
พวกเราดูไว้จำไว้โอลิมปิกยังยี้'คนขี้โกง'
พวกเราดูไว้จำไว้โอลิมปิกยังยี้'คนขี้โกง' : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์
เข้าใจว่าคนไทยจำนวนหนึ่งยังขาดทักษะในการมองเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม เช่นเดียวกับฝรั่งบางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ อย่าหาว่าเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เพราะโอลิมปิกเพิ่งผ่านพิธีเปิดได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่มีคนจำนวนหนึ่งมัวแต่ไปวิจารณ์ความยิ่งใหญ่อลังการในพิธีเปิดการแข่งขันโดยไปมองการเอาเรื่องราวทางวัฒนธรรมสังคมมานำเสนอเป็นเรื่องตลกขบขัน
คนเหล่านั้นจะด้วย “ความรู้สึกภูมิใจในความเป็นตะวันออก” หรือ “ตามก้นความเห็นฝรั่ง” ไม่แน่ชัดนัก เพราะสำนักข่าวใหญ่ทางฝั่งอเมริกาเล่นข่าวดังว่าต่อเนื่อง ถ้าคนไม่รู้เท่าทันก็จะคล้อยตาม โดยคิดไม่ค่อยทันว่า “คนไม่ชอบหน้ากันพูดถึงกันเป็นเยี่ยงไร เมื่อไม่เข้าใจ ไม่เห็นประโยชน์หรือคุณค่าทางสังคมวัฒนธรรมก็จะพูดกันไปเรื่อย ด้วยความไม่รู้เรื่องรู้ราว (Ignorance)” แต่ถ้ามองในเชิง “สังคมวัฒนธรรม” อังกฤษ กับ อเมริกา หรือจับคู่ อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส จะบอกว่าบ้านพี่เมืองน้องอย่างไร ลึกๆ มันมี “ริษยา ความหมั่นไส้” แฝงอยู่ในที ไม่ต่างกับ เมื่อเราจับคู่ “ไทย กับ พม่า หรือ ไทย กับ เขมร” เป็นเรื่องเล่าขานสืบต่อมาช้านาน
ยอมรับว่า “มองและเห็นต่าง” กับหลายฝ่ายในมหกรรมกีฬาของ “มวลมนุษยชาติ” ไม่ใช่ว่าตัวเองเคยเป็น “นักเรียนเก่าอังกฤษ” บางคนเลยจัดเป็นพวก “นิยมอังกฤษ (Anglophile)” คนละเรื่องกันขอยืนยัน เรากำลังจะเข้าสู่ “ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)” ในปี 2558 เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ทราบ เรื่องซึ่งหลายคนกำลังทำ คือมัวแต่ไปเน้นเรื่องเศรษฐกิจกระทั่งลืมอีกสองเสาหลัก ได้แก่ “เสาด้านการเมืองความมั่นคง “ และ “เสาด้านสังคมและวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญส่งเสริมเกื้อหนุนไปถึงระบบเศรษฐกิจทั้งของไทยและกลุ่มมิตรประเทศอีก 9 ประเทศ
ความ “ฉลาด หลักแหลม” ในการนำเอา “สังคมและวัฒนธรรม” เป็นยุทธศาสตร์ในการนำเสนอสู่สายตาชาวโลก ไม่ใช่เรื่องใหม่ “เกาหลีใต้” เป็นตัวอย่างสำคัญให้เราเห็นพัฒนาการถึงการผสมผสานเอาเรื่องสังคมวัฒนธรรมผนวกเข้ากับระบบเศรษฐกิจการเมืองความมั่นคงได้ กระทั่งคนไทยต้องมานั่งวิจารณ์กันเองว่า ทำไม “เด็กไทยต้องทำตัวเหมือนเด็กเกาหลีทั้งหญิงชาย” เรา “ลอกเขามาเยอะมากครับ” เหลือแต่วัฒนธรรมสำคัญของเขาซึ่งผมอยากเห็นติดตัวคนไทยเยาวชนคนของเรา คือเรื่องของ “ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย ความละอายต่อบาป” ถึงประเด็นหัวเรื่องของเราคนเกาหลีเข้าไปเอี่ยวกับ “การโกง” ด้วย แต่กำลังจะให้ข้อคิดว่า สังคมพัฒนาแล้ว เขามีระบบวิธีการน่าสนใจในการเข้าจัดการกับ “คนโกง” ได้อย่างแยบยล และพึงเอาเยี่ยงอย่าง
คำว่า sporting spirit and morality ทาง BBC เอามาใช้กับการอธิบายเหตุผลว่าทำไม นักกีฬา “ลูกขนไก่” ของจีน อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ต้องถูกถอดออกจากการแข่งขัน (Disqualified) ถ้าคนไทยเป็นคอกีฬาทราบข่าวคงอยากให้ทีม “วอลเลย์บอลหญิงไทย” ประท้วงบางประเทศเข้าไปอีกครั้ง ด้วยข้อหาเดียวกัน คือ “การเล่นแบบไม่สมศักดิ์ศรี” จากการสืบสวนยังไม่รุนแรงถึงข้อหาฉกาจฉกรรจ์อย่าง “ล้มมวย” “ล้มบอล” เพราะข้อมูลแจ้งว่า นักกีฬาทั้งหมดพยายามไม่เอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยกลัวว่าจะไปเจอมือวางเบอร์ต้นๆ ของจีน เป็น “แท็กติก” หรือ “ฉลาดแกมโกง” ซึ่งทั้งกรรมการและคนดูต่างไม่อาจยอมรับได้ต่อวิธีการอันขาดจริยธรรมคุณธรรมของความเป็นนักกีฬาได้ ขนาดให้มีการปฏิญญาตั้งแต่ตัวผู้เล่น กรรมการและโค้ชตั้งแต่พิธีเปิดซึ่งทำกันอย่างเปิดเผยก็ยังเจอพวกคิดเอาแต่ได้อยู่ดี คนอังกฤษบางคนบอกว่าเขาซื้อตั๋วมาดูการแข่งขันด้วยความหวังจะเห็นความทุ่มเทและความท้าทายในการแข่งขัน ซึ่งคงต่างกับวัตถุประสงค์ของ “นักกีฬาดังว่า” เพราะคงหวังเอาชนะอยากได้เหรียญ แต่ไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากพลาดเลยเลือก “เป้าหมาย” มาก่อน “วิธีการเข้าถึงเป้าหมายอันสมควร” (ends justify the means)
วิธีแก้เผ็ดทางกรรมการเลยตัดสิทธิทั้งหมดและเลื่อนคนรองๆ ลงไปขึ้นมาแทน คล้ายๆ กับกีฬา “เทเบิลเทนนิส” ซึ่งนักกีฬาหญิงของจีนแสดงอาการฟึดฟัดไม่เคารพคำตัดสินของกรรมการท่านเลยชู “ใบแดงคู่ใบดำ” พร้อมๆ กัน ส่งผลให้นักกีฬาจีนอีกคนซึ่งเป็นคู่แข่ง “ได้แต้มเพิ่ม” กระทั่งเกือบไม่ต้องแข่งต่อ ผมอยากให้คนไทยเยาวชนไทยอย่าแค่ดูกีฬาเพื่อความบันเทิง แต่ขอให้จับเอา “สาระซึ่งเป็นแก่นแท้ของการกีฬา” มาศึกษาไว้เป็นเยี่ยงอย่าง สังคมเราจะดีมากกว่านี้ ถ้าคนไทย “ไม่โกง”
........
(หมายเหตุ : ภาพ"น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงของไทยไหว้กรรมการหลังแพ้นักกีฬาจีน ในรอบก่อนรองชนะเลิศ กีฬาโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน)



