
อินเดียไฟดับครั้งใหญ่-กระทบปชช.ครึ่งปท.
อินเดียเผชิญเหตุไฟดับครั้งใหญ่ หลังระบบไฟฟ้าล่ม ทำให้ประชาชนราว 620 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้
1 ส.ค.55 อินเดียเผชิญไฟดับวันแรกเมื่อวันจันทร์ โดยเป็นวิกฤติไฟดับครั้งเลวร้ายที่สุดใน 10 ปี ส่งผลกระทบ 7 รัฐทางภาคเหนือ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนราว 350 ล้านคน แต่ในวันอังคารสถานการณ์กลับขยายวงกว้างเมื่อเครือข่ายไฟฟ้าภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือล่มตามไปด้วย ทำให้มีพื้นที่ที่เผชิญไฟดับมากถึง 20 รัฐจากทั้งหมด 28 รัฐทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ปกตินักเพราะแผ่ปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างมากจากชายแดนอินเดียฝั่งที่ติดกับพม่าไปถึงฝั่งที่ติดกับปากีสถาน ซึ่งอยู่ห่างกันถึงเกือบ 3,000 กม.
ไฟดับครั้งเลวร้ายนี้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนรวม 620 ล้านคนแล้ว เกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ สร้างความปั่นปั่นโกลาหลถ้วนหน้า และเป็นความอับอายของประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่องและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของเอเชีย
การจราจรแทบเป็นอัมพาต รถไฟหลายร้อยขบวนต้องหยุดวิ่ง ไฟสัญญาณจราจรใช้งานไม่ได้ทำให้เกิดรถติดหนัก โดยเฉพาะในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศ โรงพยาบาลและบริการที่จำเป็น ต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟสำรอง นอกจากนี้คนงานเหมือง 200 คนติดอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินในรัฐเบงกอลตะวันตก และอีก 65 คนในรัฐจารขันธ์ เนื่องจากลิฟต์ที่ใช้ขึ้นจากอุโมงค์ใช้งานไม่ได้แต่ได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุของไฟดับครั้งใหญ่ในวันที่สอง แต่รัฐมนตรีพลังงานอินเดีย ระบุว่า อาจเป็นผลกระทบสืบเนื่องกัน เช่น เมื่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าภาคเหนือล่ม ก็มีการดึงไฟจากตะวันออกมาใช้ ทำให้ระบบล่มเป็นทอดๆ
สมาคมอุตสาหกรรมอินเดีย บอกว่าไฟดับสองวันติดกันนี้ได้สร้างความเสียหายแก่ธุรกิจรวมเป็นเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่กระทบเมืองมุมไบที่เป็นศูนย์กลางการเงิน และเมืองบังกาลอร์และไฮเดอราบัด ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้มีการเร่งปฏิรูประบบไฟฟ้าของประเทศโดยเร็ว
ไฟดับเป็นปัญหาที่หลายเมืองในอินเดียประสบเป็นประจำ เนื่องจากระบบไฟฟ้าของประเทศเก่ามากแล้ว และพลังงานไม่เพียงพอกับความต้องการ หลายครั้งเป็นสาเหตุให้ประชาชนไม่พอใจ และออกมาประท้วงก่อความไม่สงบบนถนนในอดีต



