ข่าว

ปภ.ให้กทม.ขยายรับคำร้องเยียวยาน้ำท่วม

ปภ.ให้กทม.ขยายรับคำร้องเยียวยาน้ำท่วม

30 ก.ค. 2555

ปภ.ไฟเขียวกทม. ขยายเวลารับคำร้องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมถึง 10 ส.ค.นี้ กทม.โวขุดลอกคลอง18เขตเร่งด่วนคืบหน้า91เปอร์เซ็นต์ ซ้อมใหญ่แผนรับมือน้ำท่วมฝั่งธนฯ

              30ก.ค.2555 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกทม. กล่าวถึงผลการประชุมคณะผู้บริหารกทม.กรณีการดำเนินการรับคำร้องของผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยว่ากทม.ได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้ขยายเวลาเปิดรับคำร้องฯได้ถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ โดยกทม.จะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือฯ ให้ประชาชนเป็นแคชเชียร์เช็ค ภายในวันที่ 31 ส.ค. ภายหลังที่ผ่านมากทม.ได้เปิดรับคำร้องของผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย กรณีประชาชนยื่นคำร้องขอให้เขตทบทวนเงินช่วยเหลือที่ได้รับน้อยกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง มี 20 เขต จำนวน 17,889 คำร้อง และกรณีประชาชนยื่นคำร้องใหม่ เนื่องจากไม่ได้มายื่นคำร้องภายในกำหนดมี 25 เขต จำนวน 26,446 คำร้อง จากข้อมูลล่าสุดวันที่ 25 ก.ค. 2555 

                ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2554 จำนวน 5 รายการ ในพื้นที่ 36 เขต กทม.ได้จ่ายเงินช่วยเหลือฯ ไปแล้วทั้งสิ้น 1,184,297,359.34 บาท ประกอบด้วย 1.ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำที่เสียหายบางส่วน จำนวน 107,832 หลัง เป็นเงิน 1,113,953,441.34 บาท 2.ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำที่เสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง เป็นเงิน 60,000 บาท 3.ค่าเช่าบ้าน จำนวน 310 ครอบครัว เป็นเงิน 822,998 บาท 4.ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ จำนวน 9,669 ครอบครัว เป็นเงิน 66,710,920 บาท และ 5.ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต จำนวน 79 ราย เป็นเงิน 2,750,000 บาท นอกจากนี้ได้พิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม จำนวน 63,045,518.46 บาท ใน 2 กรณี ดังนี้ 1.กรณีเขตทบทวนคำร้อง จำนวน 14,440 ราย รวมเป็นเงิน 40 ,975,761.46 บาท กรณีคำร้องตกหล่น จำนวน 2,029 ราย รวมเป็นเงิน 22,069,820 บาท


กทม.โวขุดลอกคลอง18เขตเร่งด่วนคืบหน้า91เปอร์เซ็นต์

                นายวสันต์ กล่าวถึงความคืบหน้าการขุดลอกคูคลองในพื้นที่ 18 เขตเร่งด่วน จำนวน 644 คลอง ความยาวรวม 988 กิโลเมตร ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปร้อยละ 91 ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนขณะนี้ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณในอ่างร้อยละ 45 ขณะที่ปริมาณน้ำฝนรายเดือนเท่ากับ 192 มิลลิเมตร ซึ่งต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 

                นายวสันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมป้องกันปัญหาน้ำท่วม กทม.ยังได้พัฒนาระบบคลองและแหล่งรับน้ำ อาทิ การขุดลอก คู คลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การบำรุงรักษาคลองและแหล่งรับน้ำ เก็บขยะ วัชพืช เปิดทางน้ำไหล พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั้งชนิดไฟฟ้า และชนิดเครื่องยนต์ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ในปีนี้​

 

ซ้อมใหญ่แผนรับมือน้ำท่วมฝั่งธนฯ


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) และคณะผู้บริหาร เดินทางมาที่เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด เพื่อเปิดพิธีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยกรุงเทพมหานคร โดยนายยุทธศักดิ์ ร่มฉัตรทอง ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมใหญ่ ประเทศไทยได้รับผลกระทบหลายด้าน สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงต้องจัดทำแผนเพื่อให้มีความพร้อมในการรับมือ โดยสั่งการให้หน่วยงานจัดทำแผนไปพร้อมกัน เพื่อทดสอบความพร้อมในการตอบโต้สถานการณ์เมื่อเกิดเหตุ โดยจำลองสถานการณ์ความรุนแรงระดับ 2 กรณีที่ผู้อำนวยการเขตไม่สามารถควบคุมสถานการณ์บำพังได้ จึงจะมีกาาเตรียมการแจ้งเตือน อพยพ การบริหารศูนย์พักพิงเมื่อเผชิญเหตุน้ำท่วม

              ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมในเรื่องความปลอดภัยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองหลวงทั่วโลก โดยหลังจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 กทม.จึงได้วางมาตราการเตรียมความพร้อมเป็น 3 ระยะ ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ให้มีการจัดทำแผนรับสถานการณ์ทันที ซึ่งการฝึกซ้อมครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมพัฒนาระบบป้องกันของทุกฝ่ายเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

              จากนั้นเวลา 15.00 น.​ เริ่มการฝึกซ้อมจริงโดยใช้ผู้ร่วมฝึกซ้อมทั้งหมดกว่า 800 คน เป็นการจำลองสถานการณ์สำคัญเสมือนจริง 4 ขั้นตอน โดยใช้พื้นที่ฝึกซ้อมและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขตบางพลัด ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ประสบเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยการฝึกซ้อมเริ่มจากการแจ้งเตือนภัย ซึ่งมีศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัย สั่งการระดมกำลังจากหน่วยงาน เพื่อแจ้งเตือนภัยและเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การอพยพ ทั้งทางบกและทางน้ำเพื่อส่งต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่สามารถรองรับประชาชนได้ถึง 200 คน ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายเป็นการเผชิญเหตุแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตเข้าชี้แจง ทำความเข้าใจให้กับประชาชนกรณีเกิดเหตุการณ์รื้อกระสอบทรายในแนวกั้นน้ำ

              ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการฝึกซ้อมว่า การเตรียมพร้อมกทม.ต้องมีการประสานงานจากหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะจากหน่วยงานภายนอกซึ่งอาจจะเกิดขรุขระ จึงต้องมีการวางระบบตรงนี้ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอาจจะปฎิบัติได้ยาก ส่วนกรณีเงินเยียวยาน้ำท่วม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยได้เตือนมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะให้ทุกที่จ่ายเงินเท่าเทียมกันคงไม่ได้ นอกจากพบว่ามีความเสียหายเท่ากัน แต่ตนได้กำชับเจ้าหน้าให้ใจกว้างในการตีความสิ่งที่เสียหาย โดยจะยึดตามอักษรอย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องตีความให้เป็นประโยชน์จากประชาชนมากที่สุด

              "ระเบียบกระทรวงการคลัง เราทำตามอย่างอย่างเคร่งครัด แต่การตีความข้อเท็จจริงจะต้องเพื่อประโยชน์ประชาชน หากตีความแล้วประชาชนเดือดร้อน คงจะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว