
พิรุธ!หมื่นคนแห่สอบเข้าปปท.15อัตรา
แห่สมัครสอบเข้า ปปท.กว่า 13,000 คน ทั้งที่รับแค่ 15 อัตรา เลขาฯ ปปท.คุมเข้มสอบบรรจุ หลังรับรายงานความผิดปกติ ล็อคเป้าแก๊งโกงสอบ ตัดสัญญาณสื่อสาร พร้อมสั่งย้ายที่นั่งผู้สอบส่อพิรุธเป็นมือเฉลย 8 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 55 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเป็นข้าราชการในสังกัด ป.ป.ท. ภายหลังได้รับรายงานถึงความผิดปกติที่ส่อถึงการเตรียมทุจริตในสนามสอบ ซึ่งเปิดรับเพียง 15 อัตรา แต่มีผู้สมัครสอบกว่า 13,000 คน
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการคุมสนามสอบเข้ารับราชการกรมราชทัณฑ์และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำให้สามารถคาดการณ์แผนประทุษกรรมของกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายทุจริตการสอบ โดยตั้งข้อสังเกตจากการสมัครสอบเป็นกลุ่ม เพื่อให้ได้เลขที่นั่งใกล้เคียงกัน และพบพิรุธประวัติการสมัครสอบของผู้ที่มีประวัติตระเวนสอบเข้ารับราชการหลายสนาม ซึ่งอยู่ในข่ายเป็นผู้เฉลยคำตอบข้อสอบ แต่จากมาตรการคุมเข้มโดยนำเครื่องตรวจโลหะ เครื่องตรวจเครื่องมือสื่อสารมาตรวจผู้เข้าสอบทุกราย รวมทั้งตัดสัญญาณการสื่อสารรอบสนามสอบ ที่สำคัญการสอบครั้งนี้ไม่ประกาศที่นั่งสอบล่วงหน้า ส่งผลให้เป้าหมายที่อยู่ในข่ายจับตาเป็นพิเศษ 16 ราย ไม่เข้าห้องสอบ เพราะไม่สามารถวางแผนการทุจริตข้อสอบได้
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ขณะนี้มั่นใจว่าสามารถตัดระบบการสื่อสารได้ 100% เหลือเพียงการคุมเข้มเรื่องการใช้ภาษากายเฉลยคำตอบข้อสอบ โดยหลังการสอบผ่านไป 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะเดินตรวจผู้เข้าสอบที่ยังไม่ฝนกระดาษคำตอบ โดยเบื้องต้นจะตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่า เป็นกลุ่มที่รอการเฉลยคำตอบข้อสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ย้ายที่นั่งสอบไปยังที่นั่งพิเศษที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เช่นเดียวกับบุคคลเป้าหมายที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้เฉลยข้อสอบ 8 ราย ก็จะถูกย้ายไปยังที่นั่งพิเศษเช่นกัน
"ป.ป.ท.มีสายลับที่เคยร่วมขบวนการทุจริตข้อสอบมาช่วยวิเคราะห์แผนว่า หากจะมีกาเฉลยคำตอบจะมีวิธีการใดบ้าง เพื่อวางแผนอุดช่องโหว่ ทำให้สามารถวิเคราะห์และตรวจสอบบุคคลเป้าหมายได้แม่นยำ และสั่งให้แยกชั้นสอบ สับเปลี่ยนที่นั่ง ทำให้เป้าหมายบางคนไม่เข้าห้องสอบ"
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า ป.ป.ท.ต้องการคัดเลือกคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน แม้แต่ข้าราชการที่ต้องการโอนย้ายก็ต้องผ่านการสอบ เพื่อป้องกันเด็กฝาก ซึ่งหากพบการทุจริตจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ยอมรับว่าเป้าหมายที่ถูกจับตาเป็นบุคคลที่มีการศึกษาดี จบมหาวิทยาลัยดี มีเกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไป และไม่มาเข้าสอบในวันนี้ ป.ป.ท. วิเคราะห์ว่าการออกแบบข้อสอบให้เป็นแบบปรนัย ผู้ทุจริตจะต้องส่งสัญาณในภาษากายเท่านั้น จึงได้สั่งผู้คุมสอบดูเป็นพิเศษ ซึ่งจะแตกต่างจากการสอบเข้าดีเอสไอที่กำหนดให้ทำข้อสอบแบบอัตนัย รูปแบบการทุจริตของผู้เข้าสอบจะจำกัดวงกลุ่มเพื่อส่งสัญญาณคำตอบได้สะดวก
สำหรับบรรยากาศการเข้าสอบในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จะประกาศเตือนให้ผู้สมัครสอบมาเข้าแถวตั้งคิว เพื่อนผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้เข้าสอบต้องมาถึงสนามสอบถึง 1 ชั่วโมง เพื่อผ่านขั้นตอนตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของอื่นนอกเหนือจากบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ ใบสมัครที่มีเลขประจำตัวผู้สอบและติดรูปถ่าย ดินสอดำ 2 บีขึ้นไป ยางลบดินสอ และห้ามออกจากห้องสอบก่อนเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ระหว่างที่อยู่ในห้องสอบเจ้าหน้าที่จะประกาศให้ผู้เข้าสอบทุกคนถอดรองเท้าและวางใบประจำตัวผู้เข้าสอบไว้บนรองเท้า โดยก่อนออกจากห้องสอบจะมีการตรวจกระดาษหากมีการจดข้อสอบออกนอกห้องสอบจะปรับตกทันที
อย่าไรก็ตาม การสอบครั้งนี้ ป.ป.ท.เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในสังกัด ป.ป.ท.จำนวน 15 อัตรา มีผู้สมัครสอบจำนวน 13,176 คน แบ่งเป็นตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนปฏิบัติการ รับ 9 อัตรา ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป รับ 2 อัตรา นักวิชาการพัสดุ รับ 1 อัตรา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน รับ 1 อัตรา ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ รับ 2 อัตรา โดยตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนปฏิบัติการ มีผู้สนใจเข้าสอบมากสุดกว่า 4,900 คน ซึ่งผู้ที่สอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งที่สอบ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงมีสิทธิสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง



