ข่าว

'ธิดา'ซัด'มาร์ค'เพี้ยนสวมเสื้อแดง

'ธิดา'ซัด'มาร์ค'เพี้ยนสวมเสื้อแดง

30 ก.ค. 2555

"ธิดา" ซัด "อภิสิทธิ์" เพี้ยนสวมเสื้อแดง ไม่เหมาะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง แจง “นิพนธ์”หนุน พธม.แค่ลูกพี่ลูก "เพื่อไทย"คาดไม่ถึง"มาร์ค"กล้าใส่เสื้อแดง เย้ยใส่ชุดทหารดีกว่า ปัด"ปู"เมินไฟใต้ อ้างแถลงผลงานครบ 1 ปีรัฐบาลจะเห็นวิธีแก้แบบบูรณาการ

             30ก.ค.2555 นางธิดา ถาวรเศรษฐ์  ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวมใส่เสื้อสีแดงขึ้นเวทีปราศรัยวันที่ 29 ก.ค. ว่า ตนคิดว่า นายอภิสิทธิ์คงเพี้ยนไปแล้วจนไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นใคร การที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วทำแบบนี้เหมือนมาเล่นตลกให้คนดู เป็นการแสดงให้เห็นว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่รู้จักภาระหน้าที่ของตัวเองว่าควรทำอย่างไร เพราะการออกสู่สาธารณะต้องแสดงบทบาทของหัวหน้าพรรคการเมืองอย่างมีเหตุผล    หัวหน้าพรรคที่ไหนจะมาทำแบบนี้ และการที่มายุคนเสื้อแดงให้ต้านร่างพรบ.ปรองดอง เขาก็ไม่ควรใช้วิธีการแบบนี้เพราะไม่ใช่วิธีของพรรคการเมือง เคยแนะไปแล้วว่า ถ้าอาการเกินเยียวยาก็ไม่น่ามาเป็นหัวหน้าพรรคแต่ควรไปเล่นตลกหรือระบำเปลื้องผ้าแทน

               นางธิดา กล่าวถึงกรณีที่นายนิพนธ์ ถาวรเศรษฐ์ ที่ประกาศตัวกลางเวทีเสวนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ จ.สุราษฎร์ธานีว่า เป็นพี่ชายว่า นายนิพนธ์ ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของตนเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อเท่านั้น เพราะในครอบครัวของตน ตนเป็นลูกคนโตดังนั้นนายนิพนธ์ จะเป็นพี่ชายของตนได้อย่างไร อย่างไรก็ตามหากนับญาติพี่น้องกันจริงๆแล้วยอมรับว่ามีพี่น้องอยู่ทางภาคใต้ค่อนข้างมากหลายคนเป็นเสื้อเหลือง เสื้อฟ้า รวมถึงเสื้อแดงก็มีเช่นกัน เพียงแต่นายนิพนธ์ ไม่รู้เพราะเมื่ออยู่ในพื้นที่ภาคใต้คนที่เป็นเสื้อแดงจะเงียบไม่ค่อยแสดงตัว เขาจึงสำคัญตัวเองผิดคิดว่าญาติๆมีแต่คนที่เป็นเสื้อเหลือง

               นางธิดากล่าวต่อว่าในครอบครัวของตนจริงๆพ่อ แม่ พี่น้องก็มีความคิดต่างกัน แต่ก็อยู่กันอย่างเสรีชนใครมีความคิดทางการเมืองอย่างไรก็เป็นเสรีภาพทางความคิด ไม่เคยมีปัญหาเพราะจะบังคับให้ใครคิดเหมือนกันคงไม่ได้ ซึ่งสำหรับตนแล้วไม่ได้คิดอะไรในเรื่องนี้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่ที่ความเชื่อไม่เกี่ยวกับเรื่องของความเป็นญาติพี่น้อง


"เพื่อไทย"คาดไม่ถึง"มาร์ค"กล้าใส่เสื้อแดง

               นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คาดไม่ถึงว่านายอภิสิทธิ์จะกล้าสวมเสื้อแดงขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพราะสังเกตจากสีหน้านายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ก็ยังคาดไม่ถึงเช่นกัน ตนมองว่านายอภิสิทธิ์เปรียบเสมือนแดงเทียมที่ใส่ได้เพียงเสื้อเท่านั้น แต่จิตวิญญาณยังไม่ใช่คนเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย ดังนั้นขอเสนอให้นายอภิสิทธิ์เปลี่ยนไปใส่เสื้อทหารจะดีกว่า หรือทางที่ดีเปลี่ยนมาสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยให้รู้เเล้วรู้รอดเพื่อจะได้รู้ว่าปรองดองสมานฉันท์นั้นเป็นอย่างไร  

               "ขณะนี้ประชาชนไม่สามารถคาดหวังอะไรกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ดังนั้นขอเรียกร้องให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคโดยให้นายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคขัดตาทัพแทน"นายพร้อมพงศ์กล่าว

               นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่ากรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า การสัมมนาพรรคเพื่อไทยที่พัทยาเป็นการหารือเพื่อประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยละเลยปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความกังวลใจต่อเหตุการณ์การเสียชีวิตของทหาร4 นายที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้คณะทำงานลงพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การสัมมนาพรรคที่ผ่านมายังมีการประชุมย่อนให้ผู้รับผิดชอบกลุ่มโซนจังหวัดภาคใต้หารือกันถึงแนวทางแก้ไขปัญหาด้วย อยากเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดโยงเรื่องการเมืองกับปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ แล้วหันมาให้ข้อมูลที่สร้างสรรค์แก่รัฐบาล เพราะเป็นปัญหาละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเองก็ประสบความล้มเหลวในนโยบายแก้ไฟใต้ภายใน 99 วัน ทั้งนี้คาดว่า ในการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีของรัฐบาลจะมีท่าทีที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาไฟใต้อย่างบูรณาการมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้านและที่สำคัญคือลดการสูญเสียชีวิตของข้าราชการทหารในพื้นที่ 

ชี้คนป่วยทางจิตถาวรลงโทษไม่ได้

  
               นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึง การดำเนินคดีกับนางฐิตินันท์ แก้วจันทรานนท์ อายุ 63 ปี ที่ก่อเหตุหมิ่นสถาบันหน้าศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า กรณีที่ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาอ้างในชั้นพนักงานสอบสวนว่ามีความบกพร่องทางจิตนั้น พนักงานสอบสวนจะต้องส่งไปตรวจสภาพจิตกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ได้ข้อสรุปว่าผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคจิตหรือวิกลจริตจริงดังที่กล่าวอ้างหรือไม่  เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนกระบวนการหากได้ข้อสรุปว่า ผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคจิตถาวรก็อาจจะเข้าข่ายไม่ต้องรับโทษ