ข่าว

'ภูมิธรรม'ชี้อยากเห็นสิ่งดีๆต้องใช้เวลา

'ภูมิธรรม'ชี้อยากเห็นสิ่งดีๆต้องใช้เวลา

01 ส.ค. 2555

ภูมิธรรม เวชยชัย 'อยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นต้องใช้เวลา' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

               บรรยากาศการหารือร่วมกันระหว่างแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และงานเลี้ยงสังสรรค์ของพรรคร่วม เมื่อค่ำวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือว่า "ชื่นมื่น" เป็นการหารือทิศทางการทำงานก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป ในวัน 1 สิงหาคมนี้
 
               จุดยืนเรื่องร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังไม่พิจารณาทันทีที่สภาเปิด แต่ก็ยัง "ไม่ถอน" ทั้งสองออกจากวาระการประชุม
 
               การนัดหารือในครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นที่ 4 ของ "ภูมิธรรม เวชยชัย" ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย หลังจากเข้ามาทำหน้าที่ได้เพียง 2 สัปดาห์
 
               ถือว่า "สร้างผลงาน" เข้าตาผู้ใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อพ้นโทษทางการเมือง 5 ปี จึงไม่แปลกที่จะมีสมาชิกบางคนบางกลุ่มแอบไม่ชอบใจ และรู้สึกหวั่นไหว เมื่อนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 เริ่มเข้ามามีบทบาทในพรรคมากขึ้น
 
               การกลับเข้ามาช่วยพรรคเพื่อไทยของ "ภูมิธรรม" ในครั้งนี้ ในมุมมองของคนในและนอกพรรค เห็นว่า ทำให้ทิศทางของพรรคเริ่มมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้นตั้งแต่การทำ "ออนไลน์มนุษย์" เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารข้อมูลของพรรคไปสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนรวมในการบริหารงานในพรรคให้
 
               ในฐานะ "รักษาการผู้อำนวยการพรรค" จึงต้องหาทางขยายฐานสมาชิกให้มากขึ้น แต่บางครั้งจำเป็นต้องดูกฎระเบียบพรรคและข้อกฎหมายด้วย เพราะหลังจากถูกศาลสั่ง "ยุบพรรค" ไปแล้ว 2 พรรค คือ พรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน ทำให้การทำงานต้องมีความสุขุมรอบคอบกว่าเดิม
 
               "การรื้อฟื้นฐานมวลชนอีกครั้ง เพราะเห็นว่าพรรคการเมืองที่เข้มแข็งต้องมีฐานสมาชิกที่เข้มแข็ง จากช่วงไทยรักไทย มาเป็นพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย วันนี้เรามีสมาชิกแค่ 7 หมื่นคน จากที่เคยมี 15 ล้านคน แต่ไม่คิดว่าฐานสมาชิกพรรค หรือคนสนับสนุนพรรคจะลดลง เพราะการเลือกตั้งพรรคเรายังเป็นพรรคครองเสียงข้างมากที่ได้คะแนนเลือกตั้งอันดับ 1 แสดงว่าเสียงส่วนใหญ่ยังสนับสนุนพรรคเราอยู่" ภูมิธรรม กล่าวถึงเป้าหมายหลักในการขยายฐานสมาชิกพรรค
 
               โดยเฉพาะเรื่องการขยายฐานสมาชิก "รักษาการผู้อำนวยการพรรค" ได้ตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 2 เดือน จะมีอาสาสมัครหรือสมาชิกพรรคเพื่อไทยให้ได้ประมาณ 2.5 ล้านคน
 
               "ภูมิธรรม" มองว่า ที่ผ่านมาพรรคมีบทเรียนมาแล้ว อดีตพรรคไทยรักไทยกล้าคิด กล้าทำ ใครไม่กล้าถ้าเราคิดว่าดีแล้วเรากล้าทำ เราจึงได้ความสำเร็จ เราเป็นต้นแบบในการทะลุลวงแก้ปัญหาได้ แต่ขณะหนึ่งก็เหมือนหัวหอกที่ไม่มีด้ามไปไม่ไกล
 
               "ถ้าเอาหอกแหลมๆ ขว้างไปได้ไม่ไกล ถ้าเอาไม้มาต่อเป็นด้ามแล้วขว้างมันพุ่งไปได้ไกล พรรคเพื่อไทยเปรียบเป็นหอกแล้วไม่สามารถดึงคนในสังคมมาเป็นด้าม มามีส่วนร่วมเพื่อเดินไปข้างหน้าพรรคก็ไปได้ไม่ไกล เวลาคิดเรื่องนี้ควรต้องทำและอยากทำ แต่ก่อนจะทำก็ควรรับรู้ความคิดของคนให้กว้างขวางขึ้น หลายคนบอกแค่ส่วนหนึ่งไปไกลแล้ว แต่คนนอกพื้นที่อาจไม่ได้คิดแบบนั้น ดังนั้นต้องรอบคอบอีกนิด มีสติ ใจเย็น หลายเรื่องเรามีจุดยืนอยู่แล้ว อยากทำอยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้น แต่ก็ต้องใช้เวลา"
 
               ส่วนการจัดความสัมพันธ์กับมวลชนเสื้อแดงบางครั้งมีหลายเรื่องที่พรรคมีความเห็นที่สวนทางกับคนเสื้อแดง "ภูมิธรรม" มองว่าการทำความเข้าใจไม่เป็นปัญหา เพราะพรรคไม่ได้รังเกียจคนเสื้อแดง ถ้าเขามีเป้าหมายเพื่อมุ่งพัฒนาระบอบประชาธิปไตยก็สามารถเดินร่วมไปด้วยกันได้ แม้ว่าบางเรื่องอาจเห็นแตกต่างกันก็ไม่เป็นไร เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรเห็นเหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์
 
               สำหรับเรื่องการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ ส.ส.ของพรรค เพื่อสำรวจว่าส.ส.คนไหนที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด และคิดอย่างไรกับ ส.ส. จนทำให้ส.ส.บางคนคิดว่าเหมือนการ "ไล่บี้" หรือจับผิดมากกว่า "ภูมิธรรม" อยากให้มองในมุมบวกว่าเรื่องนี้เป็นเครื่องมือช่วยส.ส.มากกว่าการทำร้าย เพราะการสำรวจจะทำให้ทราบถึงข้อบกพร่องที่ส.ส.ต้องไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่เลือกส.ส.ของพรรค
 
               บรรยากาศการจัดงานสัมมนาที่ชลบุรี เมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส.ส.หลายคนได้ระบายความในใจเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ และการประสานงานกับรัฐมนตรีที่ยากลำบาก ในฐานะ "รักษาการผู้อำนวยการพรรค" มองเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องสัมมนาไม่ใช่เป็นเพียงแค่เวทีระบายความในใจแล้วจบแค่นั้น การจัดครั้งนี้นำประเด็นทุกอย่างเข้าหากัน เปิดคนมีประสบการณ์ในอดีตมาแลกเปลี่ยนกัน มาเห็นปัญหา และหาทางออกร่วมกัน ถือเป็นการเริ่มต้นเคลียร์ปัญหา และในฐานะผู้อำนวยการพรรคก็รับเป็นเจ้าภาพไปประสานต่อให้
 
               "เหนื่อยหน่อยก็ไม่เป็นไร ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีการจัดงานครั้งได้แค่นี้พอใจแล้ว ส.ส.อาวุโสบางคนแรง แต่ผมคิดว่าธรรมดา ผมคิดว่าเขาอัดอั้นตันใจ อยากระบาย จบงานนี้เจอหน้ากันก็ชวนกินข้าวกันตามปกติ ผมคลุกการเมืองมาเป็นสิบๆ ปี นักการเมืองเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ผมก็เป็นนักการเมืองพันธุ์พิเศษอีกแบบหนึ่ง บนเวทีจะเห็นว่าผมยิ้มอย่างเดียว เพราะเข้าใจเขา บางเรื่องเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีเราทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้เข้าใจความเป็นจริงของกฎหมาย กฎระเบียบ เขารู้สึกไม่ได้ อยากทำโน่นนี่ ผมเป็นประเภททิ้งกากเอาแก่น ก็ต้องไปทำความเข้าใจ ไม่ทิ้งถังขยะ ไปหาทางออกให้ สมัยพรรคไทยรักไทยก็ทำประมาณนี้ อย่างน้อยเขาจะได้รู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีคนฟังเขา"
 
               "ภูมิธรรม" ได้สรุปทิ้งท้ายสำหรับมุมมองต่อข้อเรียกร้องของส.ส.บางคนว่า บางครั้งเขาก็ไม่ต้องการข้อสรุป เพียงแค่ต้องการให้มีคนรับฟัง ไม่ใช่เขาไม่รู้เขารู้ว่าทางออกควรจะเป็นอย่างไร แต่เขาอึดอัด เขาก็อยากจะบอกตรงนั้น ตรงนี้ วิธีการระบายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมพร้อมรับฟังและแก้ปัญหาให้สมาชิกทุกคน

.......

(หมายเหตุ : ภูมิธรรม เวชยชัย 'อยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นต้องใช้เวลา' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)