
เผย'ทักษิณ'อยู่อเมริกา2อาทิตย์
"ทักษิณ"ทัวร์รัสเซีย-อังกฤษ-สหรัฐ-จีน อยู่อเมริกา 2 อาทิตย์ ขณะที่ ชทพ.-ชพน.ประชุมวางกรอบแก้รธน. มติกมธ.งบ56 ใจปั้ม อนุมัติงบเพิ่ม 3 กระทรวง ก.ท่องเที่ยว สูงสุด 2,742 ล้าน "บุญยอด" อัดไม่ให้งบศาล-กกต.-สตง.
2ส.ค.2555 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และจะเดินทางไปประเทศอังกฤษช่วงวันที่ 3-4 สิงหาคม จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะใช้เวลาอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนจะเดินทางกลับมายังทวีปเอเชีย ซึ่งน่าจะเป็นประเทศจีน การเดินทางไปสหรัฐเป็นการเดินทางไปส่วนตัว เพื่อพบปะเพื่อนฝูงที่เป็นคนไทย รวมทั้งชาวอเมริกัน นักการเมืองสหรัฐที่มีความรักใคร่กัน และอาจได้รับเชิญไปพูดให้นักธุรกิจกลุ่มย่อยที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย และมีสำนักข่าวบางแห่งติดต่อขอสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณถึงสถานการณ์การเมืองในไทยด้วย
ชทพ.-ชพน.ประชุมวางกรอบแก้รธน.
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ 1 ใน 11 คนของคณะทำงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า จากการนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เรียกประชุมครั้งแรกวันที่ 7 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะหารือเพื่อวางแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเบื้องต้น โดยเฉพาะการลงวาระ 3 ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาคงต้องหารือกับผู้ใหญ่ของพรรค ที่ประชุมพรรคก่อนว่าจะมีความเห็นอย่างไร แล้วจึงนำข้อสรุปนั้นเสนอต่อคณะทำงานดังกล่าวอีกครั้ง
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ในฐานะคณะทำงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเรียกสมาชิกพรรคเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเข้าร่วมเป็นคณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเสนอประเด็นใดต่อที่ประชุม เบื้องต้นขอหารือกับสมาชิกพรรคก่อน
ก.ท่องเที่ยวฯแชมป์งบเพิ่ม2.7พันล้าน
จากกรณีคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ เสนอขอเข้ามาในร่าง พรบ.งบประมาณปี 2556 เป็นยอดรวม 22,003 ล้านบาท จากยอดที่เสนอขอทั้งสิ้น 2.4 ล้านล้านบาท ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสำนักงบประมาณได้ขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 เข้ามาในตัวเลขเดียวกันกับที่กรรมาธิการได้ปรับลด และกรรมาธิการมีมติอนุมัติปรับเพิ่มงบเต็มจำนวนที่เสนอขอให้แก่ 16 หน่วยงาน ได้แก่ 1.งบกลาง 2,000 ล้านบาท 2.สำนักนายกรัฐมนตรี 843 ล้านบาท แบ่งเป็นสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 12 ล้านบาท, กรมประชาสัมพันธ์ 295 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 2 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สสช.) 4 ล้านบาท, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 530 ล้านบาท
3.กระทรวงกลาโหม ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย 445 ล้านบาท 4.กระทรวงการคลัง 2,041 ล้านบาท แบ่งเป็นกรมสรรพสามิต 2,000 ล้านบาท และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 41 ล้านบาท 5.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2,794 ล้านบาท แบ่งเป็นกรมพลศึกษา 1,437 ล้านบาท และกรมการท่องเที่ยว 1,357 ล้านบาท 6.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของกรมชลประทาน 340 ล้านบาท 7.กระทรวงคมนาคม 1,653 ล้านบาท แบ่งเป็นกรมทางหลวง 336 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท 1,317 ล้านบาท 8.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ 602 ล้านบาท 9.กระทรวงพาณิชย์ ในส่วนของกรมการค้าต่างประเทศ 7.6 ล้านบาท 10.กระทรวงมหาดไทย 4,840 ล้านบาท แบ่งเป็นกรมการปกครอง 13 ล้านบาท, กรมโยธาธิการและผังเมือง 75 ล้านบาท, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 4,686 ล้านบาท และเมืองพัทยา 65 ล้านบาท
11.กระทรวงยุติธรรม ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) 82 ล้านบาท 12.กระทรวงศึกษาธิการ 2,959 ล้านบาท แบ่งเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2,796 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 12 ล้านบาท, มหาวิทยาลัยนเรศวร 37 ล้านบาท, มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 16 ล้านบาท, มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 15 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยมหิดล 81 ล้านบาท 13.ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง 637 ล้านบาท แบ่งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 607 ล้านบาท และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ 30 ล้านบาท 14.รัฐวิสาหกิจ 2,418 ล้านบาท แบ่งเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 900 ล้านบาท, ธนาคารออมสิน 8.5 ล้านบาท และการเคหะแห่งชาติ 1,510 ล้านบาท 15.กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ในส่วนของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 237 ล้านบาท และ 16.หน่วยงานของรัฐสภา 100 ล้านบาท แบ่งเป็นสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 60 ล้านบาท และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา 40 ล้านบาท
"บุญยอด"อัดไม่ให้งบศาล-กกต.-สตง.
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า การพิจารณาเพิ่มงบประมาณพบว่า ใน 3 กระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงขึ้นกว่าการเสนอของบประมาณในรอบแรก คือ 1.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้รับการจัดสรรงบเพิ่มจำนวน 2,794 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดคงเหลือหลังจากกรรมาธิการได้ปรับลดคือ 9,131 ล้านบาท พบว่าจะมียอดรวมประมาณ 11,925 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่ายอดงบประมาณที่เสนอขอในรอบแรกถึง 2,742 ล้านบาท
2.กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับจัดสรรงบเพิ่ม 2,959 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดงบประมาณคงเหลือหลังจากกรรมาธิการปรับลดคือ 457,451 ล้านบาท จะมียอดรวมทั้งสิ้น 460,410 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่ายอดที่เสนอขอในรอบแรก 335 ล้านบาท 3.กระทรวงการคลัง ที่ได้รับจัดสรรงบเพิ่ม จำนวน 2,041 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดคงเหลือที่กรรมาธิการปรับลดคือ 178,666 ล้านบาท จะมียอดรวมประมาณ 180,707 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าการเสนอของบในรอบแรกกว่า 1,458 ล้านบาท
“ผมขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในส่วนของงบประมาณของหน่วยงานที่มีความจำเป็น เช่น หน่วยงานศาล, คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สตง.) ที่เสนอขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำไปดำเนินการเกี่ยวกับโครงการที่สำคัญ เช่น เงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งท้องถิ่น, การพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน กลับไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจ และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย” นายบุญยอดกล่าว



