ข่าว

'กี้ร์'โผล่แจมงานเลี้ยงพรรคร่วมฯ

'กี้ร์'โผล่แจมงานเลี้ยงพรรคร่วมฯ

31 ก.ค. 2555

"พรรคร่วมรัฐบาล" หารือแนวทางทำงานในสภา "ยิ่งลักษณ์" เตรียมร่วมงานเลี้ยง 20.00 น.ภายใต้ชื่อ "ร่วมใจยึดมั่น ผลักดันประชาธิปไตย" แกนนำคนเสื้อแดงอย่าง"อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง" โผล่ร่วมแจม พร้อมแกนนำพท.บ้านเลขที่ 111

               31ก.ค.2555  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานหารือพรรคร่วมรัฐบาลถึงการทำงานในสภา สำหรับสมัยประชุมที่จะเริ่มขึ้น ได้มีแกนนำทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลทยอยมาร่วมงานตั้งแต่ 16.30 น. อาทินายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย   นายชุมพล ศิลปอาชา  หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา   นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา  นายชยุตม์  กาญนะ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา   น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา  ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธ์ ส.ส.พรรคชาติพัฒนา

               นายโภคิณ พลกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย นายวราเทพ รัตนากร สมาชิกพรรคเพื่อไทย  นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการ ผอ.พรรคเพื่อไทย นายสาโรช หงษ์ชูเวช รอง ผอ.พรรคเพื่อไทย   นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย  นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา สมาชิกพรรคเพื่อไทย นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะทำงานประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.พรรคเพื่อไทย  นายสรรศักดิ์ งามพิเชษฐ์  ส.ส. พรรคพลังชล  โดยมีผู้ร่วมหารือทั้งสิ้่น 16 คน 

               ทั้งนี้หลังจากหารือเสร็จสิ้นก็จะเป็นการเลี้ยงสังสรรค์ของ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล และมีรายงานว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมงานในเวลาประมาณ 20.00 น. ด้วย  

               ขณะที่บรรยากาศงานเลี้ยงสังสรรค์  พรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้ชื่อ "ร่วมใจยึดมั่น ผลักดันประชาธิปไตย" ช่วงเย็น ได้มีแกนนำพรรคเพื่อไทย  นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์  ภริยา  รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคอาทิ นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญทรง เตริยาภิมรมย์ รมว.พาณิชย์ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ร่วมด้วยสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ ส.ส. ของพรรค นอกจากนี้ยังมีแกนนำคนเสื้อแดงอย่างนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง มาร่วมด้วย  โดยในงานได้มีการจัดโต๊ะกลมไว้ต้อนรับ 35 โต๊ะ  โดยอาหารที่จัดเลี้ยงเป็นบุฟเฟต์ นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีบรรเลงสร้างบรรยากาศ  ขณะที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ได้ทยอยมาถึงสถานที่จัดงานแล้ว

 

"พรรคร่วมฯ"เห็นด้วย"เพื่อไทย"ตั้งกก.หาทางออกแก้รธน.


              นายสามารถ กล่าวภายหลังการประชุมว่า สำหรับประเด็นที่มองว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ระหว่างที่กรรมการหารือกันอยู่ ไม่เห็นว่าจะเสนอแก้ไขได้ เนื่องจากยังมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ291วาระ3 ค้างอยู่ในสภาฯ ซึ่งมีหลักอยู่ว่าหากมีกฎหมายที่มีหลักการเดียวกันอยู่ในสภาฯ ไม่สามารถเสนอกฎหมายอื่นมาซ้อนกันได้  ดังนั้นเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่ต้องมีการหารือกันว่าต้องทำอย่างไรต่อไป  ส่วนการจะยื่นขอคำชี้แจงจากศาลฯหรือไม่ ก็ต้องให้คณะกรรมการหารือ เพราะในคำวินิจฉัยกลางที่ออกมายังคงมีความสับสน ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะขัดกับคำวินิจฉัยส่วนตนของบางคน ที่ระบุว่า การทำประชามติต้องทำ แต่พอออกมากลายเป็นคำว่า ควรทำ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าควรจะยึดถืออย่างไร

              ขณะที่นายอุดมเดช กล่าวถึงความกังวลหากพรรคเพื่อไทยเดินหน้าพิจารณาร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ขณะเปิดประชุมสภาฯทันทีว่า บรรยากาศในขณะนี้ไม่เหมาะสมกับการพิจารณาร่าง พรบ. ปรองดอง วิปรัฐบาลเห็นว่าควรชะลอไว้ก่อน เพราะผู้คัดค้านได้ออกมาระบุว่า หากมีการบรรจุวาระก็พร้อมจะระดมมวลชนออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งหากจะถอนออก ก็ต้องมีการบรรจุวาระเข้ามา แต่ดูแล้วไม่ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร อาจมีการออกมาชุมนุมอยู่ดี ซึ่งตนได้คุยกับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เป็นการส่วนตัว ก็บอกว่า ประเทศมีความจำเป็นที่ต้องทำความเข้าใจและต้องปรองดอง ถ้าใครไม่เข้าใจก็ต้องใช้เวลาในการสร้างความปรองดอง ส่วนข้อกังวลของพรรคประชาธิปัตย์ที่กลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะลักไก่นำมาพิจารณานั้น คงไม่มีไก่ให้ลักแล้ว หากจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาคงไม่ใช่ใช้เวลาแค่ 1-2ชั่วโมงแล้วจะให้ผ่านการพิจารณา 3 วาระรวดคงเป็นไปไม่ได้ สำหรับคณะกรรมการร่วมที่ตั้งขึ้นมาหารือนั้นจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเลยว่าจะเลือกแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือเป็นรายมาตรา

              ด้านนายโภคิน แถลงว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้มีแถลงการณ์ขึ้นมา 1 ฉบับ และมีมติใน 3 เรื่อง คือ 1.ตั้งคณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วน ทั้งในแง่เนื้อหาและกระบวนการ เพื่อให้เป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด พิจารณาได้เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ภายใต้ความเข้าใจของทุกฝ่าย 2.เห็นว่าระหว่างรอผลจากคณะทำงานควรชะลอการลงมติวาระ 3 ไประยะหนึ่งก่อน และ3.ให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมมือกับสังคมให้เข้าใจความมุ่งมั่นของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะดำเนินการในหลายด้านทั้งความเป็นธรรม การรักษาระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้รัฐบาลบริหารประเทศไปได้ตามที่ได้แถลงไว้ต่อสภา

              ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายคัดค้านการลงมติวาระ 3 นายโภคิน กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา ระหว่างนี้จึงอยากขอแนะนำผู้เกี่ยวข้องชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น

              ทั้งนี้เมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกการชะลอมากกว่าการถอน นายโภคิน กล่าวว่า ประเด็นเรื่องถอนเราอาจพูดกันไปเป็นธรรมดา แต่ความจริงเมื่อไปสู่วาะ 3 โดยหลักต้องลงมติกันต่อไป ส่วนจะลงมติ แล้วผ่านหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการชะลอเป็นอำนาจของประธานรัฐสภาที่จะไปดูต่อไปว่าหากยังไม่พิจารณาในทันที หรือเป็นเรื่องแรกๆก็ต้องว่ากันไป แต่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีมากขึ้นต่อสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลที่ยังมีปัญหาที่ต้องทำความเข้าใจอีกพอสมควร อย่างไรก็ตามในคำวินิจฉัยส่วนตน 4 ใน 8 ตุลาการ บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจมาตรา 291 หรือพูดง่ายๆคืออำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของรัฐสภา หรือผู้ที่มีสิทธิจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันคำวินิจฉัยกลาง กลับให้คำแนะนำว่าหากจะแก้ไขทั้งฉบับต้องทำประชามติ ตรงนี้เลยไม่แน่ใจว่าตกลงจะไปทำประชามติตามกฎมายอะไร จะต้องทำประชามติตามมาตรา 165 วรรค2 ใช่หรือไม่ แล้วใครจะเป็นคนทำประชามติได้ เพราะคนเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถไปทำประชามติได้

              ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คำสั่งให้ชะลอโหวตวาระ 3 ของศาล รัฐธรรมนูยถูกยกเลิกไปหลังมีคำวินิจฉัย นายโภคิน กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวคงจะเป็นหลักการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นศาลใดเวลามีคำพิพากษาไปแล้วคำร้องที่ขอคุ้มครองชั่วคราว ก็จะยกเลิกไปในตัว

              เมื่อถามต่อว่าการที่ศาลยกเลิกคำสั่งชะลอโหวตวาระ3 เหมือนเป็นการเปิดทางในโหวตเลยหรือไม่ นายโภคิน กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าเปิดทางหรือไม่เปิดทาง อย่างไรก็ตามเราจะให้คณะทำงานไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อดูความหมายว่าเป็นปกติอย่างที่เขาทำกันหรือไม่ ส่วนเรื่องกรอบเวลาของคณะทำงานก็จะพยายามทำงานให้เร็วที่สุด การจะกำหนดเวลาเรื่องนี้ลำบาก เพราะประเด็นมีเยอะ ความไม่เข้าใจมีมาก และพวกเราในฐานะผู้ปฏิบัติ ก็ไม่เข้าใจว่าต้องไหนต้องทำอย่างไร ก็ขอใช้เวลาสักระยะ

              ทั้งนี้เมื่อถามว่าจะมีการแก้ไขรายมาตราหรือบางประเด็น เช่น มาตรา 68 ที่ประชุมเห็นอย่างไร นายโภคิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความเห็นเป็นหลายอย่าง วิธีที่ดีที่สุดคือพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันส่งตัวแทนมาศึกษา อย่างไรก็ตามหากเราทำเร็วก็ว่า ทำช้าก็หาว่าซื้อเวลา ส่วนเรื่อง พรบ.ปรองดองไม่ได้มีการหารือกัน วันนี้เป็นเวทีแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่ง พรบ.ปรองดองก็เป็นอีกเวทีหนึ่ง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และมุ่งหวังว่าจะให้เกิดผลดีกับประเทศชาติ

              นายโภคิน กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมการจะมีทั้ง 11 คน สัดส่วนพรรคเพื่อไทย 7 ประกอบด้วย อาทิ นายโภคิน นายพงศ์เทพ นายวราเทพ นายภูมิธรรมเป็นต้น ชาติไทยพัฒนา 2 นายภราดร ปริศนานันทกุลส.ส.อ่างทอง นายชยุต ภุมภะกาจนา ส.ส.นครนายก ชาติพัฒนา 1 คน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล พลังชล 1 คน นายสันต์ศักดิ์ งามพิเชษ สส.บัญชีรายชื่อ

              นายโภคิน กล่าวยืนยันว่าระหว่างที่คณะทำงานของพรรคร่วมกำลังทำงานอยู่ จะไม่มีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราแน่นอน หากจะทำต้องดูช่องทางว่าสามารถทำได้หรือไม่ นอกจากนี้ในการพิจารณาของคณะทำงานจะหยิบยกคำวินิจฉัยของศาลมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรให้รอบคอบ เพื่ออธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้น และจะทำอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด เมื่อได้ผลสรุปแล้วพรรคร่วมต้องมีการชี้แจงในพรรค และประชาชน ส่วนการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจก็เป็นหน้าทีของกระทรวงมหาดไทย เพราะมีกลไกมากที่สุด ส่วนการลงละเอียดรายมาตราจะมีการพิจารณาอีกครั้ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญแนะนำมาว่าการแก้รายมาตราเหมาะสมที่จะทำได้ อย่างตนเห็นว่าควรแก้ไขในประเด็นที่มีการขัดแย้งกันเอง เช่น มาตรา 309 ที่ขัดต่อหลักนิติธรรม ทำสั่งของคณะรัฐประหารใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญหมดเลย โดยตนได้เสนอต่อที่ประชุมว่ามันเป็นปัญหา

              สำหรับแถลงการณ์พรรคร่วมรัฐบาลต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 เนื้อหาสำคัญช่วงหนึ่งระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ระบุว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวรจะให้ประชาชนได้ลงประชามติเสียก่อน ทำให้เกิดคำถามว่าองค์กรใดจะเป็นผู้ทำ เนื่องจากผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นส.ส. หรือ สว. หรือแม้แต่ประชาชน 50,000 คนที่เข้าชื่อกัน ไม่มีอำนาจทำประชามติได้ มีเพียงครม.เท่านั้นที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 165 กำหนดให้มีสิทธิทำได้ และก็ไม่ทราบว่าหากครม.จะจัดทำ ต้องทำในลักษณะของการหาข้อยุติ หรือเป็นการขอคำปรึกษาจากประชาชน ซึ่งคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบจะแตกต่างกัน

              นอกจากนี้ การพิจารณาในวาระที่ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ค้างอยู่ในขณะนี้ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามมิให้ลงมติวาระที่3 ต่อไป แต่แนะนำว่าควรทำประชามติก่อน ความไม่ชัดเจนที่กล่าวมา ประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะต้องให้สังคมไทยมีรัฐธรรมนูญไทยที่ดี เป็นธรรม ปกปักษ์รักษาและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องกันว่า ให้จัดตั้งคณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบและเร่งด่วน ทั้งในแง่เนื้อหาและกระบวนการเพื่อเป็นแนวทางให้พรรคร่วมรัฐบาล ส.ส.และสว. ได้ร่วมกันพิจารณาหาทางออกที่เหมาะสมให้แก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป

              ในระหว่างการรอผลการศึกษาของคณะทำงานดังกล่าว ควรจะมีการชะลอการลงมติในวาระที่ 3 ไปสักระยะหนึ่งก่อน ให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลโดยการร่วมมือกับทุกภาคส่วน รณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึงความมุ่นมั่นของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเน้นการสถาปนาหลักนิติรัฐ นิติธรรม ให้ปรากฏเป็นจริงในสังคม เพื่อให้สามารถบริหารและพัฒนาประเทศไปได้ตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตุว่าการเชิญพรรคร่วมมาหารือครั้งนี้ ใช้เวลาหารือไม่ถึงชั่วโมง จากนั้นจึงได้มีการแถลงข่าวพร้อมกับแจกจ่ายแถลงการณ์ให้สื่อมวลชนอย่างรวดเร็ว และเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นไปตามที่โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงก่อนหน้า ที่จะตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ชะลอการลงมติวาระ3ออกไปก่อน เช่นเดียวกับให้เปิดเวทีคู่ขนานในการออกไปทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสาเหตุที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ