
โจรใต้โหดอีก!ยิงทหารพรานดับ2ศพ
โจรใต้โหดอีก! ยิงทหารพรานดับ2ศพที่เจาะไอร้อง ลอบบึ้มชุดรปภ.ตลาดสดนราฯทหารเจ็บ1 ขณะที่ "ปู" มอบตำรวจประสานสมช.แก้ปัญหาไฟใต้
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 30 ก.ค.2555 พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 4807 กรมทหารพรานที่ 48 ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย เหตุเกิดบนถนนจารุเสถียร สายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง ช่วงบริเวณหน้ามัสยิดบ้านบูเก๊ะตาโมง ม.12 ต.บูกิต จึงพร้อมด้วย พ.อ.ภูมินทร์ ชุมช่วย ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงรอยเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ พร้อมด้วย รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าดรีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มตะแคงอยู่ริมถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลฯ ทราบชื่อ คือ 1. ส.ท.อับดุลรอนิง สาวา ซึ่งมีร่องรอยถูกกระสุนปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด ของคนร้ายที่บริเวณศีรษะ 1 นัด 2. อส.ทพ.ซารีนี มะ ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณศรีษะเช่นกัน 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทั้ง 2 นาย ได้ขี่รถ จยย.ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในที่ทำการ อบต.บูกิต เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิดร่วมกับชาวบ้าน เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายทั้ง 2 นาย ได้ขี่รถ จยย. เพื่อหาซื้อเสบียงอาหารให้กับทหารที่เป็นชาวมุสลิม เพื่อรับประทานในช่วงเปิดปอซอ หรือ ออกบวช ขณะที่ทั้ง 2 นาย ขี่รถ จยย.เพื่อเลือกซื้ออาหารอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ออกมาจ่อยิงใส่ทหารทั้ง 2 นายที่บริเวณศีรษะคนละ 1 นัด จนรถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้อาศัยความชุนละมุน ขี่รถ จยย.หลบหนีไป
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน
ญาติรับศพส.อ.-อส.ทพ.ประกอบพิธีศาสนา
สำหรับบรรยากาศที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้มีผู้บังคับบัญชาและญาติของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง2นายได้เดินทางมารอรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดย ศพของ ส.อ.อับดุลรอนิง สาวา ทางญาติจะนำไป ทำพิธีที่ หมู่ 1 ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส และจะฝังที่กูโบร์ในหมู่บ้านเวลา 4ทุ่ม และศพของและ อส.ทพ. ซาลีมี มะ สังกัด ทางญาติได้นำกลับไปทำพิธีทางศาสนา ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
ด้าน อส.ทพ.พิษณุ จูงสกุล สังกัด ร้อย ทพ.4807 กรมทหารพรานที่ 48เพื่อนสนิทของและ อส.ทพ. ซาลีมี มะ เล่าว่า ผู้ตายสนิทกันมากไปสมัครเป็นทหารพรานวันแรกก็เจอกันและยังพักที่โรงแรมเดียว พอได้รับการคัดเลือก ก็ได้ไปฝึกด้วยกัน 3 เดือนที่กองทัพภาคที่4 หลังฝึกเสร็จได้ไปปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกที่แม่ลาน จ.ปัตตานี ก็อยู่กองร้อยเดียวกัน จากนั้นช่วงเดือนมีนาคมได้ลงมาปฏิบัติหน้าที่ ที่ อ.เจาะไอร้อง ก็ได้มาอยู่กองร้อยเดียวกันอีก ทำให้รักกันมาขึ้น
"ผู้ตายเป็นคนดีมาก รักเพื่อน ชอบพูดตลกให้เพื่อนหัวเราะเป็นประจำ พอเขาจากไป ใจหายครับ คิดถึง เขาเป็นคนดี ดีทั้ง2คน ตั้งแต่มาอยู่ กองร้อยผม เสียไป 3 คนแล้วครับ แต่ผมกำลังใจยังดีอยู่ ไม่กลัวสู้ครับ" อส.ทพ.พิษณุ กล่าว
โจรใต้โหดอีก!บึ้มชุดรปภ."ทหารเจ็บ1"
เมื่อเวลา 14.50 น. ร.ต.ท.ภราดร โคตรทัศน์ ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านขายน้ำชาของนายอัมพันธ์ วีระญาณพันธ์ เลขที่ 135/1 ถ.เพชรเกษม เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ อยู่ห่างจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอบาเจาะ ประมาณ 200 เมตร จึงนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บนั่งอยู่ริมฟุตบาท มีเลือดไหลตามร่างกาย ทราบชื่อคือ พลทหารวิจิตร คงพล อายุ 22 ปี ทหารสังกัดกองร้อยปืนเล็กที่ 2 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวและขา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะเป็นการเร่งด่วน ก่อนที่จะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องแถวสร้างด้วยไม้ ชั้นเดียว ประตูหน้าร้านปิด โดยที่บริเวณกระถางต้นไม้ด้านขวามือ มีร่องรอยถูกแรงระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ได้รับความเสียหายจนหลังคาสังกะสีหลุดและเป็นรูพรุน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งซิมโทรศัพท์มือถือระบบเอไอเอส ที่คนร้ายใช้เป็นตัวจุดชนวนระเบิดอยู่ในสภาพที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของผู้ใด
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ผู้ได้รับบาดเจ็บและเพื่อนทหารอีก 1 นาย กำลังเดินตรวจสอบความเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางไปซื้ออาหาร ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใกล้กระถางต้นไม้หน้าร้านน้ำชาที่ปิดอยู่ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าระแวกจุดเกิดเหตุ เพื่อดูพฤติกรรมของคนร้ายว่าเป็นใครและลงมือนำระเบิดมาไว้ตอนไหน เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
กระหน่ำยิงผช.ผญบ.ปัตตานีดับ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ต.ท.นิวัฒน์ ฐิติพันธกุล หัวหน้าชุดตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ปัตตานี ร.ต.ท.สมประสงค์ ละใบสอาด ร้อยเวร สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และกำลังตำรวจ จำนวนหนึ่ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุบนถนนภายในหมู่บ้าน สายปากู-เขาดิน จากกรณีที่นายมะสักรี เจะโสะ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ม.3 บ้านปากู ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.00 น.ของคืนวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบชนิด เข้ามาประกบยิงนายมะสักรี เจะโสะ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเมท ไม่มีหมายเลขทะเบียน มาตามถนนสายดังกล่าวเพื่อกลับบ้านพัก ด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. กระสุนเจาะศีรษะนายมะสักรี 1 นัด เสียชีวิตคาที่ ก่อนที่จะลงจากรถจักรยานยนต์เดินไปหยิบอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ส่วนสาเหตุนั้นกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่นหรือกลุ่มขบวนการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ป่วนใต้
ยิงชาวปัตตานีดับอีก1ราย
เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.มานะ นาคคั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายที่บริเวณถนนในหมู่บ้าน ม.4 บ้านท่าด่าน ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จึงพร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานและกำลังตำรวจ ทหาร รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ทะเบียน กษค 506 ปัตตานี ทราบชื่อ นายตูแวรอเซ็ง ตูแวเด อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 ม.5 บ้านท่ากุน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 เข้าบริเวณคอและศีรษะ รวม 2 นัด เสียชีวิตคาที่
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์กลับจากซื้ออาหาร เพื่อเตรียมละศีลอดในตอนเย็น เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ประกบ คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
พระราชทานพวงมาลาหลวงเหยื่อคาร์บอมบ์
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ฌาปนสถานวัดบ้านมหาการ ต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.ต.อ.ณัฐพงศ์ บุญโกมล อายุ 35 ปี ผู้บังคับหมู่ป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ชุดรปภ.ครู ที่เสียชีวิตการปฏิบัติหน้าที่ ถูกลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ บริเวณถนนสาเม๊าะ -อูเป๊าะ บ้านบาโงบางอ หมู่ที่ 7 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มอบหมายให้ นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อัญเชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชิ นีและพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ จำนวน 12 พวง วางหน้าหีบศพ ส.ต.อ.ณัฐพงศ์ เมื่อ 28 ก.ค. ยังความปลาบปลื้มต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
"ปู"มอบตำรวจประสานสมช.แก้ปัญหาไฟใต้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถาณการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ว่า ในเรื่องของภาคใต้นั้น จะให้ตำรวจร่วมมือกับทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ร่วมกันในการศึกษาปัญหา และดูว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการที่จะทำงานร่วมกันมากกว่า ทุกอย่างยังคงเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายของสมช. ที่มีการเสนอไว้ต่อรัฐสภาดังเดิม แต่ในรายละเอียดการปฏิบัตินั้น ก็จะไปทำงานร่วมกันในฐานะที่จะไปกำกับดูแลในส่วนของตำรวจนครบาล
เมื่อถามถึงสถานการณ์รุนแรงที่หนักขึ้นเรื่อยๆในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยความห่วงใยอยากให้ไปหารือกันในส่วนของสมช.เอง ว่าจะลงไปทำความเข้าใจในพื้นที่ว่าจะให้เกิดความสงบอย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ก็จะอยู่ในความรับผิดชอบของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โดยตรง และมอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการทำความเข้าใจในเรื่องของการดูแลประชาชนให้มีความทั่วถึง
เมื่อถามถึงสถานการณ์ความรุนแรงซึ่งอาจทำให้ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่สั่นคลอนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามีกระบวนการรายละเอียดที่จะดูแลเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ได้มอบหมายให้ทางกองทัพดูแล เมื่อถามถึงมาตรการดูแลรักษากล้องวงจรปิดซึ่งถูกเป็นเป้าหมายการโจมตีนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องป้องกันส่วนใหญ่ ซึ่งกล้องต่างๆก็มีติดตั้งไว้ แต่เราเองคงไม่สามารถติดตั้งได้ทุกจุด โดยจุดที่ติดตั้งต้องปลอดภัย และคงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงาน ณ พื้นที่นั้นอีกทีหนึ่ง
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้น จะมอบให้รัฐมนตรีคนใดดูแลเฉพาะหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่จำเป็น เพราะได้มอบหมายให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว และได้ร.ต.อ.เฉลิม ลงไปช่วยเสริมอีก เมื่อถามว่าเป็นกระบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่ใช่ค่ะ”
ผบ.ตร.เตรียมลงใต้ให้กำลังใจตำรวจ
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.กล่าวถึงปัญหาภาคใต้ที่มีความรุนแรง ว่าได้สั่งการให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ลงไปดูแลเบื้องต้นแล้ว ตอนนี้กล้องวงจรปิดช่วยได้ แต่ช่วยหลังเหตุก็เป็นอะไรที่ต้องวางแผนกันให้ดี วางแผนในเรื่องการคุ้มครองครู การคุ้มครองประชาชน อย่างหนึ่งต้องดูเรื่องของเส้นทางที่จะใช้ในการคุ้มครองครู คุ้มครองประชาชนที่ในหนึ่งวันมีเป็น 100 จุดเพราะฉะนั้นจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งมันต้องเคลียร์ให้ได้ เคลียร์ก่อนที่รถจะผ่านต้องไม่มีอะไรมาขวาง
เมื่อถามว่า ผบ.ตร.จะลงใต้หรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้น มีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจในพื้นที่ ช่วงนี้เหลืออยู่แค่ 2 เดือน อยากลงเพื่อไปเยี่ยมลูกน้องเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ขณะนี้ได้สั่งการไปยังพล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ยะลา ส่งข้อมูลต่างๆ มาให้ตนแล้ว ก็ช่วยดูในเรื่องของการโยงใยในกลุ่มต่างๆ ที่ก่อเหตุ
................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



