ข่าว

"พอแล้วมันจะตายอยู่แล้ว"ล่าฆาตกรฆ่า..สาวอัมรินทร์

"พอแล้วมันจะตายอยู่แล้ว"ล่าฆาตกรฆ่า..สาวอัมรินทร์

21 พ.ค. 2552

เทปบันทึกการแจ้งเหตุ "ทำร้ายร่างกาย" ที่ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า (191) บันทึกเอาไว้ กลายเป็นหลักฐานสำคัญ สาวไปถึงฆาตกรฆ่าสาวอัมรินทร์ โดยคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงลงมือฆ่าเหยื่อในห้องพัก...เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาพยานผู้แจ้งเหตุนั่นเอง

 "อรอัจฉรา พรหมผลิน" พนักงานขายโฆษณา สำนักพิมพ์อัมรินทร์พริ้นติ้ง วัย 26 ปี ถูกคนร้ายใช้ของมีคมปาดคอและแทงหน้าอกเสียชีวิตภายในห้องเลขที่ 216 อาคารชัยพฤกษ์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 10/14-15 ซอยชัยพฤกษ์ 13 แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด ผบก.น.7 พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.น.7 พ.ต.ท.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน และ พ.ต.ท.นิกร ด้วงฉุน สว.สส.สน.ตลิ่งชัน ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบหาพยานที่เห็นเหตุการณ์ทันทีหลังเกิดเหตุ
 ชัยพฤกษ์อพาร์ตเมนต์มีความสูง 4 ชั้น ห้องเกิดเหตุเลขที่ 216 อยู่บนชั้น 2 ประตูเข้าออกอาคารเป็นประตูเหล็กใช้ระบบคีย์การ์ด ไม่มี รปภ.คอยดูแล ปกติประตูจะปิดตอนห้าทุ่ม แต่บางครั้งผู้เช่าบางรายเข้ามาแล้วก็ลืมปิดประตู

 ตีสอง วันที่ 19 พฤษภาคม มีพลเมืองดีที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทภายในห้องเลขที่ 216 ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงกรีดร้องว่า "เจ็บ" จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ เมื่อสายตรวจ สน.ตลิ่งชัน มาตรวจ เสียงเงียบลงไปแล้ว และสังเกตเห็นไฟในห้องและโทรทัศน์เปิดอยู่ จึงพากันกลับ โดยไม่เอะใจอะไร กระทั่งเช้าเพื่อนผู้ตายมาหาจึงพบว่าอรอัจฉราถูกฆ่าตายแล้ว

 นั่นคือข้อเท็จจริง ณ คืนเกิดเหตุ

 แต่เมื่อสถานการณ์พลิกจากการรับแจ้ง "คดีทำร้ายร่างกาย" มาเป็น "คดีฆาตกรรม" ชุดสืบสวน สน.ตลิ่งชัน จึงลงมือสืบหาเบาะแสตั้งแต่แรกอีกครั้ง เริ่มจากศูนย์วิทยุลอยฟ้า (เครือข่ายระบบสื่อสารของ บก.น.7) รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า (191) ว่า ให้ตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายในอาคารชัยพฤกษ์อพาร์ตเมนต์ ศูนย์วิทยุลอยฟ้าไม่ได้รับแจ้งเองโดยตรง

 เมื่อสายตรวจชุดที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดไปถึงอาคารชัยพฤกษ์ พบว่าประตูหน้าเปิดอยู่ จึงเดินขึ้นบันไดไปทีละชั้น กระทั่งไปจนถึงชั้น 3 ก็พบวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งดื่มสุราส่งเสียงดัง เลยเข้าไปตักเตือน และเมื่อกลับลงมาที่ห้องเกิดเหตุ พบประตูห้องปิด ไฟในห้องและโทรทัศน์เปิดอยู่ตามปกติ ประกอบกับโทรศัพท์ติดต่อหาผู้แจ้งไม่ได้ สายตรวจจึงออกจากอาคารแล้ววิทยุแจ้งกลับไปว่า ไม่พบเหตุ

 ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบย้อนกลับไปที่ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ซึ่งมีการบันทึกเสียงรับแจ้งเหตุไว้ทุกกรณี จนพบว่าเมื่อเวลาตีสอง วันที่ 19 พฤษภาคม หรือก่อนจะพบศพเหยื่อฆาตกรรม มีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งเข้ามาว่า เกิดเหตุฆาตกรรมภายในห้องที่ 2 ชั้น 2 ชัยพฤกษ์อพาร์ตเมนต์ โดยผู้แจ้งได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงพยายามเข้าไปช่วย แต่เมื่อเห็นว่าคนร้ายมีหลายคนเลยไม่กล้าเข้าไป ขณะนี้เสียงร้องขอความช่วยเหลือเงียบลงไปแล้ว ในเทปบันทึกการสนทนา ผู้แจ้งรายดังกล่าวพยายามบอกเส้นทางมายังที่เกิดเหตุแก่ตำรวจ โดยเทปชิ้นนี้กินเวลา 1 นาที 45 วินาที

 เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ชุดสืบสวนจึงออกติดตามหาพยานคนนี้ เนื่องจากเป็นผู้เห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด กระทั่งพบตัวในเวลาต่อมา

 "ผมอยู่กับแฟนสาวในห้อง ได้ยินเสียงผู้หญิงในห้องนี้ร้องขอความช่วยเหลือ ทำนองว่ากำลังถูกทำร้ายร่างกาย เธอบอกว่าเจ็บ ช่วยด้วย ผมจึงตัดสินใจค่อยๆ ย่องไปดู เห็นประตูเปิดแง้มอยู่ เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งคร่อมผู้หญิง ใช้มีดจ่อที่คอ เจ้าของห้องพยายามดิ้นหนี ระหว่างนี้ผมได้ยินเสียงผู้หญิงอีกคนในห้องบอกว่า พอแล้ว มันจะตายอยู่แล้ว ผมตกใจเลยรีบกลับมาที่ห้อง แล้วโทรศัพท์แจ้ง 191" พยานปากสำคัญให้การต่อชุดสืบสวน

 ด้วยเบาะแสที่ได้จากพยานปากเอก ชุดสืบสวนมั่นใจว่าน่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้ เพราะนอกจากพยานเห็นเหตุการณ์แล้ว ในที่เกิดเหตุตำรวจยังสามารถเก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายเปื้อนเลือดติดอยู่ตามผนังห้อง ประกอบกับประตูห้องไม่มีร่องรอยงัดแงะ จึงสันนิษฐานได้ว่าคนร้ายต้องรู้จักกับเหยื่อรายนี้อย่างแน่นอน