้หยิบขึ้นมาแล้วเดินไปทางซอยเกษมสันต์ 3
   
               ประเด็นนี้ หากป้าเก็บนาฬิกาได้ เพราะเหตุใดไม่สอบถามพ่อค้าแม่ค้าในละแวกนั้นว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกาหรือนำไปให้ตำรวจแยกปทุมวัน
   
               ต่อมาเด็กนักเรียนมาสอบถามพ่อค้าแม่ค้า รู้ว่าป้าเก็บไป วิ่งตามป้าไปตรงจุดเกิดเหตุ พอถามป้ากลับบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น หากป้าบอกว่าหูไม่ค่อยดีฟังไม่รู้เรื่อง แล้วตอบออกมาได้อย่างไร คล้อยหลังเกิดเหตุเด็กนักเรียนยังนำนาฬิกามาโชว์พ่อค้าหมูปิ้ง แล้วบอกว่าป้าเอาไปจริงๆ
   
               ประเด็นนี้น่าสนใจ ตรงที่เด็กนักเรียนบอกว่าป้าขอเงินแลกนาฬิกา ป้ายอมรับแต่อ้างว่าเป็นค่ารถประจำทาง ข้อเท็จจริงพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมบอกชัดเจนว่าหลังจากเลิกงาน ป้าเดินเก็บของเก่าเรื่อยมาทุกวันแล้วตรงจุดเกิดเหตุเดินไปอีกประมาณร้อยกว่าเมตร ก็ถึงห้องเช่าภายในชุมชนบ้านครัวเหนือไม่มีรถประจำทางผ่าน
   
               เหตุที่เกิดขึ้น "พนักงานสอบสวน" สน.ปทุมวัน ต้องไขข้อเท็จจริง แม้ว่าเด็กนักเรียนผิดฐานทำร้ายร่างกาย แต่หากเด็กนักเรียนไม่ถูกโกหก หรือถูกเรียกร้องคงไม่เกิดโทสะ แล้วหากป้าคืนนาฬิกาให้ตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเรื่องฉาวเพราะ "กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา" ??