
เคอิโงะภาค2สาวเมืองเชียงใหม่พาลูกร้องหาพ่อญี่ปุ่น
สาวใหญ่เมืองเชียงใหม่พา "นารูมิ" ลูกสาวหูพิการลูกครึ่งญี่ปุ่นวัย 18 ปีตามหาพ่อญี่ปุ่นหลังพลัดพรากนานกว่า 15 ปี เผยข่าว "เคอิโงะ" เป็นแรงบันดาลใจให้สู้ต่อ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยตามหาแทบพลิกแผ่นดินทั้งในญี่ปุ่นและไทย ด้านเด็กสาวเผยคิดถึงพ่อมาก ขอแค่เห็นหน้าส
ยังคงเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องสำหรับการติดตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นของ ด.ช.เคอิโงะ ซาโต ลูกครึ่งญี่ปุ่นวัย 9 ขวบที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.เชียงใหม่ เกิดเรื่องราวลักษณะใกล้เคียงกับ ด.ช.เคอิโงะ เมื่อเด็กสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นวัย 18 ปี ออกมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นที่พลัดพรากจากกันมานานกว่า 15 ปี
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางสังวาลย์ บำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้พาน.ส.นารูมิ ฮามาดะ หรือน้องยุ้ย อายุ 18 ปี บุตรสาว ผู้พิการทางหู นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาเครื่องปั้น วิทยาลัยอาชีวศึกษา จ.เชียงใหม่ พร้อมหลักฐานเป็นภาพถ่าย ใบสูติบัตรเข้ามาพบผู้สื่อข่าวเพื่อร้องขอให้ช่วยตามหาบิดาเป็นชาวญี่ปุ่นที่พลัดพรากจากบุตรสาวนานกว่า 15 ปี
นางสังวาลย์กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องพาบุตรสาวมาร้องเรียนให้สื่อมวลชนช่วยตามหาสามี หรือพ่อของบุตรสาวเนื่องจากตั้งแต่ลูกยังเป็นเด็กได้ร้องขอและสอบถามเสมอว่าพ่ออยู่ที่ไหน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ด้วยความสงสารลูกประกอบกับเมื่อเห็นข่าวของ ด.ช.เคอิโงะ ที่มีสื่อมวลชน และหน่วยงานราชการช่วยกันติดตามหาพ่อจนสำเร็จ จึงพาลูกมาร้องเรียนบ้าง
นางสังวาลย์กล่าวต่อว่า สามีชื่อนายเรียวอิจิ ฮามาดะ อายุ 45 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 1677-2 ต.อเนงาซากิ อ.อิจิฮาราชิ จ.ชิบ้าเคน เมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อนสามีทำงานเป็นคนขับรถของบริษัทโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น ถูกส่งตัวมาดูงานที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างนั้นตนทำงานเป็นคนงานของบริษัทผลิตอะไหล่ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเดียวกัน จึงทำให้ได้พบกัน
"ต่อมาดิฉันได้เลิกรากับสามีเก่า และใช้เวลาดูใจกับนายเรียวอิจินาน 6 เดือน จึงตกลงคบหาอยู่กินกันที่ จ.ลำพูน ประมาณ 1 ปี จากนั้นนายเรียวอิจิได้พาดิฉันไปอยู่กินที่บ้านพักคนงานที่ จ.ชิบ้าเคน ใกล้กับกรุงโตเกียวเป็นเวลา 4 ปี ขณะนั้นนายเรียวอิจิอาศัยอยู่เพียงลำพังยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวและมีบ้านเดิมอยู่ที่เมืองฮิโรชิมา" นางสังวาลย์กล่าว
นางสังวาลย์กล่าวต่อว่า หลังจากอยู่กินกันที่ญี่ปุ่นได้ตั้งท้อง แต่ด้วยความคิดถึงบ้านจึงเดินทางกลับมาคลอดที่โรงพยาบาลแมคคอมิกส์ จ.เชียงใหม่ แต่ขณะนั้นป่วยเป็นไข้ไทรอยด์ ทำให้บุตรสาวเกิดมาหูพิการทั้งสองข้าง แต่หูข้างซ้ายได้ใช้เครื่องช่วยฟัง ทำให้ได้ยินเสียงอยู่บ้าง และพูดเสียงเบามาก
อย่างไรก็ตามภายหลังคลอดบุตรนายเรียวอิจิ ยังเดินทางไปมาหาสู่ที่ประเทศไทยอีกประมาณ 2-3 ครั้ง กระทั่งบุตรสาวอายุได้ 2 ขวบเศษ จากนั้นนายเรียวอิจิก็ขาดการติดต่อจากที่เคยโทรศัพท์มาสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็หายไป พร้อมบอกว่าต้องอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากต้องทำงาน แต่ยังส่งเสียเงินมาให้เดือนละ 2 หมื่นบาท กระทั่งบุตรสาวอายุได้ 5 ขวบ
นางสังวาลย์กล่าวว่า สาเหตุที่ออกมาร้องให้สื่อช่วยตามหาพ่อให้ลูกนั้น ส่วนตัวไม่ต้องการอะไร เพราะปัจจุบันมีฐานะการเงินปานกลาง ช่วยญาติทำร้านอาหารไม่เดือดร้อนอะไร แต่สิ่งที่ต้องการเพียงแค่อยากรู้ว่าสามียังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะตลอดเวลาลูกสาวบ่นคิดถึง และอยากเจอหน้าพ่อมากกว่าใคร ทั้งนี้ แม้ว่าสามีจะมีครอบครัวใหม่ก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้พ่อลูกได้มีโอกาสเจอกันสักครั้ง
นางสังวาลย์กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เพิ่งออกมาร้องผ่านสื่อนั้น ส่วนหนึ่งยอมรับว่าเป็นเพราะเห็นข่าวของ ด.ช.เคอิโงะ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าก่อนหน้านี้ได้เคยใช้ความพยายามตามหาสามี แต่ต้องพบกับความผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ไปหาที่ทำงาน หรือเบอร์เดิมที่เคยติดต่อกัน รวมถึงบ้านเกิดที่เป็นบ้านของแม่สามี แต่ปรากฏว่าได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว
นอกจากนี้ ยังเกิดความท้อใจทำให้เลิกตามหาเนื่องจากเมื่อ 13 ปีที่ผ่านมา ขณะที่บุตรสาวอายุประมาณ 5 ขวบได้พาไปขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำ จ.เชียงใหม่ แต่ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลญี่ปุ่นบางคนต่อว่า ในทำนองว่าเมื่อสามีไม่ต้องการแล้วจะเอาอะไรอีก แต่เมื่อมาเห็นข่าวของ ด.ช.เคอิโงะ จึงตัดสินใจใช้ความพยายามในการตามหาอีกครั้ง
ด้าน น.ส.นารูมิ บุตรสาวหูพิการ กล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า อยากรู้ว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทั้งนี้หากทราบว่ายังมีชีวิตอยู่ก็อยากจะไปอยู่กับพ่อและฝันไว้ว่าอยากไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าหากพ่อแต่งงานมีครอบครัวใหม่ก็ขอให้ได้พบหน้าสักครั้ง และคงเลิกคิดที่จะไปอยู่กับพ่อ ซึ่งตอนนี้ขอเพียงรู้ว่าพ่อมีชีวิตอยู่ก็พอ
ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับการช่วยเหลือ และการเตรียมความพร้อมในการให้ ด.ช.เคอิโงะ พบกับพ่อชาวญี่ปุ่นนั้น วันเดียวกัน นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวว่า นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน แจ้งผ่านผู้อำนวยการสำนักงานศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพิจิตร ว่า ได้รับการแสดงความจำนงจากนักเรียนทุนที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นกว่า 10 คน จะมาสอนภาษาญี่ปุ่นให้ ด.ช.เคอิโงะ ทั้งนี้ หลังจากทราบข่าวจังหวัดมีความยินดีโดยจะให้นักเรียทุนดังกล่าวสอนภาษาญี่ปุ่นในช่วงหลังเลิกเรียนให้แก่ ด.ช.เคอิโงะและเด็กพิจิตรที่สนใจภาษาญี่ปุ่น



