
การเมืองสามานย์
การเมืองสามานย์: เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]
ตราบเท่าที่สังคมมนุษย์ยังจำเป็นต้องมีรัฐและการปกครอง เราก็คงไม่สามารถจะปฏิเสธ “การเมือง” ไปได้เลยในฐานะที่เป็นกระบวนการจัดสรร แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน โดยแน่นอนว่าทุกคนต่างล้วนปรารถนา ต้องการจะเห็นรัฐบาลที่ดี การเมืองการปกครองซึ่งให้ความเสมอภาคและเป็นธรรม บนความหวังว่ารัฐจะเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้แก่ทุกคนได้
แต่หากย้อนกลับมามองรัฐไทย ไม่แน่ใจนักว่ารัฐบาล การเมืองการปกครองที่เป็นอยู่ ยังประโยชน์อะไรให้แก่ประชาชนพลเมืองขึ้นมาบ้าง
มิพักต้องพินิจพิจารณาอะไรมาก เอาเพียงแค่เปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปเท่านั้น บรรยากาศบ้านเมืองที่สงบกลับเริ่มคุกรุ่นร้อนแรงขึ้นมาทันทีทันใด
นักการเมืองกลัวประเทศชาติบ้านเมืองจะสงบเงียบเรียบร้อยหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ที่เคยพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ถอนร่างพรบ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติออกไปกลับกลัวเสียเหลี่ยม แต้มคูทางการเมือง ทำท่าฮึดฮัดดึงดัน ไม่ยอมถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอตั้งสสร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และร่างพรบ.ปรองดอง
ตั้งหน้าตั้งตาตะบี้ตะบันพูดถึงแต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างพรบ.ปรองดอง เพียงเพื่อจะแก้ปัญหาช่วยเหลือคนคนเดียวเท่านั้น ทั้งๆ ที่ประเทศชาติกำลังเผชิญวิกฤติมากมายที่มีความสำคัญยิ่งยวดกว่า
กับปัญหาอันเกี่ยวพันกับประเด็นเอกราชอธิปไตย เกิดกรณีของการก่อการร้ายในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนร้ายฆ่าสังหารเจ้าหน้าที่ ยิงทหารตายอย่างอุกอาจ วางระเบิดคาร์บอมบ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ ประชาชนเสียขวัญไม่มีหลักประกันในชีวิตและทรัพย์สิน
มีใครฝ่ายใดที่คิดจะใช้รัฐสภาเป็นเวทีในการจัดการแก้ปัญหาดังกล่าว
“การเมือง” ได้สำแดงประสิทธิภาพประสิทธิผลอะไรบ้างในการจัดการปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างหลักประกันความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
ถามจริงๆ เถอะ แก้รัฐธรรมนูญผลักดันพรบ.ปรองดองออกมาได้แล้วจะสามารถแก้ปัญหา นำสันติสุขมายังภาคใต้ได้อย่างนั้นหรือ
แก้รัฐธรรมนูญได้ ผลักดันพรบ.ปรองดองสำเร็จนี่ ประเทศชาติจะเป็นประชาธิปไตย ประชาชนจะอิ่มปากอิ่มท้อง อยู่ดีมีสุข นักการเมืองเลิกทุจริตคอรัปชั่นโกงบ้านกินเมืองอีกต่อไปหรืออย่างไร ก็เปล่าเลย
มีนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งก็เหมือนมีซูเปอร์โมเดลเอาไว้เดินแบบเดินแฟชั่นไปเยือนต่างประเทศ เป็นประธานเดินสายเปิดงานตัดริบบิ้น
เกิดวิกฤติร้ายแรงขึ้นมาก็เที่ยวมอบหมายคนนั้นคนนี้ไปกู้หน้าแก้ปัญหาแทน โดยไม่รู้เหมือนกันว่าแต่ละเรื่องแต่ละปัญหาใครมีอำนาจชี้ขาดตัดสินใจที่แท้จริง โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่ลอยตัว
ที่ชวนให้สมเพชเวทนา ว้าเหว่แทนประชาชน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปประสานการแก้ปัญหา ทั้งๆ ที่เจ้าตัวพูดถึงลูกชาย ทำนองว่ากลัวหากเป็นฝ่ายค้านจะถูกส่งลงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทัศนคติอย่างนั้นหรือที่จะเป็นคนจัดการ แก้ปัญหาให้แก่ 3 จังหวัด
ยิ่งไปกว่านั้น สามจังหวัดภาคใต้วิกฤติ แต่ตัวนายกรัฐมนตรีกลับไปห่วงใยรีสอร์ทวังน้ำเขียว มีข่าวหาทางผลักดันปรับเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทษฐานไม่สนองนโยบายฝ่ายการเมือง
ยิ่งลักษณ์ยิ่งเลอะ เห็นอานุภาพของการเมืองในครอบครัวกันหรือยัง



