
'เทพไท'จี้'พท.'แจงให้ชัดเรื่องแก้ รธน.
"เทพไท" จี้ "เพื่อไทย" แจงให้ชัดเรื่องแก้ รธน. อ้าง "สังคม-กลุ่มการเมือง" ต้องการคำตอบ จี้ "รบ.-พท.-ปธ.สภา" ถอน "ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง" ออกทันทีอย่าซื้อเวลา หวั่น ลักไก่ทีเผลอ เตือน ปชช. เฝ้าระวัง เหตุไว้ใจท่าทีไม่ได้ ชี้ไม่มีสัจจะในหมู่โจร ชี้ช่อง 4 สัญญ
วันที่ 2 ส.ค.55 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อยากเรียกร้องไปยังพรรคเพื่อไทย รัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพราะขณะนี้เกิดความสับสนในสังคมเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก ซึ่งล้วนเกิดจากความเห็นในฝ่ายของระบอบทักษิณทั้งสิ้น โดยหลังจากที่บ้านเลขที่ 111 ปลดล็อคหลายคนเข้ามามีบทบาททำตัวเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ แย่งชิงการนำ เช่น นายโภคิน พลกุล และอีกหลายคน ในขณะที่แกนนำนปช.หรือนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณก็คิดไปอีกแบบ
“วันนี้สังคมต้องการคำตอบว่าคนในพรรคเพื่อไทยจะเอาอย่างไร กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากจะโหวตลงมติวาระ 3 ก็โหวต หรือจะศึกษาก่อนก็ควรประกาศให้ชัด เพราะแถลงการณ์ของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ออกมาก็ไม่มีความชัดเจน โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนาก็บอกจะแก้ไขมาตรา 237 เป็นหลัก พรรคเพื่อไทยบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับบ้าง รายมาตราบ้าง จึงอยากเรียกร้องความชัดเจนจากฝ่ายของพ.ต.ท.ทักษิณที่มีอยู่หลายกลุ่ม เพื่อให้ฝ่ายที่เห็นต่างกันได้แสดงจุดยืนและเตรียมการต่อสู้ตามแนวความคิดทางการเมืองในโอกาสต่อไปด้วย" นายเทพไท กล่าว
จี้ "รบ.-พท.-ปธ.สภา" ถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดอง
นายเทพไท กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ถึงท่าทีต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติของรัฐบาลว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พยายามใช้วิธีการขายผ้าเอาหน้ารอดในการรวบรัด ให้การประชุมเลื่อนวาระพิเศษขึ้นมาพิจารณา 10 ฉบับ เพื่อซื้อเวลาไม่ให้สภาฯ ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองซึ่งเป็นวาระการประชุมที่ค้างอยู่
“อยากบอกนายสมศักดิ์ พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลว่าวิธีการเช่นนี้ไม่สามารถที่จะปลดล็อค ความขัดแย้งในสังคมได้ เพราะเป้าหมายของคนในสังคมคือให้ถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดองออกในทันที และไม่ควรนำเข้ามาพิจารณาอีก แต่การซื้อเวลาโดยการเลื่อนร่างพ.ร.บ.อื่นๆ ขึ้นมาพิจารณา 10 วาระ จึงอยากถามว่า เมื่อพิจารณาครบทั้ง 10 ฉบับแล้ว รัฐบาลจะต้องเลื่อนมาอีกกี่วาระถึงจะซื้อเวลา ให้พ้นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองไปได้ ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง คือ ระเบิดเวลาของรัฐบาล แม้จะเลื่อนไปอย่างไรก็ตาม ประชาชนที่คัดค้าน ก็เฝ้าติดตามรอโอกาสว่ารัฐบาลจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ จึงอยากเตือนว่าอย่าใช้พฤติกรรมในการลักไก่ตอนทีเผลอ เพราะประชาชนเฝ้าระวังอยู่ รัฐบาลชุดนี้ไว้ใจไม่ได้ ไม่ต่างกับรัฐบาลโจร ที่ไม่มีสัจจะในหมู่โจรเช่นใด ประชาชนก็ไม่สามารถไว้ใจพฤติกรรมของรัฐบาลได้เช่นนั้น” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า พฤติกรรมของนายสมศักดิ์ที่ผ่านมาทำให้มีเพื่อนสมาชิก 2 คนได้ยื่นให้คณะกรรมการจริยธรรมตรวจสอบ กรณีคลิปลับที่ส่อว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง ขาดคุณสมบัติของการเป็นประธานที่ไม่เหมาะสมที่จะนั่งในตำแหน่งประธานสภาฯ ต่อไป ดังนั้น เมื่อมีการยื่นสอบต่อคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว นายสมศักดิ์ควรแสดงสปิริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะพิจารณาเสร็จสิ้น เพื่อเป็นการสร้างความสง่างามให้ตำแหน่งของประมุขนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ไม่อยู่ทำหน้าที่ประธานในการควบคุมการประชุมก็เชื่อว่ารองประธานอีก 2 คน โดยเฉพาะนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2จะทำหน้าที่ควบคุมการประชุมได้ดีกว่านายสมศักดิ์ด้วยซ้ำ
เทพไท” ชี้ช่อง 4 สัญญาณอันตราย “รบ.” แก้ปัญหาไฟใต้
นายเทพไท แถลงถึงสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์มีความรุนแรง และเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับการทำงานของรัฐบาลที่หย่อนยานไม่รู้ร้อนรู้หนาว ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ รัฐบาลส่งสัญญาณในลักษณะผิดๆ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบให้เกิดความรุนแรงในภาคใต้ขึ้นมาอีกคือ1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องของโจรดินแบ่งแยกแดนถือว่าเป็นการตีโจทย์ที่ผิด อาจนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด เหมือนยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เข้าใจว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องโจรกระจอก สุดท้ายสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงถึงทุกวันนี้
นายเทพไท กล่าวว่า 2.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์แต่งตั้งให้รับผิดชอบแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ก็แต่งตั้งแบบผิดฝาผิดฝั่ง ไม่เชี่ยวชาญปัญหาภาคใต้จึงไม่ต่างกับคนตาบอดคลำช้าง ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ถ้าดูทางตัวเลขดูทางสถิติแล้วถือว่าเหตุการณ์ลดลง ตนจึงไม่เข้าใจว่าประเมินสถานการณ์อย่างไร เพราะขณะนี้ตัวเลขความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการประเมิณลักษณะเหมารวมรายวัน ไม่ใช่ประเมินแยกเหตุการณ์ที่เกิดในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลขทางสถิติไม่สำคัญเท่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งว่า นำมาซึ่งความสูญเสียมากน้อยเพียงใด
นายเทพไท กล่าวว่า 3.ไม่มีใช้แนวทางการแก้ปัญหา ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เป็นองค์กรแก้ปัญหาสถานการณ์ในภาคใต้อย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะมาจากความล้มเหลวในตัวบุคคลจากการแต่งตั้งพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการศอ.บต.ซึ่งไม่มีบทบาท ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยรัฐบาลพยายามไม่ให้ศอ.บต.มีบทบาทเหมือนในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณที่พยายามยุบศอ.บต.แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีการออกพ.ร.บ.ศอ.บต.ใหม่ แม้ตอนนี้บอกกันว่ามีการตั้งเพนตากอน 2 หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ศูนย์เผ่นตาขาว” การใช้ศอ.บต.ยังถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด เพราะมีที่ทำการอยู่ในพื้นที่จริง และโครงการนี้ก็เกรงว่า จะล้มเหลวเหมือนกับตอนที่ร.ต.อ.เฉลิมสั่งให้ทำ ศูนย์บัญชาการส่วนหลังมาแล้ว
นายเทพไท กล่าวว่า 4.นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ พยายามจะแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ โดยหาวิธีการและมาตรการต่างๆ แต่นโยบายเดิมที่ได้เคยทำมาเพียงพอ ที่จะทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงเบาบางลงได้ แต่รัฐบาลเองที่ไม่จริงจัง ไม่ทบทวน ไม่เอาใจใส่ในการการแก้ปัญหา นอกจากนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ มีการระบุว่าอาจประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะอาจจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พยายามลดเงื่อนไข ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แต่รัฐบาลชุดนี้กลับพยายามเพิ่มเงื่อนไข ซึ่งอาจส่งผลทำให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสมาเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรงได้
“ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้น ในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อพี่ชายก่อไฟขึ้นมา ก็ไม่อยากให้น้องสาวเป็นคนเติมเชื้อไฟขึ้นอีก ดังนั้น อยากให้รัฐบาลได้ตื่นตัวและเห็นความสำคัญต่อปัญหาภาคใต้ เพราะสิ่งที่ประชาชนกำลังหวั่นวิตกคือ การล้มเหลวด้านการข่าวของรัฐบาล ซึ่งอยากให้รัฐบาลติดตามข่าว เพราะเป็นเรื่องที่แปลกมากที่ชาวบ้านรู้ข่าวก่อนฝ่ายข่าวของรัฐบาล โดยเฉพาะการข่าวที่บอกว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงต่อบุคคลสำคัญ และเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรงตามชุมชน และหัวเมืองต่างๆ จึงไม่ทราบว่ารัฐบาลตระหนักเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งอยากให้รัฐบาลปรับปรุงตัวให้เป็นผู้นำด้านการข่าว กระจายข่าวไปยังประชาชนมากกว่าที่ประชาชนจะนำข่าวมาบอกกับฝ่ายรัฐเอง" นายเทพไท กล่าว



