
'ทักษิณ'จ่อทัวร์มะกันหวังดึงนักธุรกิจ
'ทักษิณ'เตรียมทัวร์อังกฤษ-อเมริกาดึงนักธุรกิจลงทุนไทย-อาเซียน 'นพดล'ซัด'สมศักดิ์'ทำเกินหน้าที่ ขู่อย่าจุ้นเสนอถอนร่าง พรบ.ปรองดองฯ
เมื่อเวลา 13.00 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงว่า หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางกลับนครดูไบ และจะเดินทางไปประเทศอังกฤษในช่วงต้นเดือนสิงหาคมก่อนที่จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาต่อทันทีเพื่อพบปะประชาชน และเชิญชวนนักธุรกิจให้มาลงทุนในประเทศไทยและอาเซียน รวมทั้งจะไปพบกับนักการเมือง ทั้งส.ส. และส.ว.รวมถึงสื่อมวลชนในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย แต่จะเดินทางไปที่เมืองใดบ้างนั้นตนไม่ขอพูด เพราะไม่อยากให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทราบ และไม่ประสงค์ให้ใครมาต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณด้วย
นายนพดล กล่าวต่อว่า การทัวร์ประเทศสหรัฐฯ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางจากฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาไปสู่ด้านตะวันตก เพื่อไปสิ้นสุดที่หมู่เกาะฮาวาย จากนั้นจะกลับมายังทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ยืนยันว่าการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีแผนที่จะลงทุนในสหรัฐอเมริกาหรือใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมไทยตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา ส่วนกรณีที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังถูกสหรัฐอเมริกาล้อมนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้เดินทางไปเอง อีกทั้งยังใช้งบส่วนตัวไม่ใช่ภาษีประชาชนเหมือนที่ นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศเคยทำ ดังนั้นไม่มีโลกล้อม พ.ต.ท.ทักษิณ และโลกล้อมไทยนั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้
“นพดล”ซัด“สมศักดิ์”ทำเกินหน้าที่ ขู่อย่าจุ้นเสนอถอนร่าง พรบ.ปรองดองฯ
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การถอนหรือไม่ถอนร่าง พรบ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติออกจากวาระการพิจารณาของรัฐสภานั้น เป็นเรื่องของผู้ยื่นเสนอร่างกฎหมาย ดังนั้นไม่ใช่หน้าที่ของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาที่จะไปคุยกับบุคคลอื่นให้ถอนร่าง พรบ.ปรองดองฯ ออกไป แต่ควรทำหน้าที่เป็นกลางและทำเฉพาะในส่วนที่เป็นหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ยืนยันว่าร่างพรบ.ปรองดองฯ ไม่ใช่ระเบิดเวลา ดังนั้นจะไม่มีการถอนร่างออกจากสภาแน่นอน เพราะแม้ว่ายังคงอยู่ในวาระการพิจารณาก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด โดยระหว่างที่ร่างยังค้างอยู่นั้น รัฐบาลก็ควรจะดำเนินการสานเสวนาและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เมื่อตกผลึกแล้วก็สามารถนำมาพิจารณาได้ การคาร่างไว้ไม่ได้ก่อให้เกิดความแตกแยก และหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยก็สามารถแปรญัตติได้เมื่อมีการหยิบร่างขึ้นมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม พวกเรายังเคารพในความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เสนอให้ถอนร่าง พรบ.ปรองดองฯ แต่วันนี้ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยก็ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เพื่อให้การเมืองนิ่งเช่นกัน เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาลเอง จึงพยายามจะไม่กระทำการใดที่จุดชนวนความขัดแย้งขึ้นมาอีก
นายนพดล กล่าวต่อว่า วันนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยจะหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนก่อนที่จะเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 1 ส.ค. โดยขณะนี้เหลืออยู่เพียง 2 แนวทางคือ การจัดทำประชามติก่อนลงมติในวาระ 3 หรือ ระหว่างการทำประชามติควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เช่น มาตรา 68 และมาตรา 237 เป็นต้น จากนั้นจะนำข้อสรุปไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในงานเลี้ยงที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ทั้งนี้ แนวทางของพรรคไม่ควรล่าช้าออกไปอีก เพราะคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ประกอบกับได้มีการประชุมร่วมกันในการสัมมนาพรรคเพื่อไทยแล้วในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่ว่าจะแก้ไขมาตราใดหรือแก้ไขทั้งฉบับ หลักการสำคัญคือ ต้องรักษาดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการไว้ให้ได้ ไม่ให้อำนาจใดมีการแทรกแซงระหว่างกัน เปรียบเสมือนนิ้วเท้า หากมีการขบกันก็ทำให้เดินลำบาก



