
เตือนหนุ่มสาวหยุดไวรัสตับอักเสบบี
เตือนหนุ่มสาวหยุดไวรัสตับอักเสบบี
ในประเทศไทย โรคไวรัสตับอักเสบยังคุกคามคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคไวรัสตับอักเสบบี มีผู้ติดเชื้อไวรัสบีกว่า 3.5 ล้านคน กว่า 80% ยังมองข้ามอันตรายของโรคไวรัสตับอักเสบบี และเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่มักถูกละเลย จนนำไปสู่โรคร้ายต่างๆ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิโรคตับและวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ร่วมรณรงค์หยุดไวรัสตับอักเสบบี ต้านภัยมะเร็งตับ...เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ชวนคนไทยตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และรีบรีกษาก่อนสายลุกลามสู่มะเร็งตับ ที่ลานอีเดน 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้
ภายในงานมีบริการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีให้กับผู้ร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมบริการให้คำปรึกษา นิทรรศการและการเสวนา “หยุดไวรัสตับอักเสบบี...ก่อนมะเร็งกินตับ” โดย รศ.นพ.ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ นายกสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี และเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่มักถูกละเลย จนนำไปสู่โรคร้ายต่างๆ อาทิ ตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับ เป็นต้น ซึ่งมะเร็งตับเป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 1 ของมะเร็งที่พบในคนไทย และสาเหตุของมะเร็งตับกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มาจากไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการอะไรและเข้าใจผิดว่าโรคนี้เป็นโรคที่ไม่น่ากลัวจึงละเลยในการดูแลรักษา รวมถึงบางรายไม่รู้ตัวเองว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีด้วยซ้ำไป
"หนุ่มสาววัยทำงานอายุ 30-40 ปี โดยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พบการติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 8-12 ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับอย่างสม่ำเสมอ และควรดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีสารพิษจากเชื้อรา รวมถึงยาบางชนิดที่มีผลต่อตับ นอกจากนี้ ควรได้รับการเจาะเลือดอย่างน้อยทุก 3 ถึง 6 เดือน และควรให้บุคคลใกล้ชิดตรวจเลือดว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ และแนะนำให้ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม การให้วัคซีนแก่ผู้ที่เป็นพาหะแล้วไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสให้หมดไปได้" คุณหมอ อธิบายความเป็นมาของโรค
พร้อมกันนี้ยังกล่าวต่อด้วยว่า โรคนี้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าโรคเอดส์กว่า 100 เท่า เพราะปริมาณของเชื้อไวรัสบีในเลือดสูงกว่าไวรัสเอดส์มาก โดยสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เป็นการติดต่อจากแม่สู่ลูก ทางเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ของมีคม ของใช้ส่วนตัวที่ปนเปื้อนเลือด เช่น แปรงสีฟันร่วมกับกับผู้ติดเชื้อ และการใช้เครื่องมือที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อในการสักผิวหนัง
ในขณะที่คนดังในแวดวงสังคมที่ร่วมงาน อย่าง "คุณหญิงนุ่น" ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล ให้ความเห็นว่า ก่อนหน้านี้อาจมองเรื่องโรคไวรัสตับอักเสบบีเป็นเรื่องไกลตัว แต่พอศึกษาข้อมูลเข้าจริงๆ กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามาก และเราก็อาจเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็เป็นได้ เพราะโรคนี้น่ากลัวมากนะคะ 12 ใน 100 คน หนึ่งในนั้นจะเป็นเรารึเปล่าก็ไม่รู้ ยิ่งคุณหมอบอกว่าพบบ่อยในวัยทำงานด้วย สู้ยอมเจ็บตัวเจาะเลือดตรวจคัดกรองนิดเดียว แป๊ปเดียวก็รู้ผลแล้ว ตรวจกันเถอะ เพราะโรคนี้ป้องกันได้ รักษาให้หายได้ และการที่โรคไวรัสตับอักเสบบีนี้ไม่มีอาการ ยิ่งทำให้เราไม่ทราบว่าคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรามีใครเป็นบ้าง เราต้องดูแลตัวเราเป็นดีที่สุด
ปิดท้ายที่ "ยุ้ย" ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา บอกว่า ไวรัสตับอักเสบบี ร้ายแรงกว่าที่เราคิดไว้มาก ใส่ใจดูแลป้องกัน และถ้าใครยังไม่เคยตรวจ ก็สละเวลาสักนิด ส่วนใครที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้ว ก็อย่าท้อแท้ เพราะคุณหมอบอกว่า ปัจจุบันไวรัสตับอักเสบบีรักษาได้ อย่ารอให้มะเร็งตับมาเยือน แล้วค่อยตื่นตัว เพราะถ้าถึงเวลานั้น อาจจะสายเกินไปแล้ว และเราไม่สามารถย้อนเวลากลับมาได้ ร่วมกันหยุดไวรัสตับอักเสบบี ต้านภัยมะเร็งตับกันซะตั้งแต่วันนี้



