ข่าว

มติเพื่อไทยชะลอโหวตรธน.วาระ3

มติเพื่อไทยชะลอโหวตรธน.วาระ3

31 ก.ค. 2555

มติเพื่อไทย ชะลอโหวต รธน.วาระสาม พร้อมตั้งกก.พรรคร่วมหาทางออก ย้ำจุดยืนเดินหน้าแก้รธน. เผยไม่มีถกถอน ร่างพรบ.ปรองดองฯ

                        31 ก.ค.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมได้ย้ำให้ ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 1 ส.ค.นี้อย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากเป็นวันแรกของการเปิดสมัยประชุมสภาฯ สำหรับการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 วาระ3 นั้น ที่ประชุมได้หารือถึงผลดีและผลเสีย โดยเห็นว่าควรให้คาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้ก่อน และยังไม่มีการทำประชามติในขณะนี้  ซึ่งจากนี้จะให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนทราบว่าเหตุใดจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยมอบให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแกนนำในการชี้แจงกับประชาชนเพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่จะมีการทำประชามติในอนาคต นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นด้วยว่า ควรที่จะมีการตั้งคณะทำงานหรือคณะกรรมการร่วมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นมา 1 ชุด เพื่อศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งจะเริ่มหารือกันครั้งแรกในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือเป็นรายมาตรานั้น แนวทางไหนน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า หากแก้ไขรายมาตราคงจะแก้ในมาตราที่สำคัญก่อน และคงจะต้องดูว่าจะแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้นำไปสู่การถูกยื่นร้องเรียนอีก แต่หากจะแก้ไขทั้งฉบับซึ่งต้องมี สสร.จะต้องดำเนินการอย่างไรนั้น คณะกรรมการร่วมที่ตั้งขึ้นมาจะร่วมหาทางออกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจุดยืนคืออย่างไรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า การมอบให้กระทรวงมหาดไทยไปชี้แจงกับประชาชนนั้น ฝ่ายค้านมองว่าประชาชนอาจไม่ยอมรับ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านมองอย่างอคติ ระแวงไปเอง เพราะกระทรวงมหาดไทยถือเป็นกลไกสำคัญ เนื่องจากมีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่สามารถเข้าถึงประชาชนทุกชุมชน การใช้กลไกกระทรวงมหาดไทยจะทำให้มีความกระจ่างชัดเจนมากขึ้น และเชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าหากดำเนินการไม่ถูกต้องข้าราชการก็อาจจะถูกร้องเรียนได้ นอกจากนี้ อาจจะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยในอนาคตก็ได้ เพื่อให้ตกผลึกในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

                        นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า การประชุมสภาฯในวันที่ 1 ส.ค.นั้น จะยังไม่มีการพิจารณาร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เพราะบ้านเมืองขณะนี้ยังมีความขัดแย้ง ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็ยังไม่เห็นด้วย ดังนั้นการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้คงจะยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้ โดยจะเลื่อนวาระพิจารณาเรื่องอื่นมาหารือก่อน แต่ร่าง พรบ.ปรองดองฯ จะยังคงอยู่ลำดับท้ายๆ แต่จะไม่ถอนออกไป เพราะการจะถอนออกไปหรือไม่นั้นจะไปบังคับฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ และยังต้องหารือกับส.ส.ก่อน  ดังนั้นร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ จึงจะคาอยู่ในสภาฯ ไว้ก่อน

 

โฆษกศาลรธน. แจ้งยกเลิกคำสั่งชะลอโหวตแก้รธน.วาระ3

                       นายสมฤทธิ์ ไชยวงค์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหาขอให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยกเลิกคำสั่งที่ให้รัฐสภาชะลอการดำเนินการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 ว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ยื่นหนังสือแจ้งยกเลิกคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระที่3 ไปถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากรัฐสภาต้องการที่จะลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระที่3 ก็สามารถกระทำได้ แต่ก็อยู่ที่ดุลพินิจของรัฐสภาว่าดำเนินการหรือไม่

                        นายสมฤทธิ์ ยังกล่าวถึงคำร้องของนายเรืองไกร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะวันที่มีการยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มี ส.ส. จำนวน 46 คน  ยังไม่มีการสังกัดพรรคการเมือง จึงทำให้การได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เป็นการได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขัดตามมาตรา 68 นั้น เรื่องดังกล่าวทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้จำหน่ายคำร้องออกไปแล้ว ดังนั้นจึงส่งผลให้คำร้องที่ยื่นตามมาตรา 68 ไม่มีค้างในศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

 

ศาลสั่งรวมสำนวนชันสูตรศพช่างภาพญี่ปุ่น-2ม็อบแดง

 
              ที่ห้องพิจารณา 403 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 ศาลนัดไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำที่ ช.1/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ชันสูตรการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ (Hiroyuki Muramoto) สัญชาติญี่ปุ่น ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร  ตายที่ไหน  เมื่อใด และถึงเหตุ  และพฤติการณ์ที่ตาย  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา 150  ซึ่งนายฮิโรยูกิ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ ใกล้สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่จากการชุมนุม นปช. ของเจ้าหน้าที่ทหาร สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
 
              เมื่อถึงเวลานัดศาลมีคำสั่งให้รวมสำนวนคดีหมายเลขดำ  ช.1/2555 กับคดีหมายเลขดำ ช.4/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของ นายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี และนายทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี สองผู้ชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เช่นเดียวกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้นายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความของญาตินายฮิโรยูกิ ได้ยื่นคำร้องของให้ศาลรวมคดี ซึ่งศาลเห็นว่า ทั้ง 2 คดีมีพยานหลักฐานชุดเดียวกัน