ข่าว

'เสธ.อ้าย'ยันกำปั้นไทยไร้ทอง-ลาออก!!

'เสธ.อ้าย'ยันกำปั้นไทยไร้ทอง-ลาออก!!

31 ก.ค. 2555

'เสธ.อ้าย' ยันกำปั้นไทยไร้ทอง-ลาออก ขณะที่ แบดชายคู่ "บดินทร์" ลั่นขอบวช "มณีพงศ์" ขอกินเจ หากคว้าเหรียญได้ ด้าน "บีช" ปั่นไม่จบไร้สถิติ "ลุดวิก" เศร้าอดตัดเชือก "แพท" ลุ้นเข้ารอบรอง "น้องณี" ลั่นไม่ท้อ

          กำปั้นไทยหวั่นกรรมการทำพิษ พาชวดเหรียญโอลิมปิก “โค้ชธง” ธง ทวีคูณ รับหากผ่านเข้ารอบลึกเจอชาติที่มีกรรมการบริหารไอบา คงต้องลุ้นกันหนัก แถมเผยหลังชกนักมวยคาซัคสถาน ยอมรับว่าสมควรแพ้ สายลม อาดี มากกว่า ด้าน "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากล ท้าเดิมพันเก้าอี้ ลั่นหากไร้เหรียญพร้อมลาออก

          หลังจากที่สายลม อาดี นักชกไทยที่ขึ้นสังเวียนเป็นคนแรกในกีฬาโอลิมปิก 2012 ต้องพบกับความผิดหวัง พ่ายแพ้ กานี ไซลูออฟ ด้วยคะแนนดิบ หลังชกครบ 3 ยก คะแนนเสมอกันที่ 12-12 กระเด็นตกรอบแรกในศึกมวยสากลสมัครเล่น กีฬาโอลิมปิก 2012 “ลอนดอนเกมส์” เมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคม

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม "โค้ชธง" พ.ต.ธง ทวีคูณ ผู้ฝึกสอนทีมกำปั้นไทย เปิดเผยว่า สายลมที่ยังไม่เชื่อว่าตัวเองจะแพ้ในการชกไฟท์นี้ ยังคงมีอาการซึมเศร้า ซึ่งตนเองก็ทำได้แค่ปลอบใจว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องของบุญวาสนา ที่กรรมการเพียง 5 คน เป็นผู้ตัดสินอนาคตของคนคนหนึ่งทั้งชีวิต ต้องทำใจยอมรับให้ได้

          พ.ต.ธง เปิดเผยอีกว่า หลังการชกของสายลมเสร็จสิ้นลง ได้ปรึกษากับ พ.อ.ศักดา เพ็ชรจินดา ผู้ควบคุมทีมมวยไทย ว่าจะประท้วงผลการตัดสินหรือไม่ ซึ่งหลังจากที่ “เสธ.ศักดา” ได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากลแล้ว มีความเห็นว่าสมควรประท้วงเนื่องจากผลการตัดสินค่อนข้างค้านสายตา

          ดังนั้นจึงได้ประสานไปยัง รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต รองหัวหน้าคณะนักกีฬาไทย ยื่นเอกสารประท้วงอย่างเป็นทางการ พร้อมเงินค่าเดินเรื่อง 300 ปอนด์ (ประมาณ 15,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องให้รอ 15 นาที

          "อย่างไรก็ตาม ผมนั่งรออยู่กว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องไปกลับออกมาบอกว่าไม่สามารถประท้วงได้ เนื่องจากเลยเวลาที่กำหนด คือภายใน 30 นาที หลังการชกเสร็จสิ้นลงไปแล้ว พร้อมคืนมาให้เราแค่ 250 ปอนด์ ส่วนอีก 50 ปอนด์ หักเป็นค่าดำเนินการ ซึ่งผมมั่นใจว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราทำตามขั้นตอนและเงื่อนไขของเวลาแน่ และก็สงสัยเหมือนกันว่า หากเรามายื่นเรื่องช้าตั้งแต่ต้น ทำไมถึงรับเรื่องไป แล้วกลับออกมาบอกว่าประท้วงไม่ได้ทีหลังทำไม"

          พ.ต.ธง กล่าวอีกว่า จากการตัดสินของกรรมการในไฟท์นี้ ทำให้เริ่มไม่มั่นใจในการตัดสินว่า หากนักชกไทยผ่านเข้าไปชกในรอบลึกๆ ได้ และต้องไปเจอกับนักชกจากชาติใหญ่ๆ หรือชาติที่เป็นชาติเดียวกับผู้บริหารสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือไอบา อยู่ ผลการชกของนักชกไทยจะออกมาเป็นเช่นไร

          “บอกตามตรงว่าผมค่อนข้างเป็นห่วง ถ้าเจอกับนักมวยจากชาติเล็กๆ ก็คงแล้วไป อย่าง แก้ว พงษ์ประยูร รอบต่อๆ ไปมีสิทธิ์เจอกับนักชกเกาหลีใต้ ที่มีรองประธานไอบาอยู่ ตรงนี้คงต้องลุ้นกันหนักเลยทีเดียว”

          โค้ชธง ยังกล่าวในตอนท้ายอีกว่า หลังการชกของสายลม นักชกคาซัคสถาน ซึ่งเป็นผู้ชนะในไฟท์นี้ ได้เดินมาบอกกับตนเองว่า เขาน่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และจะไม่มีการประท้วงการตัดสินแน่ 

          ด้าน "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากล กล่าวว่า ยังมั่นใจว่าจะได้เหรียญทองจาก 2 นักกีฬาคนที่เหลือคือ แก้ว พงษ์ประยูร กับ ฉัตร์ชัย บุตรดี ส่วนปัจจัยที่จะพลาดหวังนั้น ตนคิดว่าไม่มี แต่หากทำไม่ได้ก็พร้อมรับผิดชอบกับผลงานด้วยการลาออกจากการเป็นนายกสมาคม และจะเดินทางไปกรุงลอนดอน ในวันที่ 2 สิงหาคม

 

ขนไก่ชายคู่โวฝันถึงเหรียญ

 

          หลังจากที่ “เจ้าอาร์ต” บดินทร์ อิสสระ และ “เจ้าเอ” มณีพงศ์ จงจิตร นักตบดาวรุ่งในประเภทชายคู่ สร้างความตื่นตะลึงให้วงการลูกขนไก่โลก ด้วยการงัดฟอร์มการเล่นที่ดุดัน เปิดเกมรุกชนิดเร้าใจผู้ชม พลิกล้มคู่แข่งจากอินโดนีเซีย และล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พิชิต โค ซุง ฮุน กับ ยู เยือน ซอง มือวางอันดับ 4 ของรายการจากเกาหลีใต้ 2 เกมรวด 21-15, 21-14 เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

          “เจ้าเอ” มณีพงศ์ นักตบวัย 22 ปี จาก จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ตอนนี้มองไปถึงการเข้ารอบเป็นที่ 1 ในสาย ซึ่งจะไปเจอกับที่ 2 ของสาย ดี  ที่หากเลือกได้ ก็อยากจะพบกับ กู เกียน เกียต กับ ตัน บุน เฮือง จากมาเลเซีย มากกว่าที่จะไปพบกับคู่ของ ชุง แจ ซุง กับ ลี ยอง แด ซึ่งเป็นมือ 2 ของรายการเกาหลีใต้ โดยถึงขณะนี้ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น วาดฝันว่าจะคว้าเหรียญรางวัลกลับไปให้ได้ ซึ่งหากทำสำเร็จ ก็จะแก้บนด้วยการกินเจที่ จ.ภูเก็ต เป็นเวลา 9 วัน

          ขณะที่ “เจ้าอาร์ต” บดินทร์ วัย 21 ปี จากตลิ่งชัน กทม. กล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าเขาและคู่หู คือ มณีพงศ์ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี รวมไปถึงขวัญและกำลังใจดีมาก หากทั้งหมดเป็นไปตามเส้นทางที่หวังเอาไว้ คือ ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ที่อาจไปเจอกับ ไข่ หยุน กับ ฟู ไฮ เฟง มือ 1 ของรายการจากจีน อะไรก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน

          “ตอนนี้ผมฝันถึงเหรียญรางวัลแล้วครับ หากทำสำเร็จกลับไปจะบวชแก้บน 7 วันเลย” เจ้าอาร์ต กล่าว

          ด้านนายสุรศักดิ์ ส่งวรกุลพันธ์ เลขาธิการสมาคมแบดมินตัน กล่าวว่า ตอนนี้ต้องถือว่า บดินทร์ กับ มณีพงศ์ กำลังคึกสุดขีด ฟอร์มอยู่ในช่วงขาขึ้น เล่นกันได้อย่างเข้าขา โดยฝ่ายหลังจะเป็นคนแต่งเกม ให้ฝ่ายแรกเป็นคนเข้าทำ และด้วยลีลาการเล่นที่เร้าใจเช่นนี้ ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมในโอลิมปิกหนนี้ ซึ่งในรอบต่อไป หากได้เจอกับคู่มาเลเซีย โอกาสที่จะเอาชนะ เข้าไปเล่นรอบตัดเชือกก็มีสูงกว่าการเจอกับคู่เกาหลีใต้ ที่เราไม่เคยชนะแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนกรณีที่เราคว้าชัยในรอบก่อนรอง ผ่านเข้าไปเล่นรอบตัดเชือกอาจจะกับคู่มือ 1 จากจีนนั้น เวลานี้ต้องถือว่าเราเป็นรอง แต่หากสู้ดีๆ ก็มีโอกาสพลิกชนะได้เช่นกัน

 

"บีช" ปั่นไม่จบ ไร้สถิติ

 

          “บีช” จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นน่องเหล็กสาวไทยวัย 24 ปี จาก จ.ร้อยเอ็ด ถูกจับดิสควอลิฟาย ในศึกจักรยานประเภทถนนหญิง มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยในประเภทนี้มีนักปั่นเข้าร่วมทั้งหมด 66 คน แต่ปรากฏว่า สาวไทยปั่นไม่จบ ทำให้ไม่มีสถิติติดมือ ซึ่งเป็นการพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ในตอนแรก ต้องการแข่งขันให้เจ็บ และเป็นที่ 1 ของเอเชียให้ได้

          พล.ท.เดชา เหมกระศรี เลขาธิการสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุผลที่จุฑาธิป ถูกจับดิสควอลิฟายแข่งขันไม่จบ เนื่องจากหลังผ่านไปได้ 80 กม. จากระยะทางทั้งหมด140 กม. กลุ่มสุดท้าย ซึ่งนักปั่นสาวไทยอยู่ในกลุ่มนี้ มีนักกีฬาจากเกาหลีใต้ล้ม เนื่องจากก่อนเปิดฉากมีฝนตกลงมา ถนนลื่น ทำให้เราต้องเสียเวลากับการหลบอยู่นาน และพื้นที่บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุก็คับแคบ ทำให้ต้องเสียเวลาหลบ และกว่าจะตั้งลำเพื่อเดินหน้าปั่นต่อไปได้ก็เสียเวลามาก

          ทั้งนี้ ตามกฎของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) กำหนดไว้ว่าหากนักกีฬาในกลุ่มท้ายตามผู้นำเกินกว่าช่วงเวลา 16-18 กม. กลุ่มที่ตามจะต้องถูกเชิญออกจากการแข่งขัน โดยฝ่ายจัดได้นำรถมารับถึงสถานที่ ซึ่งการที่แข่งขันไม่จบแบบนี้ โดยส่วนตัวของจุฑาธิป ก็ยอมรับสภาพว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ทำดีที่สุดแล้ว โดยหลังถึงเมืองไทยจะให้เจ้าตัวกลับไปพักผ่อนระยะหนึ่ง เพื่อเตรียมเข้าร่วมในการแข่งขันรายการอื่นๆ ต่อไป

 

"ลุดวิก" เศร้าอดเข้าตัดเชือก

 

          การแข่งขันแคนูสลาลอม กีฬาโอลิมปิก 2012 ประเภทคยัคชายเดี่ยว เมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นการเล่นรอบคัดเลือก ซึ่ง เฮอร์มัน ลุดวิก ฮุสไลน์ นักพายลูกครึ่งไทย-เยอรมนี ทำได้ดีที่สุดแค่อันดับ 19 จากนักกีฬา 22 คน พลาดโอกาสเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งคัดนักกีฬาที่ทำผลงานดีที่สุด 15 คนอย่างน่าเสียดาย

          การแข่งขันแบ่งเป็น 2 รอบ ยึดใช้รอบที่ผลงานดีที่สุด โดยรอบแรก ลุดวิกทำเวลา 96.67 วินาที และโดนทำโทษบวกเวลาเพิ่มจากการชนประตูที่ 13 และ 22 เวลารวมจึงเป็น 100.67 วินาที ส่วนรอบสองทำเวลาดีขึ้นเป็น 91.11 วินาที แต่ก็โดนทำโทษจากการชนประตูที่ 9 และ 18 ทำให้เวลารวมเป็น 95.11 วินาที เมื่อเปรียบเทียบเวลาที่ดีที่สุดแล้วอยู่อันดับ 19

          ภายหลังการแข่งขัน นักจ้ำหนุ่มไทย-เยอรมนี กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังมากๆ ทั้งที่ในรอบสองทำเวลาได้ดีขึ้น ถ้าชนประตูแค่เพียงครั้งเดียวคงได้เข้ารอบไปแล้ว ส่วน น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมเรือพาย เปิดเผยว่า เวลาที่ลุดวิกทำได้ถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะในรอบที่สอง แต่ไปพลาดหัวไหล่หลบไม่พ้นจนชนประตู เจ้าตัวรู้สึกเสียใจมากเพราะรู้ว่ารอบหลังทำเวลาได้ดี ส่วนที่รอบแรกทำเวลาค่อนข้างมากเป็นเพราะวางแผนให้เซฟไว้ก่อน พยายามไม่ให้ชนประตู ตัวนักกีฬาเองก็รู้สึกเกร็งเพราะเป็นการลงแข่งขันในโอลิมปิกครั้งแรก อีกทั้งเจ้าภาพวางประตูในตำแหน่งที่เล่นยากด้วย

 

"แพท" งานหนักลุ้นเข้ารอบรอง

 

          น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ กล่าวถึงการแข่งขันเรือกรรเชียงหญิง 1 คน พายคู่ ซึ่งพุทธรักษา นีกรี มีโปรแกรมลงแข่งรอบก่อนรองชนะเลิศในวันที่ 31 กรกฎาคม ว่า "แพท" จะอยู่ในกลุ่มที่ 3 ลู่ที่ 1 โดยคัดอันดับ 1-3 เข้ารอบรองชนะเลิศ กลุ่มนี้มี จาง ฉิวหยุน จากจีน ซึ่งทำเวลาดีที่สุดในรอบคัดเลือกมา อีกทั้งยังมีจูเลีย เลวินา ฝีพายรัสเซีย ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ เชื่อว่าทั้งคู่จะลอยลำเข้าเป็นที่ 1-2 แน่นอน ส่วนแพทจะต้องวัดกับอีก 4 คนที่เหลือ นักกีฬาของอาร์เจนตินาน่าจะแย่กว่าเรา น่าจะต้องไปสู้กับลิทัวเนียและซิมบับเว ทั้งนี้ ได้วางแผนให้ แพท พายเกาะติดนักกีฬาลิทัวเนียซึ่งอยู่ในลู่ติดกันไปเรื่อยๆ รักษาสโตรคให้แน่น และเมื่อถึงช่วง 250 ม.สุดท้ายก็ให้สปีดเต็มที่ เอาชนะให้ได้ แต่ยอมรับว่าเป็นงานหนักมากเพราะพุทธรักษาเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง การผ่านเข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจแล้ว และหากเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ก็ถือเป็นผลงานที่สุดยอด

 

"น้องณี" ไม่ท้อพร้อมล่าตั๋วอลป.อีกหน

 

          “น้องณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักกีฬายิงเป้าบินสาวไทย เปิดเผยถึงอนาคตว่า แม้จะพลาดเหรียญโอลิมปิกเกมส์ ยอมรับว่าผิดหวังและเสียใจที่ทำไม่สำเร็จ ตอนนี้ก็เริ่มทำใจได้แล้ว การแข่งขันก็จะยังสู้ต่อไป โดยเฉพาะการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอีก 4 ปีข้างหน้าที่กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันให้ได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ปี 2014 ก็ยังอยากจะเข้าร่วมแข่งขันและคว้าเหรียญทองมาให้ได้ หลังจากที่เคยได้เหรียญทองแดงในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อปี 2006 และซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่พม่า ในปี 2013 หากมีการแข่งขันยิงเป้าบินตนก็พร้อมที่จะเดินทางชิงชัยเพื่อเก็บเหรียญทองให้ประเทศไทย  

          "หลังจากนี้จะพักผ่อนระยะหนึ่ง จากนั้นก็จะเดินทางไปที่เยอรมันเพื่อเตรียมตัวฝึกซ้อมเข้าร่วมแข่งขันยิงเป้าบินรายการเวิลด์ คัพ ไฟนอล ระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคมนี้ ที่ประเทศสโลวีเนียต่อไป ซึ่งจะต้องเปลี่ยนปืนและอุปกรณ์การแข่งขันใหม่ยกชุด เพราะของเดิมใช้งานมานานแล้ว ประกอบกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป จึงเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อให้เข้ากัน" น้องณี กล่าว

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA , AFP)

----------