ข่าว

ปชป.จวก'ปู'ครวญเพลงเมินบึ้มป่วนใต้

ปชป.จวก'ปู'ครวญเพลงเมินบึ้มป่วนใต้

01 ส.ค. 2555

ปชป. จวก 'นายกฯปู' ครวญเพลง 'สุขกันเถอะเรา' เมินระเบิดป่วนปัตตานี จี้รัฐเปิดโอกาสฝ่ายค้านร่วมเวทีชี้แจงแก้รธน. ซัด 'เฉลิม' ระวังคำพูด

                       1 ส.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องอุทิศเวลาและงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหา วานนี้ 31 ก.ค. รัฐบาลกลับแก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้าตั้งร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการครม. ซึ่งยังไม่พ้นวันก็เกิดเหตุระเบิดที่โรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี ใจกลางเมือง และไม่มีท่าที่จะหยุด และไม่มีท่าทีที่รัฐบาลจะยับยั้งแก้ปัญหาอย่างไร

                       แต่สิ่งที่น่าเสียใจที่สุดคือ เรามีนายกฯที่ใช้เวลาที่ประชาชนใน จ.หนึ่ง ไฟฟ้าดับทั้งเมือง และไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดข้ามคืนหรือไม่ โดยนายกฯกลับร้องเพลง "สุขกันเถอะเรา" ในงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานั้น ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้ประชดประชันหรือตำหนินายกฯ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะสื่อทุกฉบับเสนอเหตุการณ์ระเบิดที่ปัตตานี ประกบกับภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังร้องเพลง ทั้งที่ผู้นำประเทศทั่วโลกเมื่อเห็นประชาชนประสบความทุกข์ยากก็จะละทิ้งภาระกิจต่างๆไปดูแลประชาชน เช่น นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ยกเลิกภารกิจการหาเสียงบินไปที่รัฐโคโลราโดเพื่อช่วยเหลือประชาชน เกิดเหตุการณ์พายุในประเทศฟิลิปปินส์ นางกลอเรีย อาโรโย ประธานาธิบดีฟิลิปินส์ ยกเลิกแผนการประชุมอาเซียนซัมมิท ในประเทศไทย เพื่อขอดูแลประชาชน เป็นต้น

                       “ไม่มีวิสัยผู้นำคนใดในโลกที่มีภาพผู้นำปรากฏในสื่อแบบนี้ที่ประชาชนกำลังทุกข์ หากจะเถียงว่า มีการมอบหมายให้รองนายกฯดูแลแล้วตนก็ยอมรับ แต่ภาพเช่นนี้ที่ออกมาขวัญและกำลังใจประชาชนในพื้นที่ และทหาร อยู่ที่ไหน ส่วนผู้ก่อการร้ายเห็นภาพนายกฯแบบนี้ก็จะมีขวัญและกำลังใจเพิ่มมากขึ้นในการก่อเหตุ  เรามี นายกฯ และรมว.ที่ไม่อินังขังขอบในเหตุการณ์นี้มัวแต่ร้องเพลง สุขกันเถอะเรา สามสิบยังแจ๋ว  สาวขอนแก่น อย่างสนุกสนานเฮฮา เป็นเรื่องที่ต้องประนามน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่มีความสุขบนความทุกข์ของประชน  และ ผมขอให้กำลังใจพี่น้องชาวใต้ไม่ต่อสู้เพียงลำพัง มีข้าราชการที่ดีที่พร้อมจะช่วย และกองทัพ กองทัพภาค 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีกำลังใจลงไปแก้ปัญหาดูแลปกป้องให้กับประชาชน แต่ไม่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขดูแลอีกแล้ว เพราะไม่ใช่รัฐบาลของประชาชน” นายชวนนท์ กล่าว

 

ปชป. จี้รัฐเปิดโอกาสฝ่ายค้าน ร่วมเวทีชี้แจงแก้รธน.

 

                       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคร่วมรัฐบาลมีมติชะลอการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญว่า ขอเรียกร้องพรรคร่วมรัฐบาลว่า การจัดทำเวทีรับฟัง ควรเป็นเวทีที่ให้ความรู้ว่าเหตุใดต้องแก้รัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในสายตารัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างไร และอยากแก้ไขมาตราใดบ้าง ไม่ใช่จัดเวทีกล่อมประชาชนว่า จะล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อเขียนใหม่เพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง หากรัฐบาลมีความจริงใจและเป็นประชาธิปไตย พูดให้ชัดว่าจะแก้ไขอย่างไร และควรให้ฝ่ายค้าน ภาคประชาชนเข้าร่วมในการเสวนาและให้มีการถ่ายทอดสดทุกเวที ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีให้กับประเทศ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนรวม ว่าจะแก้อย่างไร มาตราใด เป็นการทำงานตามกระบวนการประชาธิปไตยมากกว่าจะให้กระทรวงมหาดไทยแอบไปดำเนินการเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุน เช่น กลุ่มคนเสื้อแดง หรือกะเกณฑ์คนมาลงชื่อแก้ไขกฏหมายโดยใช้กองทุนสตรีบังหน้า เชื่อว่า เรื่องนี้ไม่ทางจบและบ้านเมืองไม่สงบ

                       นายชวนนท์ ยังตอบโต้นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดเท็จกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังการแก้รธน.และร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ว่า  นายนพดลอาจไม่ตาเหล่อย่างเดียวแต่อาจหูไม่ดีด้วย เพราะคลิปเสียงของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนน์ ประธานสภา ก็ชัดเจนว่า ใครอยู่เบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ และเป็นหลักฐานชัดมัดตัวทุกอย่างว่าต้องคุยกับคนแดนไกล ต้องร้องขอให้คนแดนไกลรับฟังเข้าใจถึงจะเดินหน้าเรื่องต่างๆต่อไปได้ และนายนพดลก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยทุกครั้งที่จะสรุปวาระประชุมใดๆได้ต้องรอพ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์ มาจากต่างประเทศ ดังนั้นนายนพดล เลิกปฏิเสธที่คนทั้งโลกรู้ คนอื่นไม่ตาบอดหูหนวก เค้าฟังเค้าเห็นใช้วิจารณญาณก็รู้อยู่แล้ว

 

ปชป.เรียกร้องนายกฯ เป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาชายแดนใต้

 

                       นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โฆษกคณะรัฐมนตรีเงา เผยว่าที่ประชุมครม.เงา มีความเป็นห่วงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความสับสนในนโยบายจากที่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ยกร่างและขอความเห็นชอบจากสภาฯ ไปแล้ว รวมถึงโครงสร้าง ศอ.บต. ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ รวมถึงการตั้ง 3 รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดูแลพื้นที่ และล่าสุด ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หนึ่งในรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ประกาศจัดตั้งเพนตากอน หรือศูนย์บัญชาการรบ ซึ่งไม่มีความแตกต่างกับที่ร.ต.อ.เฉลิม ประกาศจัดตั้ง บก.ส่วนหลังในเดือนเมษายน แต่ไม่ความคืบหน้าและนำมาซึ่งความสับสนในพื้นที่ พร้อมกันนี้ที่ประชุมครม.เงาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็พร้อมให้ความร่วมมือที่ร.ต.อ.เฉลิม เชิญเข้าร่วมเป็นคณะทำงานทั้งนี้ที่ประชุมครม.เงาขอให้นายกรัฐมนตรีและร.ต.อ.เฉลิม ระมัดระวังการให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกดินแดน เพราะยิ่งทำให้สถานการณ์มีความรุนแรงขยายวงมากขึ้น

 

'มาร์ค'แนะรัฐสร้างความมั่นใจคนพื้นที่-ดึงมวลชนร่วม

 

                       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าในที่ประชุมครม.เงามีการพูดถึงและประเมินภาพรวมค่อนข้างกว้างขวาง รัฐบาลมีเครื่องมือที่พร้อมในการแก้ไขปัญหา ศอ.บต.คือกฎหมายตามโครงสร้างตามกฎหมาย ศอ.บต. บวกกับนโยบายที่สมช.จัดทำขึ้นและชี้แจงต่อสภาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่า ทั้งที่มีเครื่องมือ 2 ตัวอยู่ รัฐบาลกลับไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ มีการไปตั้งโครงสร้างและมอบหมายบุคคล ที่ไปพยายามแก้ปัญหาในทิศทางอื่น ทำให้เกิดความสับสน เรายังยืนยันว่าให้กลับไปในแนวทางของกฎหมาและตัวนโยบายที่ใช้อยู่และต้องเอาใจใส่กับการที่จะผลักดันตรงนี้ให้เกิดขึ้นเพราะนโยบายตรงนี้จะเป็นผลได้ต้องมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายนโยบายและฝ่ายการเมือง ที่ผ่านมา ไม่มีการมอบหมายหรือไม่มีการดำเนินการอย่างชัดเจนจากฝ่ายการเมือง

                       เมื่อถามว่านอกจากไม่มีความชัดเจนจากทางฝ่ายการเมืองแล้วเรื่องการโยกย้ายข้าราชการในส่วนสมช.มีผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่นั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ามี เพราะบุคคลที่มีส่วนร่วมในการทำนโยบายในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจะสามารถทำงานเรื่องนี้ได้ต่อ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลไปทำในแง่คนที่จะทำและขับเคลื่อนเรื่องนโยบาย อยากให้รัฐบาลได้ทบทวนและกลับไปปรับปรุงเพื่อที่จะได้ตั้งหลักรับมือกับเรื่องนี้และหลีกเลี่ยงการที่จะไปสร้างเงื่อนไขไหม่โดยเฉพาะความคิดของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และอีก 2 รองนายกฯ ที่มารับมอบหมายและอาจจะไปคนละทิศคนละทาง

                       เมื่อถามว่า การที่ร.ต.อ.เฉลิมออกมากล่าวว่า จะทำกทม.เหมือน “แพนตากอน” ในการจัดการกับบิน ลาเดนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่อันตราย ไม่ควรจะไปสร้างเงื่อนไขใหม่ แนวทางการแก้ปัญหาที่เราคิดว่าถูกต้องมันไม่ใช่แนวทางที่จะสื่อสารออกไปในลักษณะนี้เลย ตรงกันข้ามเป็นเรื่องของการพัฒนาและการอำนวยความยุติธรรมและขณะเดียวกันก็ต้องเสริมความเข้มแข็งของหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วย ส่วนจะกลายเป็นการท้าทายกับกลุ่มที่ก่อการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะไปสร้างเงื่อนไข หรือจะไปท้าทายอะไร แต่ต้องมุ่งมั่นในการทำงานสำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและมวลชนในพื้นที่ ที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐอย่างต่อเนื่อง

                       ถามว่า การที่ร.ต.อ.เฉลิมออกมากล่าวว่าที่ไม่ลงพื้นที่ เพราะเป็นหน้าที่ของส.ส.ปชป. หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส.ส.เองก็ลงพื้นที่อยู่แล้ว และติดตามรายงานสถานการณ์มาพร้อมที่จะให้ข้อคิดเห็นกับทางรัฐบาลโดยเฉพาะจะมีการยื่นญัตติเมื่อสภาเปิดในสมัยที่มีการพิจารณาญัตติได้ ขอให้ทางฝ่ายนโยบายมาฟังพวกเรา เพราะเราเองก็แนะนำไปหลายเรื่อง ขอให้ทำเพราะเราไม่มีอำนาจในการบริหารแต่พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่าง

                       ส่วนแนวคิดของผู้บริหารที่บอกว่าจะไม่ลงพื้นที่ที่ไม่มีส.ส. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ยืนยันว่าส่วนหนึ่งที่สถานการณ์ในรัฐบาลที่แล้วบรรเทาลงไปเพราะมีรมต.ได้รับมอบหมายให้อยู่ในพื้นที่เป็นประจำคอยติดตามใกล้ชิดในการแก้ปัญหา รัฐบาลนี้ควรจะมีอย่างน้อยหนึ่งคน

                       เมื่อถามย้ำว่า นายณัฐวุฒิ ได้หรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่านายณัฐวุฒิ ก็ได้ เพราะเป็นคนใต้ก็ทำได้ แต่ไม่รู้จะทำหรือไม่เพราะกับการรับผิดชอบเรื่องยางก็ยังไม่ไปถึงไหน และการที่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ดูแลคนที่ไม่ได้เลือกตัวเองมันจะเกิดปัญหาอย่างไรหรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันก็จะเกิดความแตกแยกในบ้านเมืองมากขึ้นและเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง

                       “อย่าไปใช้แนวคิดแบ่งแยกประชาชน แบบเดิมที่เคยทำ เรื่องใครเลือกใครไม่เลือกใครจะดูแลแก้ไขปัญหาให้ วันนี้ยิ่งรัฐบาลอ้างว่าต้องการผลักดันความปรองดองยิ่งต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าจะเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ต้องทำงานให้คนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคนที่สนับสนุนตัวเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

พท. โวย ปชป. จ้องโจมตีร่างพรบ.ปรองดองฯ

 

                       นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างพรบ.ปรองดองฯ ออกจากสภาว่า ตนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมการเมืองมากจนเกินไป พยายามจุดพลุโจมตีร่างพรบ.ปรองดองฯ แล้วโยนบาปให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่เมื่อมีการเลื่อนการพิจารณาร่างพรบ.ปรองดองฯ ออกไปนั้นประชาชนก็จะเกิดความสบายใจและบรรยากาศทางการเมืองก็ย่อมจะดีขึ้นอยู่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์พยายามจุดกระแสเรื่องนี้เพื่อหวังจะกลบกระแสเรื่องอื่นใช่หรือไม่ เช่น เรื่องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะใช้เอกสารเท็จในการสมัครเข้ารับราชการในโรงเรียนนายร้อยจปร. ซึ่งกระทรวงกลาโหมก็ยืนยันว่าหลักฐานน่าจะไม่ถูกต้อง

                       ทั้งนี้ตนมองว่าบรรยากาศการประชุมสภาฯ สมัยสามัญทั่วไปวันแรกนั้นน่าจะดีกว่านี้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำการเมืองในลักษณะที่เสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความปรองดอง อย่างไรก็ตามกรณีที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่ายังมีเรื่องอื่นอีกมากที่รัฐบาลควรจะต้องไปช่วยเหลือประชาชนก่อนนั้น เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลขอเลื่อนวาระการพิจารณาร่างพรบ.ปรองดองฯ ออกไปก่อนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็น่าจะให้ความร่วมมือด้วย ไม่ใช่เอาแต่จี้ให้ถอนร่างพรบ.ปรองดองฯ ออกไป หรือน่าจะเล่นการเมืองโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ตนจึงรู้สึกผิดหวังในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญทั่วไป และเชื่อว่าประชาชนก็น่าจะผิดหวังด้วยเช่นกัน