ข่าว

รากหญ้าจีนเติบใหญ่-รัฐเรียนรู้

รากหญ้าจีนเติบใหญ่-รัฐเรียนรู้

03 ส.ค. 2555

'ฉือฟ่าง - ฉีตงโมเดล' รากหญ้าจีนเติบใหญ่ - รัฐเรียนรู้

          การประท้วงของประชาชนชาวจีนในเมืองฉือฟ่าง มณฑลเสฉวน เพื่อเรียกร้องให้ปิดโรงงานทองแดง เพราะเชื่อว่าจะกระทบสภาพแวดล้อม ในถิ่นที่อยู่ผ่านไปไม่ถึงเดือน เหตุการณ์ทำนองเดียวกันได้เกิดขึ้นอีกครั้งที่เมืองฉีตง มณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออก เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อมวลชนออกมาร่วมชุมนุมกันแบบมืดฟ้ามัวดินที่จัตุรัสหน้าศาลาว่าการเมือง เพื่อเรียกร้องให้ยุบโครงการบำบัดน้ำเสีย 

 

          ผลลัพธ์ของการแสดงพลังทั้งสองครั้งคือ การยอมถอยของฝ่ายท้องถิ่น แต่มีข้อสังเกตถึงพัฒนาการที่น่าสนใจหลายอย่างขนาดที่อาจกล่าวได้ว่า ก่อนฉีตง จีนมีพลเมืองที่ตื่นตัว รู้ว่าตนเองมีสิทธิอะไรและพร้อมจะต่อสู้เพื่อสิทธินั้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากฉีตง พวกเขาไม่เพียงพร้อมจะสู้ แต่ยังรู้ว่าจะต่อสู้แบบมีกลยุทธ์อย่างไร เปิดศักราชใหม่แห่งการเคลื่อนไหวของรากหญ้าในจีน 

          ฉีตง อยู่ในมณฑลเจียงซู ใกล้กับนครเซี่ยงไฮ้ และปากแม่น้ำแยงซี ซึ่งบริษัทผลิตเยื่อกระดาษโอจิ เปเปอร์ ของญี่ปุ่น มีแผนจะสร้างโรงบำบัดน้ำเสียแห่งใหม่ที่เชื่อกันว่าจะทิ้งน้ำเสียลงทะเลหลายหมื่นตันต่อวันผ่านท่อส่งน้ำความยาวนับร้อยกิโลเมตร ชาวบ้านวิตกว่า จะเป็นอันตรายต่อแหล่งน้ำดื่มและประมง  

          ความคล้ายกับการประท้วงที่ฉือฟ่าง คือเป็นการชุมนุมที่วางแผนโดยนักศึกษา ซึ่งตามรายงานของเซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ระบุว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการประท้วงในเมืองฉือฟางนั่นเอง โดยอาศัยการส่งข้อความสั้นทางมือถือและเว็บไซต์สังคมออนไลน์ นัดแนะและระดมคน 

          การเตรียมตัวมีขึ้นลายสัปดาห์ก่อนวันรวมพล เห็นได้จากการทำโปสเตอร์รณรงค์ที่เตะตา เผยแพร่ในโลกออนไลน์ อธิบายละเอียดว่า ฉีตงอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นที่นั่น โรงบำบัดน้ำเสียจะคุกคามสภาพแวดล้อมอย่างไร เหตุใด ชาวบ้านจึงต้องคัดค้าน 

          โดยมีหลักการและเหตุผลประกอบโดนใจ เช่น "คนในโลกพัฒนาแล้ว มีสิทธิและความรับผิดชอบในการปกป้องสภาพแวดล้อมและมหาสมุทร พวกเราในประเทศตลาดเกิดใหม่ ย่อมมีสิทธิเช่นกัน"  เราสนับสนุนผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ ท่านประธานเหมาสอนให้เราแสวงหาการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีประสิทธิผลและยุติธรรม เช่นเดียวกับเติ้ง เสี่ยวผิง ที่สอนให้เรายึดมั่นกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน หู จิ่นเทาก็เช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไม่เคยเรียนรู้สิ่งเหล่านี้เลยหรือ? "ร่วมประท้วงอย่างมีอารยะ อย่างผู้มีเหตุผล ปกป้องทะเลและบ้านของเรา" 

          ด้านเจ้าหน้าที่ทางการก็ไม่ได้ผลีผลาม แม้ส่งตำรวจคุมสถานการณ์หลายร้อยนาย แต่ไม่มีการใช้แก๊สน้ำตาหรือไม้กระบอง ทั้งที่มีผู้ประท้วงอารมณ์ร้อนส่วนหนึ่งบุกเข้าไปหยิบไวน์หยิบบุหรี่ในศาลาว่าการ ออกมาปาทิ้งกลาดเกลื่อน ต่างจากการประท้วงที่ฉือฟ่างและครั้งก่อนๆ ที่ลงเอยด้วยการปะทะ ซึ่งเป็นเพราะเจ้าหน้าที่เองได้บทเรียนจากเหตุการณ์ประท้วงครั้งก่อนๆ ที่เมืองอื่น  นับเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการในห้วงเวลาที่ผู้นำจีนตระหนักถึงความคับแค้นใจในประเด็นสังคม อาทิ การทุจริตและสิ่งแวดล้อม 

          โดยเฉพาะนายกเทศมนตรีฉีตง นายซุน เจี้ยนฮัว ได้ใจพลเมืองเน็ตไปเต็มๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหลังจากผู้ประท้วงบังคับถอดเสื้อของเขาออกเพื่อให้ใส่เสื้อยืดที่มีข้อความต่อต้านโรงบำบัดน้ำเสีย ชาวเน็ตบางคนถึงกับบอกว่าใบหน้าเปื้อนยิ้มนี้ จะเป็นที่จดจำในหัวใจของประชาชนตลอดไป 

          หากอ่านปฏิกิริยาผ่านผู้ใช้เว็บไซต์เว่ยโป เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่นับวันจะมีบทบาทในการสะท้อนกระแสอารมณ์ในสังคมจีน ก็ปรากฏว่า จำนวนมากวิงวอนให้การประท้วงเป็นไปโดยสงบภายใต้กรอบกฎหมาย 

          "คุณจะเสพติดความรุนแรงหากคุณใช้ความรุนแรงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ" ชาวเน็ตคนหนึ่งแสดงความเห็น 

          หรือ "อยากให้คนในฉีตงให้ความรู้กับคนที่คิดว่าชาวจีนไม่ดีพอสำหรับประชาธิปไตย เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน" และ "รัฐบาลยอมจำนนและสัญญาจะยกเลิกโครงการอย่างถาวร ฝ่ายประชาชนก็ควรสนองตอบอย่างสร้างสรรค์กลับไป"          

          ในทัศนะของสื่อทางการอย่างกระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์ พีเพิล เดลี่ ชื่นชมการตัดสินใจของท้องถิ่นที่ยกเลิกโครงการบำบัดน้ำเสียอย่างถาวร และเรียกร้องให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ศึกษาความขัดแย้งหลายๆ ครั้งเมื่อไม่นานมานี้ และทบทวนดูว่าจะเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างทางการกับประชาชน ให้มีความรวดเร็ว มีเหตุมีผล เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรงของมวลชน

 

          ด้านโกลบอลไทมส์ มองว่า การแพร่ขยายของ ฉือฟ่าง-ฉีตงโมเดล อาจจะทำลายเสถียรภาพทางสังคม และถือเป็นสิ่งท้าทายอนาคตจีนอย่างไม่เคยปรากฏ แต่ขณะเดียวกัน เป็นโอกาสอันดีที่กรณีตัวอย่างทั้งสอง จะนำไปสู่การแสวงหากลไกใช้แก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน