
สมานฉันท์ต้องมองข้ามตัวบุคคล
คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเมือง ซึ่งนำโดยคุณประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา บอกว่าคณะทำงานชุดนี้ศึกษาโครงสร้างรัฐธรรมนูญและกฎหมายในประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรม
อาจจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา อาจจะนำไปสู่การแก้มาตรา 291 ให้มีการตั้งสภาปฏิรูปการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อปฏิรูปครั้งใหญ่ในอนาคต
ข้อเสนอ 6 ประเด็น ที่เห็นตรงกันเพื่อสมานฉันท์ทางการเมือง
1.ลดวิวาทะการเมืองที่มีการตอบโต้ใส่ร้ายกัน
2.รัฐบาลและฝ่ายค้านต้องลดการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง
3.เชิญสื่อมาเป็นภาคีเพื่อลดความขัดแย้ง
4.เจรจากับคู่ขัดแย้งทุกระดับทุกองค์กร
5.ทำสมัชชารับฟังความเห็นจากประชาชน เป็นสมัชชาสมานฉันท์ 4 ภูมิภาค
6.ผลักดันร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับสมานฉันท์
6 ประเด็นนี้ความจริงเป้าหมายตรงกัน คนทุกฝ่ายน่าจะเห็น เพราะว่าทั้งสิ้นทั้งปวงนั้นต้องการจะให้ลดความขัดแย้ง ให้ทุกฝ่ายหันเข้าหากัน ที่สำคัญคือทุกฝ่ายต้องเสียสละ
ฉะนั้นถ้าหากอนุกรรมการสมานฉันท์ชุดนี้ ระดมสรรพกำลังของประชาคมสังคมทั่วไปด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ตัวแทน นักการเมือง ก็จะสามารถเริ่มเดินทางไปสู่เส้นทางที่วางกันไว้
มีข้อเสนอข้อหนึ่งจากสมาชิกอนุกรรมการคนหนึ่ง จากพรรครวมใจไทยฯ แนะนำว่า ควรจะดึงเอาพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับ คุณทักษิณ ชินวัตร มาเคลียร์ใจกันนั้นกลายเป็นเรื่องส่วนตัว ที่สำคัญคือความขัดแย้งในประเทศชาติขณะนี้ขยายตัวกว้างไกลเกินกว่าเรื่องคนสองคนแล้ว
ฉะนั้นไม่ควรจะไปพุ่งตรงความสัมพันธ์ความไม่พอใจระหว่างคนนั้นกับคนนี้ ระหว่างสีนั้นกับสีนี้ แต่ควรที่จะเห็นหลักการทั่วไปเพื่อดึงให้ประชาชนมองข้ามปัจจุบันไปสู่อนาคตได้แล้ว เพราะว่าถ้ายังขืนอยู่กับอดีตและพยายามจะดึงให้เป็นเรื่องความขัดแย้งของคนบางกลุ่มกับคนอีกบางกลุ่มในบริบทของปัจจุบันละก็อนาคตจะก้าวไปยาก
ฉะนั้นหวังว่าจะเป็นการแก้ด้วยการมองอนาคต ลดวิวาทะ ลดทิฐิ มองดูผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะคน นั่นแหละจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสมานฉันท์ที่แท้จริง ที่ยั่งยืน และที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้
สุทธิชัย หยุ่น



