ข่าว

'บิ๊กอ๊อด'ชี้โจรใต้ชิงเป็นใหญ่ทำป่วนหนัก!

'บิ๊กอ๊อด'ชี้โจรใต้ชิงเป็นใหญ่ทำป่วนหนัก!

01 ส.ค. 2555

'ยุทธศักดิ์' เชื่อรัฐเดินมาถูกทางแก้ปัญหาไฟใต้ อ้างคนร้ายแย่งชิงความเป็นใหญ่ต้องแสดงผลงานให้มากยิ่งขึ้น

                      1 ส.ค.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถาณการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งล่าสุดได้เกิดเหตุระเบิดที่โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานีเมื่อช่วงค่ำวานนี้ 31 ก.ค.ว่า ได้เตือนไปแล้วว่าสถาณการณ์ในช่วงเดือนรอมฎอนจะรุนแรงขึ้นกว่าปกติ และก็เกิดเหตุอย่างที่เราทราบ แต่บางครั้งก็รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะมีการใช้คาร์บอมมากขึ้น

                      สำหรับการประมาณสถาณการณ์นั้นเราก็ทราบว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ติดตามค้นหา และใช้ความกดดันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งได้ตัวบุคคลสำคัญทุกครั้งที่ปฏิบัติการเพราะฉะนั้นการปฏิบัติงานของกอ.รมน.ภาค 4 ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นหากปล่อยให้สถาณการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปฝ่ายผู้ก่อเหตุจะถูกประชาชนในพื้นที่ทอดทิ้ง  จึงจำเป็นต้องก่อความไม่สงบด้วยความรุนแรงที่มากขึ้น

                      "ขณะนี้การแย่งชิงความเป็นใหญ่ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเองยังมีอยู่ จึงเป็นเหตุให้ผู้ก่อความไม่สงบก็ต้องแสดงผลงานให้มากยิ่งขึ้น ความรุนแรงก็มากยิ่งขึ้นเพื่อชิงความเป็นผู้นำ"

                      ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์จะยังคงรุนแรงต่อไปหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์จะรุนแรงต่อเนื่องไม่ได้เพราะขณะนี้กอ.รมน.ภาค 4 ได้เพิ่มการดำเนินการที่เข้มงวดมากขึ้น เพิ่มกำลัง เพิ่มวิธีการ และจุดตรวจตราให้มากขึ้น รวมทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมดจะไม่ซ้ำซ้อน เพราะการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หากมีการบูรณาการของทุกหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณไปทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกกระทรวง ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ราษฎรในพื้นที่ก็จะได้รับประโยชน์จากรัฐบาลมากขึ้น และจะมีความเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของบุคคลที่ไม่มีศาสนา อย่างเช่นเหตุระเบิดคาร์บอมที่หลังโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี หลังจากนั้นเวลา 21.00 น. ก็ได้มีการยิงเข้าไปในร้านน้ำชา ซึ่งเป็นผลให้ประชาชนที่เป็นมุสลิมทั้งสิ้นได้รับบาดเจ็บ

                      เมื่อถามว่าเหตุการณ์รุนแรงจะเกิดเป็นเงื่อนไขสงครามหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไม่เกิดเป็นเงื่อนไขสงคราม เพราะการทำงานของผู้ก่อความไม่สงบเป็นการทำงานแบบโจร คือเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็สลายตัวไปซุ่มซ่อนตามจุดต่าง ๆ ไม่มีพื้นที่ไม่มีสถานที่ ไม่มีสิ่งที่แสดงว่าอยู่ตรงไหน

                      ผู้สื่อข่าวถามว่าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะช่วยอะไรได้บ้างเนื่องจากทุกอย่างยังคงสถานะเดิม ๆ อยู่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่มีการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งต่อไปจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้การทำงานของกระทรวงมหาดไทย  ตำรวจ ทหาร จะต้องบูรณาการอย่างเต็มที่และต้องฟังผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการ เพราะทุกกระทรวงรวมกันอยู่ที่นั่นแล้ว  หากต่างคนต่งสั่งก็จะไม่มีเอกภาพในการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดช่องว่าง ต่อไปนี้รัฐมนตรีทั้ง 17 กระทรวง ต้องมีตัวแทนอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการณ์นี้ และจะต้องมีผู้แทนเข้าไปอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าที่กองทัพภาคที่ 4 ด้วย

                      เมื่อถามว่ารัฐบาลเพิ่งคลำหาหนทางเจอใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็เจอสิ่งนี้ว่ามันขาดความเป็นเอกภาพ และบางส่วนงานก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์

                      ส่วนที่เมื่อครั้งสมัยรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิน ชินวัตร ก็มีการทำในลักษณะนี้แต่ไม่สำเร็จ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่ได้นำกระทรวงต่าง ๆ เข้ามาร่วม ตอนนี้รวมอยู่แล้วและต่อไปต้องทำ ถ้าไม่ทำก็เอางบประมาณคืนมา

                      เมื่อถามว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)และกอ.รมน.ภาค4 จะมีบทบาทอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ ต่อไปกอ.รมน.ภาค4 และศอ.บต.จะมีอำนาจมากขึ้นที่จะเลือกบุคคลเข้าไปทำงานในพื้นที่ ขณะนี้แม่ทัพไม่มีสิทธิในการที่จะเลือกบุคคลเข้าไปทำงาน

                      ส่วนแม่ทัพจะทำงานไหวหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า แม่ทัพภาค4 (พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์) ทำงานที่นั่นมาสามสิบกว่าปี ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้ว

                      ผู้สื่อข่าวถามว่ายุทธวิธีของภาครัฐเหมือนจะเป็นการวิ่งตามผู้ร้ายมากเกินไปหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กว่าวว่า ขณะนี้เราเป็นฝ่ายระวังป้องกันด้วยกำลังพลของทหาร และตำรวจที่จำกัด เพราะฉะนั้นผู้ก่อความไม่สงบก็จับจุดที่หมายที่อ่อนแอ และโจมตีที่หมายนั้น โดยไม่เลือกว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือประชาชน

                      เมื่อถามว่าได้มีการกำชับอย่างไรบ้างเนื่องจากสถาณการณ์คืนวานนี้เองก็ได้มีการแจ้งเตือนคาร์บอมในพื้นที่หาดใหญ่ด้วย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำลังติดตามอยู่

                      ส่วนรู้หรือไม่ว่ากำลังสู้อยู่กับกลุ่มใดและมีกี่กลุ่มพล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรารู้ว่ามีกี่กลุ่มและรู้ว่าเป็นใครด้วย แต่หาตัวไม่เจอเพราะซุ่มซ่อนอยู่ โดยคราวนี้จะดีขึ้นขอให้ยุทธศาสตร์ที่เราวางไว้ทุก ๆ คนที่ทำงานได้เริ่มมองเห็นแสงสว่างแล้วว่าการทำงานเป็นขั้นตอนตั้งแต่นี้เป็นต้นไป  จะเห็นขั้นตอนที่ดีขึ้นทีละขึ้นตอน เชื่อวาจะเบาบางได้ในอนาคคตในอีกไม่กี่ปี

                      เมื่อถามว่าล้มเหลวในการจัดการปัญหาใช่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ขณะนี้เรากำลังดีขึ้น ได้เดินทางมาถูกแล้ว วางยุทธศาสตร์มาถูกแล้ว

                      เมื่อถามว่าทหารที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนภาคใต้นั้นมีหลายฝ่ายอยากให้มีการปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือเยียวยาจะมีการดูแลอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราดูแลตามระเบียบอยู่แล้ว และจะดูแลอย่างดี ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างขวัญกำลังใจ แนวความคิดของทั้งกอ.รมน.ใหญ่ และกอ.รมน.ภาค 4 เริ่มจะดีขึ้น แม้แต่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร.ว่าที่ผบ.ตร.ซึ่งเคยปฏิบัติการอยู่ที่จังหวัดชายแดนใต้มา 3 ปี 6 เดือน ยังกล่าวว่าถ้าปฏิบัติได้อย่างนี้ ตั้งแต่สมัยที่ตนอยู่ป่านนี้ยังเรียบร้อยกว่านี้อีก

                      ส่วนจะมีการประกาศเคอร์ฟิวเฉพาะจุดหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว่า หากจำเป็น แต่เราไม่คิดว่าหากจำเป็นต้องใช้เป็นเฉพาะจุด แต่ตอนนี้ยังไม่มีพิจารณาในการใช้ โดยจะมีการประชุมกันในวันที่ 8 ส.ค. โดยจะต้องรอให้ผ่านวันนั้นจึงจะมีความคืบหน้าในการปฏิบัติการ

                      ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการพิจารณาให้หน่วยอื่นเข้าไปช่วยทหารในพื้นที่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังจะมีการปรับกองพลที่ 15 ให้มีความสมบูรณ์เต็มที่

                      เมื่อถามต่อว่าการโจมตีโรงแรมซี.เอส ปัตตานี นั้นจะเป็นประเด็นไปถึงก่อการร้ายนานาชาติ  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ถึงนานาชาติเพราะไม่ใช่การทำงานในลักษณะการก่อการร้ายสากล แต่เป็นลักษณะกองโจรเท่านั้นเอง

                      ถามว่าตอนเกิดเหตุระเบิดรร.ซีเอสปัตตานีนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาสั่งการอะไรบ้าง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนั้นตนนั่งคุยกับจุฬาราชมนตรีและผู้นำจังหวัดปัตตานีอยู่เขาไม่ได้ตกใจอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จุฬาราชมนตรีท่านก็บอกว่านักข่าวตกใจมากกว่า