ข่าว

'DSI'เผย'ประชา'เสนอชื่อแต่งตั้ง9กคพ.

'DSI'เผย'ประชา'เสนอชื่อแต่งตั้ง9กคพ.

31 ก.ค. 2555

'ธาริต' โบ้ย 'ประชา' เสนอรายชื่อ กคพ.ผู้ทรงคุณวุฒิให้ครม.แต่งตั้ง ปัด 'ดีเอสไอ' มีเอี่ยว เผยประวัติบอร์ดชุดใหม่ สาย 'วงศ์สวัสดิ์' พรึ่บ หวังล้างกระดานซีก ปชป.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 55  นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามถึงการแต่งตั้งกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ขึ้นทดแทนกรรมการ กคพ.ที่จะครบวาระในวันที่ 7 ก.ย. นี้ ซึ่งผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นบอร์ดกคพ.ชุดใหม่ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น โดยนายธาริต กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ไม่สามารถออกความเห็นได้ เพราะพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้เสนอรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยขั้นตอนดำเนินการทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ

          แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 5 กำหนดให้มีคณะกรรมการคดีพิเศษ เรียกโดยย่อว่า “กคพ.” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธานกรรมการ และให้มี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เจ้ากรมพระธรรมนูญ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสภาทนายความ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวน 9 คน และในจำนวนนี้ต้องมีบุคคล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศหรือกฎหมาย อย่างน้อยด้านละหนึ่งคนเป็นกรรมการ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า บอร์ดกคพ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดใหม่ แทบจะเป็นการจัดทัพเพื่อล้างกระดานบอร์ดชุดเก่าที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการประชุมบอร์ดกคพ.ประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่อนข้างมีความเห็นแย้งในการประชุมรับคดีขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นคดีพิเศษ 

          แหล่งข่าวจากดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงบอร์ดกคพ. จะมีผลต่อการลงมติรับหรือไม่รับคดีอาญาทั่วไปเป็นคดีพิเศษ ซึ่งต้องได้รับมติ 2 ใน 3 ของบอร์ด 21 คน กล่าวคือจะต้องได้คะแนน 16 เสียงขึ้นไป เจตนารมณ์ของกฎหมายจึงต้องการให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมาถ่วงดุลการทำงานของกรรมการในส่วนที่เป็นตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการประจำ หลังจากนี้จึงต้องจับตาการพิจารณารับคดีพิเศษ โดยเฉพาะคดีนโยบายของรัฐบาลที่อยู่ระหว่างการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นของดีเอสไอ อาทิ คดีขยายอายุสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส คดีเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมเข้าบัญชีพรรคประชาธิปัตย์ คดีทุจริตงบประมาณในโครงการก่อสร้างในจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองของรัฐบาล รวมถึงคดีบุกรุกออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในที่ดินสาธารณะสมบัติของชาติ ซึ่งการสอบสวนดำเนินคดีจะส่งผลกระทบอย่างหนึ่งอย่างใดต่อความนิยมทางการเมืองได้ 

          สำหรับประวัติบอร์ดกคพ. ซึ่งถูกวิจารณ์ว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับรัฐบาล ประกอบด้วย 1. นายไกรสร บารมีอวยชัย ผู้เชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายและบริหารงานยุติธรรม เป็นอดีตอธิบดีกรมบังคับคดี และรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายไกรสรเคยถูกวางตัวให้เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ภายหลังการปฏิวัติในปี 2549 นายไกรสร ตัดสินใจลาออกจากราชการไปทำงานกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 

          2. นายชัยเกษม นิติสิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและกระบวนการดำเนินคดีอาญา เป็นอดีตอัยการสูงสุด ซึ่งเคยถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ แต่ก่อนหน้านี้นายชัยเกษมได้รับการแต่งเป็นประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) 

          สำหรับ 3. นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ซึ่งในระยะหลังมีบทบาทต่อสู้เรียกร้องให้กับผู้ต้องขังเสื้อแดง โดยมีส่วนผลักดันให้รัฐบาลอนุมัติวงเงินกว่า 100 ล้านบาท ให้กองทุนยุติธรรม สำหรับนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวจำเลยเสื้อแดงที่ก่อคดีวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัดต่างๆ และจำเลยในคดีอาญา มาตรา 112 4. นายประดิษฐ์ เอกมณี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการพิจารณาพิพากษาคดี โดยนายประดิษฐ์เป็นอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ที่มีความสนิทสนมกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เช่นกัน 

          5. รศ.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินการธนาคาร เป็นอาจาร์ยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยที่ผ่านมามีบทบาทแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ 

          6. นายมหิดล จันทรางกูร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการธนาคารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกระบุว่ามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย และมีบทบาทสำคัญในการจัดวางตำแหน่งต่างๆ ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 7. นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และการสาธารณสุข อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ 

          8. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลความผิดและให้ออกจากราชการ คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือม็อบเสื้อเหลือง ที่มีการนำแก๊สน้ำตาจากประเทศจีนออกมาใช้ในการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และ9.นายอนุพร อรุณรัตน์ ด้านกฎหมายและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ