
'สัก กอแสงเรือง'หลุดเก้าอี้ส.ว.
สัก กอแสงเรือง หลุดเก้าอี้ ส.ว. ศาลฎีกาเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนการสรรหา พร้อมให้สรรหาใหม่ แต่ไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ชี้พฤติการณ์ยังไม่น่าเชื่อว่าผู้คัดค้านรู้ตัวดีมีลักษณะต้องห้าม ทำให้การสรรหาไม่สุจริต กกต.เห็นชอบการสรรหา สว.สรรหา แทน 7ส.ค.-29 ก.ย.นี้
ที่ศาลฏีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 ส.ค.55 ศาลอ่านคำสั่งคดีดำ ลต.(ส.ว.) 1/ 2555 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการสรรหาวุฒิสภา (ส.ว.) และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี นายสัก กอแสงเรือง ผู้คัดค้าน กรณีกกต.เพิกถอนสิทธิการสรรหาของนายสัก เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 (9) ขาดคุณสมบัติในการถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาส.ว. เพราะนายสักเคยได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ว.ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2543 โดยบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 315 วรรคห้ากำหนดให้ส.ว.ที่ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2543 เข้าดำรงตำแหน่งส.ว. ภายหลังจากส.ว.ชุดเดิมที่มาจากการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 อยู่ครบวาระในวันที่ 21 มี.ค. 2543 ดังนั้น ส.ว.เลือกตั้ง ปี 2543 จึงเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 22 มี.ค. 2543 เป็นต้นมา โดยส.ว.จะมีวาระอยู่ 6 ปีซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2543 - 21 มี.ค. 2549 แต่สภาทนายความซึ่งเป็นองค์กรที่เสนอชื่อนายสักเข้ารับการสรรหาส.ว.เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2554 ดังนั้น คุณสมบัติของนายสักจึงพ้นจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือพ้นจากส.ว.ชุดเลือกตั้งปี 2543 มายังไม่ถึง 5 ปีจนถึงวันได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยแล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และการที่ผู้คัดค้านเคยดำรงตำแหน่งส.ว.จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2543 นั้น ถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นตามมาตรา 115 (9) ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ส่วนการสิ้นสุดสมาชิกภาพของผู้คัดค้านนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 20/2543 ลงวันที่ 26 เม.ย. 2543 ว่า สมาชิกภาพส.ว.ที่ได้รับการแต่งตั้งเดิมเป็นไปตามมาตรา 315 วรรคสามของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 คือสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. 2543 แม้การเลือกตั้งวันที่ 4 มี.ค. 2543 จะได้จำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่ประกาศผลการเลือกตั้งยังไม่ครบ 200 คน และกกต.ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับจำนวนที่ยังไม่ครบก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงวันสิ้นสุดสมาชิกภาพส.ว.ตามมาตรา 315 วรรคสาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันรัฐสภาและศาลตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 สมาชิกภาพส.ว.ของผู้คัดค้านซึ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2543 จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่สมาชิกภาพของส.ว.ชุดเดิมสิ้นสุดลงตามมาตรา 315 วรรคห้า (1) รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 คือเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2543 ไม่ใช่วันที่ 4 มี.ค. 2543 อันเป็นวันเลือกตั้ง และผู้คัดค้านครบวาระของการดำรงตำแหน่ง 6 ปีในวันที่ 21 มี.ค. 2549 ไม่ใช่วันที่ 3 มี.ค. 2549
ดังนั้น การที่สภาทนายความยื่นคำขอลงทะเบียนขององค์กรเสนอชื่อผู้คัดค้านเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นส.ว.เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2554 ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามมิให้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นส.ว.ตามมาตรา 115 (9) ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งส.ว.มาแล้วยังไม่เกิน 5 ปี จึงต้องถือว่าการสรรหาส.ว.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้คัดค้านเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการสรรหาจากผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามมิให้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาส.ว. อันเป็นกรณีที่ต้องด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 240 และพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 134 (1) จึงต้องสั่งให้สรรหาส.ว.ในส่วนของผู้คัดค้านใหม่ แต่ตามพฤติการณ์ยังไม่มีเหตุถึงขนาดอันควรเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านรู้ดีอยู่แล้วว่าตนมีลักษณะต้องห้าม หรือมีเจตนาหรือจงใจที่จะกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยประสงค์ให้ผลการสรรหาส.ว.เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จึงยังไม่มีเหตุที่จะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการสรรหาส.ว.ในส่วนของผู้คัดค้านและให้ดำเนินการสรรหาส.ว.ในส่วนของผู้คัดค้านใหม่ คำขออื่นให้ยก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสักไม่ได้มาฟังคำสั่งศาล มีเพียงทนายความเดินทางมาเท่านั้น ทั้งนี้ นายสัก ได้รับการเสนอชื่อเป็นส.ว.สรรหาจากสภาทนายความ แต่ถูกนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้เข้ารับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาส.ว. ร้องคัดค้านว่านายสักมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 (9) และกกต.ได้เพิกถอนสิทธิการสรรหาด้วยมติเอกฉันท์ เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา กรณีที่นายสักพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง หรือพ้นจาก ส.ว.ชุดเลือกตั้งปี 2543 มายังไม่ถึง 5 ปี จนถึงวันได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา
กกต.เห็นชอบการสรรหา สว.สรรหา แทน 7 ส.ค.-29 ก.ย.นี้
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ทราบคำพิพากษาจากเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ประชุมกกต.ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบให้เริ่มกระบวนการสรรหาส.ว.สรรหาจากภาควิชาชีพแทนนายสัก ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.-29 ก.ย. โดยจะเปิดให้องค์กรภาควิชาชีพ มาลงทะเบียน พร้อมเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นส.ว.ตั้งแต่วันที่ 7-21 ส.ค. เวลา 08.30-16.30 น. ที่สำนักงานกกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ



