
จริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ
จริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ : เลียบค่าย คมพิทักษ์ราษฎร์
ข่าวจากสื่อมวลชนเกือบทุกฉบับและเคเบิลทีวี ปรากฏภาพข่าวมีข้าราชการทั้งฝ่ายการเมือง และข้าราชการฝ่ายประจำ รวมทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจมีชื่อเสียง ตบเท้าเข้าอวยพรและร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคดีอาญาติดตัว (หนีฟังคำพิพากษาของศาล) ณ สถานที่หนึ่งในต่างประเทศกันอย่างชื่นมื่น จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่นักกฎหมายและนักวิชาการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าราชการประจำ ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และมีอำนาจดำเนินการที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ หรือผู้ที่ระบุโดยหมายจับของศาลให้มีหน้าที่ติดตามจับกุมมาดำเนินคดี
การที่มีการวิจารณ์ถึงความเหมาะสม ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมาย และมีอำนาจดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวผู้ที่หนีคดี กลับมาลงโทษ ไปร่วมอวยพรวันเกิด ร่วมงานเลี้ยง บุคคลดังกล่าวนั้น
ข้อเท็จจริงก็คือ เป็นการฝ่าฝืนกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ อย่างชัดแจ้ง ซึ่งมีการระบุพฤติการณ์เช่นไร เป็นความผิดวินัยร้ายแรง
นอกจาก จะผิดวินัยร้ายแรงแล้ว ยังอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากตามอำนาจหน้าที่ของผู้รักษากฎหมาย สามารถติดตามนำตัวผู้กระทำผิดที่พำนักอยู่ต่างประเทศมาลงโทษได้ ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2550 ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสถานที่จัดงานวันเกิดนั้น อยู่ในเขตปกครองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงสามารถดำเนินการตามสนธิสัญญาได้ เพียงผู้รักษากฎหมายของไทยประสานกับตำรวจฮ่องกงให้ดำเนินการในเรื่องนี้
แต่นี่คือ ประเทศไทย การที่ข้าราชการไม่ว่าฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายประจำ กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนคุณธรรม จริยธรรม ในช่วงเรืองอำนาจ มักถือเป็นเรื่องโก้เก๋
ขณะเดียวกัน ผู้มีหน้าที่รักษากฎหมาย ควบคุมคุณธรรม จริยธรรมพากันยอมจำนน ปล่อยปละละเลยจนบ้านเมืองของเราไร้ขื่อแป
จะหวังพึ่งท่าน ผบ.ตร.ท่านใหม่ ไม่รู้จะสมหวังหรือไม่?



